ร้านอาหาร

เที่ยวกินถึงถิ่น 'ของดีเมืองจันท์'

  • 17 มีนาคม 2560 เวลา 16:50 น.
  • | เปิดอ่าน 10,943
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

เที่ยวกินถึงถิ่น 'ของดีเมืองจันท์'

โดย...ปอย ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

พอเอ่ยคำว่า “ของดีเมืองจันท์” คนฟังร้อยทั้งร้อยก็นึกถึงผลไม้ทุเรียนมาก่อนเลย เงาะ มังคุด สุดยอดราชาและราชินีผลไม้มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ แต่เพิ่งเข้าสู่ฤดูร้อนช่วงนี้ผลไม้ยังไม่ออกมาให้ใครกินง่ายๆ เจ้าภาพต้องมีทีเด็ดโชว์ของดี  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนไปร่วมทริป “กินอาหารถิ่น ตามหาวัตถุพื้นบ้านจันทบุรี” แคมเปญนี้จัดขึ้นเพื่อชวนไปเที่ยวเมืองคลาสสิกในภาคตะวันออกของไทย

ททท.พาไปหาของอร่อยๆ ของดีถิ่นแถวนี้กินกันแบบกระหน่ำสองวันจัดเต็ม ชูแนวคิดจันทบุรีเป็นแหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์ ไม่แค่อุดมไปด้วยผลไม้ แต่สมบูรณ์ไปทั้งอาหารทะเล สมุนไพร-เครื่องเทศ หน้าตาแปลกๆ ชื่อแปลกๆ ก็มีเฉพาะที่ถิ่นนี้ ใครต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายในเมืองหลวง ท่องเที่ยวกับครอบครัวและเพื่อนฝูงขับรถก็ไม่ไกลนักขับชิลๆ ไม่เกิน 4 ชั่วโมง ตะลุยกินอาหารถิ่นของดีของเด็ดเมืองจันท์รับรองอร่อยต้องฝันถึง

ข้าวกับน้ำพริกกะเกลือ

“ชุมชนริมน้ำจันทบูร” เป็นจุดแรก ชิม และชมบ้านเรือนริมน้ำเก่าสมัยรัชกาลที่ 5 สถาปัตยกรรมโบราณ บ้านพัก ร้านค้าร้านอาหาร กลมกลืนไปกับบรรยากาศบ้านไม้เก่าๆ บ่งบอกได้ว่าคนในชุมชนรักษ์ภูมิใจบ้านเกิดของพวกเขามากมาย อาหารถิ่นสะท้อนชัดทั้งอัตลักษณ์ ความเป็นมา และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ได้ดี

เมนูแรกก๋วยเตี๋ยวทะเล ข้าวคลุกพริกเกลือ เริ่มต้นที่ร้านก๋วยเตี๋ยวขลุกขลิก นั่งชิลริมแม่น้ำที่คนเมืองจันท์เรียกขานกันว่า “แม่น้ำจันทบูร” ก๋วยเตี๋ยวทะเลหลายๆ คนน่าจะคุ้นแล้วกับกั้งตัวโตๆ ที่ลอยคอเสนอตัวให้คนมากิน แต่กับอีกเมนูชื่อแปลกที่บรรดาเจ้าถิ่นภูมิใจนักหนา “ข้าวคลุกพริกเกลือ” หลายคนฟังแล้วงง แต่คนภาคตะวันออกไม่งง สี่รัก คุณประภากร นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดจันทบุรี รับแขกพาตะลอมชิมบอกก็คือน้ำจิ้มซีฟู้ดนั่นแหละ แต่เรียกชื่อนี้เพราะคนภาคนี้จะตำเกลือทะเลกับพริกขี้หนูสดลงไปก่อน ตามด้วยน้ำปลาดี หิวๆ ขึ้นมาก็คลุกข้าวสวยร้อนๆ แค่ไข่ต้มยางมะตูมใบเดียว ข้าวอาจหมดหม้อไม่รู้ตัว

