เที่ยวทั่วไทย

ค้นหา ‘ทะเลโบราณ’ บนแผ่นดินที่ราบสูง

  • 15 กรกฎาคม 2560 เวลา 07:48 น.
  • | เปิดอ่าน 8,525
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

ค้นหา ‘ทะเลโบราณ’ บนแผ่นดินที่ราบสูง

โดย...กาญจน์ อายุ

 ทุกคำถามบนโลก ล้วนตอบได้ด้วยหลักฐานทางธรณีวิทยา ทั้งการกำเนิดโลก ประวัติศาสตร์มนุษย์ และอารยธรรมโบราณ เพราะการเปลี่ยนแปลงทางลักษณะธรณีวิทยาย่อมส่งผลต่อวิวัฒนาการของสังคมและอารยธรรม เช่น บน "ที่ราบสูงโคราช" แหล่งค้นพบซากฟอสซิลปะการังและสัตว์ทะเลในยุคเริ่มแรกราว 300 ล้านปี และทำให้เกิดวิถีของผู้คนและวัฒนธรรมตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

อีสานเคยเป็นทะเลมาก่อน

 การเดินทางครานี้ได้เริ่มต้นจากการค้นหาแหล่งปะการังโบราณที่ บ้านซับพริก และ วัดหัวโกรก อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี เพื่อสำรวจซากฟอสซิลปะการังและสัตว์ทะเลในยุคเริ่มแรกราว 300 ล้านปี ก่อนตั้งแต่ยุคที่สัตว์บนบกยังไม่มี ซึ่งน่าสนใจตรงที่สิ่งมีชีวิตที่ปรากฏนี้มีความร่วมสมัยกับแผ่นดินสตูล!

 ฟอสซิลเหล่านี้ทับถมกันและถูกชั้นตะกอนใต้ทะเลทับถมจนเป็นหินปูน จากนั้นเมื่อแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนตัวมาเบียดชนกันทำให้แผ่นดินที่เคยอยู่ใต้ท้องทะเลถูกดันโป่งขึ้นมาเป็นภูเขา จึงเป็นที่มาว่าทำไมจึงพบฟอสซิลทะเลดึกดำบรรพ์บนยอดเขา

สวนไม้กลายเป็นหิน

 นอกจากนี้ การเบียดชนกันของแผ่นเปลือกโลกยังทำให้เทือกเขาเพชรบูรณ์และดงพญาเย็น กลายเป็นขอบที่ราบสูงโคราชทางทิศตะวันตก โดยเริ่มจากเหนือสุดที่ผามอง ยาวต่อลงมาทางทิศใต้ตามแนวของภูยาอู่ ภูพานคำ ภูแลนคา และภูพังเหยจนถึงเขื่อนลำตะคอง ส่วนขอบที่ราบสูงโคราชทางทิศใต้ประกอบด้วยทิวเขาสันกำแพงและพนมดงรัก และขอบแอ่งทางทิศเหนือและตะวันออกเป็นแนวเทือกเขาใน สปป.ลาว

 การก่อเกิดที่ราบสูงโคราชนี้ ทำให้บริเวณกลางแอ่งมีการแทรกดันของเกลือหินกระจายอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะแหล่งเกลือที่ ต.หนองสรวง ที่มีการผลิตเกลือด้วยกรรมวิธีสูบน้ำบาดาลเค็มมาขังในแปลงนา ตากแล้วปล่อยให้ระเหย ทำให้พบว่ามีลำดับการตกผลึกตั้งแต่เกลือแคลเซียม เกลือโซเดียม และเกลือแมกนีเซียม เหมือนการตกผลึกจากน้ำทะเล แสดงว่าภาคอีสานเคยเป็นแอ่งแผ่นดินที่มีน้ำทะเลเข้ามาท่วมขังและระเหยแห้งมาก่อน

 สำหรับจุดชมขอบที่ราบสูงโคราช หรือเขาเควสตา หรือเขาอีโต้หินทราย ที่อย่างชัดเจนอยู่บน วัดป่าภูผาสูง อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา เป็นจุดที่สามารถมองเห็นทิวเขาเควสตาเรียงรายกัน และพบร่องรอยหนอนชอนไชบนหินทรายด้วย และบนจุดชมวิว เขายายเที่ยง ที่สามารถมองเห็นเขาเควสตาสุดสวยงาม และวิวเขื่อนลำตะคองอลังการที่จะงดงามมากที่สุดในยามเย็น

เงาของกระดูกไดโนเสาร์จำลองบนเพดานพิพิธภัณฑ์

 ทั้งนี้ ที่ราบสูงโคราชมีเนื้อที่ 1.5 แสน ตร.กม. หรือประมาณ 1 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมดของประเทศไทย โดยมีลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบเรียบ และมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 130-250 ม.

