ข่าวรอบโลก

เก็บข้อมูลไว้จนชั่วฟ้าดินสลาย กับอาคารนิรภัยในนอร์เวย์

  • 05 เมษายน 2560 เวลา 18:03 น.
  • | เปิดอ่าน 31,397
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

เก็บข้อมูลไว้จนชั่วฟ้าดินสลาย กับอาคารนิรภัยในนอร์เวย์

โครงการอาคารนิรภัยที่ใช้เก็บข้อมูลสำคัญจากทั่วโลก จัดตั้งขึ้นเคียงข้างกับธนาคารเมล็ดพันธุ์พืชใกล้ขั้วโลกเหนือ

The Svalbad Global Seed Vault อาคารนิรภัยซึ่งทำหน้าที่เป็นธนาคารเก็บเมล็ดพันธุ์พืชนานาชนิดจากทั่วโลก ที่ตั้งอยู่บนเกาะ Svalbad ใกล้กับขั้วโลกเหนือนี้ไม่ต้องทนตั้งตระหง่านอย่างเปลี่ยวเหงาอีกต่อไป เพราะมันกำลังจะมีเพื่อนเป็นอาคารนิรภัยข้างเคียงที่ทำหน้าที่เก็บบันทึกข้อมูลจากทั่วโลก

โครงการอาคารนิรภัยแห่งใหม่นี้มีชื่อว่า The Arctic World Archive ที่จะทำหน้าที่เป็นธนาคารข้อมูลจากทุกประเทศทั่วโลก ด้วยคำมั่นที่รับประกันว่าข้อมูลทั้งหมดที่ถูกเก็บอยู่ในตัวอาคารจะไม่มีวันได้รับผลกระทบ แม้ว่าใขณะนั้นโลกของเราจะเผชิญกับภัยพิบัติครั้งใหญ่ หรือหายนะจากสงครามนิวเคลียร์ก็ตาม

อย่างไรก็ตามในขณะที่ ธนาคารเก็บเมล็ดพันธุ์พืชนี้เป็นโครงการการกุศลที่ตั้งขึ้นเพื่อรวบรวมความหลากหลายของพืชพันธุ์ ธนาคารข้อมูลแห่งนี้เป็นธุรกิจแสวงหาผลกำไรที่มีราคาค่าใช้จ่าย ดำเนินการโดยบริษัทเทคโนโลยีสัญชาตินอร์เวย์ที่มีชื่อว่า Piql และขณะนี้พวกเขาก็มีลูกค้าแล้วอันได้แก่ รัฐบาลจากประเทศบราซิล, เม็กซิโก และนอร์เวย์ ที่ต้องการฝากสำเนาเอกสารทางประวัติศาสตร์ของพวกเขาให้คงอยู่ตลอดกาล

ตัวอย่างม้วนฟิล์มที่ใช้ในการเก็บข้อมูล

 

ข้อมูลทั้งหมดจะถูกปริ้นเก็บเอาไว้ในม้วนฟิล์มที่ผลิตขึ้นโดย Piql ถึงแม้ว่าโลกในปัจจุบันจะพัฒนาเป็นดิจิตอลไปหมดแล้วก็ตาม แต่ทางบริษัทมองว่าการเก็บข้อมูลที่ยั่งยืนที่สุดยังคงเป็นวิธีแบบอนาล็อก ซึ่งสามารถแปลงกลับมาเป็นดิจิตอลได้ในภายหลัง

เมื่อข้อมูลถูกถ่ายทอดลงบนฟิล์ม ม้วนฟิล์มจะถูกนำไปเก็บไว้ยังธนาคารข้อมูล ซึ่งในอดีตสถานที่แห่งนี้เคยเป็นเหมืองถ่านหินมาก่อน และถูกทิ้งร้างไปในปี 1995 ห้องใต้ดินที่ใช้เก็บข้อมูลของธนาคารนั้นอยู่ต่ำกว่าพื้นดิน 300 เมตร ซึ่งทาง Piql อ้างว่าข้อมูลที่นำมาฝากไว้กับบริษัทนี้จะถูกเก็บรักษาอย่างดีได้อย่างน้อย 500 ปี ในขณะเดียวกันอายุการเก็บรักษาก็อาจยืนยาวได้ถึง 1,000 ปีเลยทีเดียว ด้วยสภาพแวดล้อมภายนอกที่เหมาะสม

"สถานที่แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานใดๆในการควบคุมอุณหภูมิ" Rune Bjerkestrand ผู้ก่อตั้ง Piqi กล่าว "ลึกลงไปในพื้นดินที่อุณหภูมิติดลบ 5 - 10 องศา บรรยากาศจะแห้ง และหนาวเย็นซึ่งนั่นเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมอย่างมากสำหรับการเก็บรักษาฟิล์มในระยะยาว"

ตัวอาคารถูกสร้างลึกเข้าไปในภูเขาบนเกาะ Svalbad ซึ่งอยู่ห่างจากขั้วโลกเหนือราว 1,000 กิโลเมตร

 

หากใครก็ตามที่สนใจอยากเก็บข้อมูลใดๆเอาไว้จนชั่วฟ้าดินสลายก็สามารถส่งข้อมูลของคุณได้ให้แก่ทางบริษัท ไม่ว่าข้อมูลนั้นจะอยู่ในรูปของเอกสาร หรือไฟล์ดิจิตอลก็ตาม และเมื่อลูกค้าต้องการเรียกคืนข้อมูลของพวกเขา ทางบริษัทจะแปลงข้อมูลจากฟิล์มทั้งหมดเป็นไฟล์ดิจิตอล และอัปโหลดส่งผ่านใยแก้วนำแสงมายังนอร์เวย์แผ่นดินใหญ่ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียง 20 - 30 นาทีเท่านั้น

ด้าน Bjerkestrand อธิบายเพิ่มว่า สถานที่ตั้งของธนาคารข้อมูลนี้ ไม่ได้มีข้อดีแค่ความห่างไกลเท่านั้น แต่พื้นที่ของหมู่เกาะ Svalbard นี้ยังได้รับความคุ้มครองจากสนธิสัญญาระหว่างประเทศหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ระบุห้ามใช้พื้นที่ดังกล่าวทางการทหาร ดังนั้นจึงสบายใจได้ว่าข้อมูลสำคัญเหล่านี้จะไม่ตกไปอยู่ในมือของประเทศใดประเทศหนึ่ง หากเกิดความขัดแย้งรุนแรงขึ้นในอนาคต

"จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านๆมา ทุกครั้งที่เกิดสงครามข้อมูลสำคัญจะถูกทำลายไปหมด ดังนั้นหากจะปกป้องข้อมูลเหล่านี้จำต้องย้ายพวกมันไปไว้ในที่ห่างไกล สถานที่ที่อยู่ในสนธิสัญญา และจะไม่เกิดอันตรายขึ้น" Bjerkestrand กล่าว

ขณะนี้มีหลายบริษัทจากทั่วโลกสนใจส่งข้อมูลมาเก็บเอาไว้กับเขา อย่างไรก็ตาม Bjerkestrand กล่าวว่าตัวเขายังไม่ได้กำหนดราคาค่าใช้จ่ายสำหรับการเก็บข้อมูลถาวรเหล่านี้ รวมถึงรูปแบบของโปรโมชั่น และการให้บริการ แต่ถึงกระนั้นตัวเขาก็ยืนยันว่าโครงการนี้จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

The Arctic World Archive ดำเนินการโดยบริษัท Piqi

 

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดรอบโลกในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์