แต่ยี่ห้อเศรษฐีเมืองจันท์ก็ต้องประโคมกั้งต้ม กุ้ง ปู ปลาหมึกลงไปให้ครบครัน ความจริงใจสไตล์อาหารบ้านๆ ก็ไม่ต้องจัดจานอะไรให้สวยงาม มีอะไรก็ใส่ๆ ลงไป แถมหูหมูต้มแนมเข้าไปอีก โอ๊ย...จะสมบูรณ์พูนสุขอะไรเช่นนั้น

ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา สี่รัก นายกสมาคมฯ ให้ข้อมูลการท่องเที่ยวของ จ.จันทบุรี เติบโตขึ้นกว่า 60% มีรายได้ภาคการท่องเที่ยว 5,000-6,000 ล้านบาท/ปี สถิตินักท่องเที่ยวของจันทบุรีราวปีละ 1.8 ล้านคน ส่วนใหญ่ชอบเดินทางท่องเที่ยวช่วงฤดูผลไม้ แต่ในช่วงนี้เงาะ ทุเรียน ยังออกมาไม่เยอะ อาหารท้องถิ่นก็น่าจะเป็นอีกตัวเลือก

เป้าหมายต่อไปพาไปเดินตลาดสด ตามหาวัตถุดิบผักและสมุนไพรของดีที่นี่มีอะไรให้ดูเพียบ “ตลาดเจริญสุข” เน้นสินค้าเกษตรอินทรีย์และผักพื้นบ้าน เช่น หน่อกระวาน ถ้าใครเคยกินต้มไก่ใส่หน่อกระวาน คงติดใจความหอมสดชื่นที่ต้มข่าไก่ไม่มี คนภาคตะวันออกต้มใส่กะทิเหมือนกันแต่ไม่ใส่น้ำมะนาว หั่นระกำเปรี้ยวใส่ลงไปแทนสร้างเอกลักษณ์อาหารไม่ซ้ำที่ไหน อาหารอีกอย่างที่คนเขียนก็เป็นสาวภาคตะวันออกเห็นแล้วไหลทั้งน้ำตาด้วยความคิดถึง ทั้งน้ำลายไหลอยากกินที่สุด “ก๋วยเตี๋ยวผัดปู” เส้นจันท์ผัดซอสมะขามสีแดงๆ ได้กินในงานทำบุญทำเลี้ยงแขกมาร่วมงานเยอะๆ แต่ก็ไม่เคยเหลือติดก้นหม้อแม่ค้าตักขายถุงละ 20 บาทอิ่มอร่อยหายคิดถึง

แกงหมูชะมวง อาหารขึ้นชื่อหลายคนคงรอว่าทำไมไม่พูดถึงสักที มาถึงถิ่นได้กินแน่ๆ อยู่แล้ว แต่คราวนี้เจ้าถิ่นจัดมาเก๋ไก๋กว่าเดิม โรงแรมสุดฮิปแห่งใหม่ใน อ.เมือง จ.จันทบุรี โรงแรมบลูแรพบิท จัดมุมเบเกอรี่ใช้อาหารท้องถิ่นที่ใครก็ติดใจหม้อนี้ ทำ “ชะมวงโทสต์” และอีกชิ้นควรสั่ง “เค้กทุเรียนคอตตอนชีสเค้ก” ครีมเค้กนิ่มนวลแทบไม่ได้กลิ่นทุเรียนเลยสักนิด กินกับน้ำผลไม้จะธรรมดาได้ที่ไหน “น้ำส้มจี๊ด” คนจันท์คนระยองเรียกส้มลูกจิ๋วชนิดนี้ว่า “ส้มกะปรี๊ด” เพราะมันเปรี้ยวปรี๊ดสุดๆ เมื่อนำมาผสมน้ำผึ้งโซดาก็เรียกความสดชื่นยามบ่ายได้ดีนักแล