หินทรายจารึกประวัติศาสตร์

 อารยธรรมขอมบาปวน ถูกสืบทอดอย่างแข็งแกร่ง ณ ปราสาทพนมวัน เป็นปราสาทหินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศไทย ปรางค์สร้างจากหินทราย สีเนื้อและสีจำปาอ่อนของมหายุคมีโซโซอิกอายุ 210-66.5 ล้านปี ร่วมยุคสมัยกับไดโนเสาร์ ถือเป็นสิ่งบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าคนโบราณรู้จักเลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่มาใช้ในการก่อสร้าง โดยมีการพบลานหินตัดหรือลานหินทรายที่ปรากฏร่องรอยการตัดหินในแนวสี่เหลี่ยม เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบในการสร้างปราสาทหินด้วย

 เช่นเดียวกับภาพเขียนสีโบราณอายุ 4,000 ปีที่ วัดเขาจันทน์งาม ที่ปรากฏร่องรอยการแตกออกจากกันของลานหินทรายจนภายในกลายเป็นเพิงผาหิน ซึ่งบนผาหินทรายได้ปรากฏภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ชัดเจน มีรายละเอียดที่เน้นความสมจริง เช่น มีลักษณะทางกายวิภาคที่ถูกต้อง วาดน่องมนุษย์ได้สมจริง มีอากัปกิริยาของการนั่งล้อมวง สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตของคนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งมีลักษณะเป็นสังคมเกษตรกรรม และมีการรวมกลุ่มกันเป็นชุมชน อันเป็นพัฒนาการของภาพเขียนโบราณที่น่าจะมีอายุรุ่นหลังกว่าภาพเขียนผาแต้ม และเป็นแหล่งศิลปะถ้ำยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่พบเพียงแห่งเดียวในนครราชสีมา

ผศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหิน

 ธรณีวิทยาอย่างหินทราย จึงสามารถบอกเล่าประวัติศาสตร์มนุษย์และอารยธรรมโบราณได้ ซึ่งยังปรากฏให้เห็นที่ เมืองเสมา แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่พบร่องรอยการอยู่อาศัยของมนุษย์ และเป็นเมืองโบราณร่วมสมัยทวารวดีและวัฒนธรรมเขมร รวมถึงพระนอนหินทรายขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่ วัดธรรมจักรเสมาราม ที่คาดว่าได้รับอิทธิพลของศิลปะแบบทวารวดีปะปนกับศิลปะพื้นเมือง

มหานครแห่งบรรพชีวิน

 ด้วยความสำคัญและความโดดเด่นด้านธรณีวิทยา โบราณคดี นิเวศวิทยา และวัฒนธรรม จึงทำให้พื้นที่ 5 อำเภอในนครราชสีมาถูกประกาศให้เป็น "อุทยานธรณีโคราช" หรือโคราชจีโอพาร์ค (ระดับจังหวัด) มาตั้งแต่ปี 2558 โดยครอบคลุม อ.สีคิ้ว สูงเนิน ขามทะเลสอ เมืองนครราชสีมา และ อ.เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งมี "หินทราย" เป็นตัวเชื่อมร้อยเรื่องราวเข้าเป็นพื้นที่เดียวกัน

 อัตลักษณ์ของอุทยานธรณีโคราช คือดินแดนประตูของที่ราบสูงโคราช ในพื้นที่ลุ่มน้ำลำตะคองตอนกลางถึงตอนล่าง โดยมีสัณฐานภูมิประเทศเด่นเป็นเขาเควสตาหรือเขาอีโต้ที่เป็นหินทราย กับลำตะคอง ที่เป็นธารน้ำบรรพกาลไหลกัดกร่อนบนพื้นที่ที่หินฐานส่วนใหญ่เป็นหินทราย

จุดชมวิววัดป่าภูผาสูง

 ทว่าสิ่งที่เป็นความพิเศษเฉพาะพื้นที่ทางธรณีวิทยา คือ ฟอสซิลไดโนเสาร์ และสัตว์ร่วมยุคจำนวนมากในชั้นหินกรวดมนปนปูนที่แทรกสลับชั้นอยู่กับหินทรายในเขต อ.เมืองนครราชสีมา รวมถึงไม้กลายเป็นหินที่สะสมตัวอยู่ในชั้นตะกอนร่อนกรวดทราย ในเขต อ.เฉลิมพระเกียรติ และ อ.เมืองนครราชสีมา จนกล่าวได้ว่า เมืองโคราชคือ มหานครแห่งบรรพชีวิน หรือพาลีออนโตโปลิสของโลก!

