เศรษฐกิจ

คลังเร่งภาษีที่ดินใช้ปี'60 เจ้าของที่ดิน-บ้านจ่ายเพิ่ม

  • 24 กันยายน 2559 เวลา 08:27 น.
  • | เปิดอ่าน 15,165
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

คลังเร่งภาษีที่ดินใช้ปี'60 เจ้าของที่ดิน-บ้านจ่ายเพิ่ม

หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2559 กระทรวงการคลังเตรียมที่จะนำร่างกฎหมายดังกล่าวเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อให้มีผลบังคับใช้ทันปี 2560 ตามแผนที่วางไว้

สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อพิจารณาเสร็จก็จะส่งให้ ครม.พิจารณาเห็นชอบอีกครั้ง เพื่อให้ สนช.พิจารณาได้ภายในเดือน ต.ค.นี้ โดยคาดว่ากฎหมายภาษีที่ดินจะมีผลบังคับใช้ในปี 2560

ทั้งนี้ สาระสำคัญของกฎหมาย คือจะกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สามารถจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตราก้าวหน้าไม่เกิน 0.5% ของราคาประเมินกรมธนารักษ์ โดยกฎหมายจะแบ่งการเก็บภาษีเป็น 4 ประเภท ประกอบด้วย ประเภทที่อยู่อาศัย กรณีมีบ้านหลังเดียว มีมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท จะได้รับการยกเว้นการจัดเก็บภาษี ขณะที่ราคาที่อยู่อาศัยเกิน 50 ล้านบาทขึ้นไป จะเสียภาษีโดยมีอัตราเพดานสูงสุดที่ 0.5% แต่จัดเก็บจริงจะเก็บตามขั้นบันได ส่วนกรณีมีที่อยู่อาศัยหลายหลัง หรือมีบ้านตั้งแต่ 2 หลังขึ้นไป จะเสียภาษีทันทีในบ้านหลังที่สอง ตั้งแต่บาทแรก โดยมีอัตราเพดานสูงสุดที่ 0.5%

ส่วนประเภทที่ 2 คือ กลุ่มพื้นที่เกษตรกรรม มีอัตราเพดานสูงสุดที่ 0.2% กลุ่มที่ 3 สำหรับกลุ่มพาณิชย์ อุตสาหกรรม จะจัดเก็บภาษี ซึ่งมีอัตราเพดานสูงสุดที่ 2% และประเภทที่ 4 คือ กลุ่มที่ดินรกร้างว่างเปล่าและไม่ใช้ประโยชน์ จะจัดเก็บภาษีโดยมีอัตราเพดานสูงสุด 5% ในปีที่ 1-3 หลังจากนั้นหากไม่ได้มีการทำประโยชน์ในปีที่ 4-6 จะจัดเก็บเพิ่มอีกเท่าตัว

วิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้พยายามผลักดันกฎหมายภาษีที่ดินมา 11 รัฐบาลแล้ว ตั้งแต่ปี 2535 จนรัฐบาลปัจจุบันที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศเป็นรัฐบาลที่ 12 รวมแล้ว 24 ปี 2 รอบ 2 ทศวรรษ และได้มีนโยบายดังกล่าว เพื่อเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจประเทศและขยายฐานภาษี โดยเริ่มจากภาษีมรดก จนมาเป็นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

อย่างไรก็ตาม ในการจัดเก็บภาษีนั้นจะต้องให้ผู้มีรายได้และเข้าเกณฑ์เสียภาษีน้อยที่สุด ซึ่งในครั้งแรกได้เสนอประเภทที่อยู่อาศัยให้มีการจัดเก็บตั้งแต่บาทแรก แต่ในท้ายที่สุด เนื่องจากบ้านเป็นปัจจัย 4 จึงได้ปรับให้มีการจัดเก็บบ้านที่มีราคาเกิน 50 ล้านบาทเป็นต้นไป โดยการจัดเก็บภาษีที่ดิน ผู้ดูแลและจัดเก็บจะเป็นหน้าที่ของ อปท. เพื่อเพิ่มรายได้ นำไปพัฒนาท้องถิ่น และเป็นการลดภาระงบประมาณของรัฐบาลที่ต้องเข้ามาสนับสนุนอีกด้วย

เกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ยอมรับว่า การคำนวณภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรูปแบบใหม่ จะส่งผลให้บริษัททั้ง 650 บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องเสียภาษีในส่วนของตัวอาคารพาณิชย์เพิ่มมากขึ้น เช่น อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ปัจจุบันหากคำนวณภาษีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง และภาษีบำรุงท้องที่แล้ว ในแต่ละปีจะต้องเสียภาษีประมาณ 8 ล้านบาท/ปี แต่หากกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีผลบังคับใช้ จะส่งผลให้ในแต่ละปีตลาดหลักทรัพย์ฯ จะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น 64% หรือประมาณ 13 ล้านบาท/ปี

ขณะเดียวกัน กรมธนารักษ์ยังจัดทำราคากลางเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการคำนวณอัตราการเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งจะมีการปรับในทุก 4 ปี สะท้อนให้เห็นว่าราคาที่ดินมีการเคลื่อนไหวได้ตามราคาที่ประกาศ ขณะที่ผู้ที่เสียภาษีจะต้องเสียภาษีตามมูลค่าตามการตลาดที่แท้จริง

เกศรา กล่าวว่า ปัจจุบันมีบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งสิ้น 55 บริษัท คิดเป็นมูลค่าตามราคาตลาด 9.5 แสนล้านบาท หรือประมาณ 7% ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

ด้านผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ อธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า เชื่อว่า พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะประกาศใช้ไม่ทันตามที่กำหนดไว้วันที่ 1 ม.ค. 2560 เนื่องจากปัจจุบันกฎหมายลูกยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ขณะที่ อปท.ก็ยังไม่มีความพร้อมในการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพราะเท่าที่ทราบยังไม่มีการอบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่เพื่อทำการจัดเก็บภาษี รวมถึงการประเมินประเภทที่ดิน โดยคาดว่าน่าจะประกาศใช้ได้ในปี 2560 ขึ้นกับการเตรียมความพร้อมให้ท้องถิ่น และการร่างกฎหมายลูก

นอกจากนี้ ในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว มีประเด็นที่ยังไม่เป็นธรรมกับผู้ถือครองที่ดินและยังไม่ได้รับการแก้ไข เช่น ที่ดินตาบอด ซึ่งปกติจะไม่สามารถขายให้กับใครได้ เพราะไม่มีทางเข้าออก แต่จะถูกจัดเก็บภาษีเป็นที่รกร้างว่างเปล่าในอัตราก้าวหน้า และที่ดินที่ถูกรอนสิทธิตามกฎหมายผังเมืองควบคุมไม่ให้สร้างอะไรเลยจนไม่สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้ อย่างเช่น ที่ดินบางกระเจ้า ที่ดินตามแนวรับน้ำ ที่ควรจะได้รับการลดหย่อนในการเสียภาษี

รวมทั้งที่ดินที่เตรียมไว้สำหรับพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรและอาคาร ซึ่งจะได้รับการยกเว้นเป็นเวลา 3 ปี แต่เป็นการยกเว้นให้ตั้งแต่ซื้อที่ดินแปลงนั้นมา ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในการพัฒนาโครงการบ้านจัดสรร ควรจะต้องยกเว้นตั้งแต่การได้ใบอนุญาตจัดสรร ส่วนการพัฒนาคอนโดมิเนียมก็ยกเว้นตั้งแต่ได้รับใบอนุญาตก่อสร้าง

อธิป กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีเจ้าของที่ดินนำที่ออกมาเสนอขายมากขึ้น เพื่อลดภาระที่จะต้องจ่ายภาษี โดยส่วนใหญ่เป็นที่ดินสำหรับการพัฒนาบ้านจัดสรร เนื่องจากที่ดินประเภทนี้ในแต่ละปีราคาจะไม่ค่อยขยับขึ้นมาก เก็บไว้มีแต่ภาระภาษี ส่วนที่ดินในเมืองส่วนใหญ่ราคาขยับสูงขึ้นมากกว่าภาระที่ต้องจ่ายภาษี จึงไม่ค่อยมีใครนำที่ดินออกมาขาย

อภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ กล่าวว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการหารือและสร้างความชัดเจนในส่วนของการจัด เก็บภาษี โดยเฉพาะสิ่งปลูกสร้างที่กำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่ ว่าจะมีการคำนวณการจัดเก็บภาษีอย่างไร และการจัดเก็บภาษีที่ดินใหม่นี้จะต้องให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้เสียภาษีด้วย

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดวิเคราะห์ในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์