การนำอาหารท้องถิ่นมาปรุงให้เป็นจานใหม่ทันสมัยขึ้น เป็นแนวคิดที่นักธุรกิจรุ่นใหม่เมืองจันท์ช่วยกันคิด ช่วยกันสร้างสรรค์ เป็นการรวมใจพัฒนาจังหวัดนี้ด้วยพื้นฐานเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ มื้อดินเนอร์กับเชฟหนุ่มสุดหล่อชาวเมืองจันท์ ยิ่งสื่อถึงเอกลักษณ์อาหารคุณภาพดีของจังหวัดได้เกินร้อย

อาหารจันทบูรสู่สากล

งานกาลาดินเนอร์ “Prime Night@Chan” จัดขึ้น ณ สวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช นำเสนอเมนูโต๊ะจันท์ รังสรรค์เมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่น โดย “เชฟปิง” สุรกิจ เข็มแก้ว เชฟคนดังชาวจันทบุรี จึงคุ้นเคยวัตถุดิบต่างๆ ที่นำมาปรุงดีอยู่แล้ว สไตล์เชฟทำอาหารแนว Innovative Thai Cuisine นำวัตถุดิบอาหารที่เราคุ้นเคยมาปรุงใหม่ให้น่าตื่นเต้น

อาหารทั้งหมด 4 คอร์ส เชฟต้อนรับแขกมาเยือนด้วยความสดชื่นด้วยน้ำผลไม้และเจลผลไม้ในขวดเล็กๆ แปลกตา เชฟปิงแนะนำน้ำสละมีกลิ่นหอมทอนกลิ่นทุเรียนลงได้ดี คนกลัวกลิ่นก็กระดกซดได้ ไม่ต้องกลัว หอมละมุนจริงๆ คอร์สแรกรวมของกินเล่น (Snack) น้ำพริกปูไข่ น้ำพริกระกำ มากับข้าวเกรียบซอสผัดปู คอร์สสองคือแอพพิไทเซอร์ พริกเกลือส้มจี๊ด เชฟทำน้ำจิ้มพริกเกลือถ้วยที่คนจันท์คุ้นลิ้นปรุงใหม่กับหน่อกระวานน้ำตาลมะพร้าว ปรุงเป็นเนื้อเจลกินกับหอยเชลล์ฮอกไกโด ความแซ่บจี๊ดคงอยู่ครบ

“เชฟปิง” สุรกิจ เข็มแก้ว

หมูชะมวงมาในคอร์สสามเมนดิส เชฟใช้หมูดำตุ๋นในระบบสุญญากาศ (Sous Vide) เนื้อชุ่มฉ่ำกว่าเดิมที่ใช้การเคี่ยวตุ๋นจนเปื่อย ไซส์ดิสเป็นทุเรียนมันบดที่ต้องบอก (อีกแล้ว) ว่าคนกลัวทุเรียนอย่ากลัว จบคอร์สด้วยของหวาน กรานิต้าส้มฉุนกินคู่กับขนมมัศกอด วิถีชีวิตความเป็นอยู่ และวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวจันทบุรี สื่อผ่านเมนูอาหารสุดล้ำโดยเชฟรุ่นใหม่โชว์การพัฒนาไม่หยุดยั้ง

เจ้าภาพ ททท. ย้ำให้หนักเรื่องความอุดมสมบูรณ์ จบทริปนี้ด้วยเซตซีฟู้ดปูปลากุ้งหอยมาเต็ม โดยเฉพาะหอยนางรมยักษ์ตัวเท่าฝ่ามือ ที่ฟาร์มลุงทม บ้านท่าแฉลบ สดไม่สด ลุงทมยกพวงหอยจากทะเล
อ่าวไทยงัดกาบให้ชิมความสดกรุบกริบ กินกี่ตัวก็ได้เลยบริการแบบบุฟเฟ่ต์ ล้างปากจบทริปพาไปกินขนมในชุมชนอายุร้อยกว่าปี หมู่บ้านหนองบัว ลองชิม “ขนมแปลก” ของดีชุมชน เดินเที่ยวชมบ้านไม้โบราณไปในถนนแสนสงบ “ตังเมใส่กระป๋องนมข้นหวาน” นี่อร่อยหนึบหนับระลึกชาติได้เลย

 

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดกิน-เที่ยวในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์