 แหล่งท่องเที่ยวประเภทซากดึกดำบรรพ์ถูกรวบรวมไว้ในที่เดียวที่ พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน-พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์-พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ (ในที่เดียวกัน) ต.สุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งเป็นตำบลที่ค้นพบซากดึกดำบรรพ์ไม้กลายเป็นหิน ไดโนเสาร์ และเพื่อนร่วมยุคอย่างซากดึกดำบรรพ์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอายุ 16 ล้านปี รวมถึงช้างดึกดำบรรพ์ถึง 10 สกุล จาก 55 สกุล ที่พบทั่วโลก

 นอกจากนี้ สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดในพื้นที่โคราช คือการค้นพบซากดึกดำบรรพ์สายพันธุ์ใหม่ของโลก ในมหายุคมีโซโซอิกและมหายุคซีโนโซอิกจำนวน 10 ชนิด โดยพิพิธภัณฑ์ได้จัดแสดงด้วยแสง สี เสียง และมัลติมีเดีย ซึ่งน่าเซอร์ไพรส์มาก เพราะแค่ฟังชื่อและดูแต่อาคารภายนอกมันไม่สามารถบอกได้เลยว่า ข้างในนั้นทันสมัยและเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ไม่น่าเบื่อเลยสักนิดเดียว

ภาพเขียนสีเขาจันทน์งามอายุ 4,000 ปี

 แน่นอนว่า อุทยานธรณีโคราชกำลังถูกผลักดันให้ไปสู่ระดับโลก โดยการเสนอชื่อต่อองค์การยูเนสโกให้ประกาศพื้นที่ 5 อำเภอในโคราชให้เป็น อุทยานธรณีโลก ซึ่งในตอนนี้อุทยานธรณีสตูลกำลังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาจากยูเนสโก ทำให้อุทยานธรณีโคราชต้องรอคิว (ตามเงื่อนไขที่สามารถเสนออุทยานธรณีได้เพียงครั้งละ 1 แห่งเท่านั้น) ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่คณะกรรมการและผู้บริหารสำนักงานอุทยานธรณีโคราชต้องทำงานกับชุมชนท้องถิ่น พัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงธรณี และโปรโมทคำว่า อุทยานธรณีโคราช ให้เป็นที่รู้จัก

อาจสรุปสั้นๆ ได้ว่า อุทยานธรณีโคราช คือ "ดินแดนแห่งเควสตาและฟอสซิล" และด้านอัตลักษณ์จะนึกถึง "ดินแดนแห่ง 1 เขา 1 หิน 1 ลำ 1 วัฒนธรรม และ 3 ซาก" หมายถึง เขาเควสตา หินทราย ลำตะคอง วัฒนธรรมไทยโคราช ซากไม้กลายเป็นหิน ซากช้างดึกดำบรรพ์ และซากไดโนเสาร์ อันจุดเด่นที่จะทำให้อุทยานธรณีโคราชแตกต่างและสมฐานะกับการเป็นอุทยานธรณีโลก

ตะไคร่น้ำเกาะหินขนาดมหึมาบริเวณที่พบภาพเขียนสีโบราณ

ปราสาทหินพนมวัน

นักท่องเที่ยวชมวิวบนวัดป่าภูผาสูง

นักท่องเที่ยวยกกล้องเก็บภาพเขียนสีโบราณ

แนวที่ราบสูงโคราช

ดูฟอสซิลผ่านแว่นขยาย

ฟอสซิลโคราโตซูคัส จินตสกุไล จระเข้ชนิดใหม่ของโลก

ซากฟอสซิลปะการังและสัตว์ทะเลบริเวณที่ราบสูงโคราช

ซากฟอสซิลปะการังและสัตว์ทะเลบริเวณที่ราบสูงโคราช

ซากฟอสซิลปะการังและสัตว์ทะเลบริเวณที่ราบสูงโคราช


แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดกิน-เที่ยวในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์