สัมภาษณ์พิเศษ

"ปลงและปล่อยวางแล้ว" บทเรียนชีวิต "หญิงลี ศรีจุมพล"

  • 08 พฤษภาคม 2560 เวลา 19:25 น.
  • | เปิดอ่าน 165,058
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

"ปลงและปล่อยวางแล้ว" บทเรียนชีวิต "หญิงลี ศรีจุมพล"

โดย...วรรณโชค ไชยสะอาด

เพลงขอใจเธอแลกเบอร์โทรโด่งดังเป็นพลุแตกนำพาน้องร้องสาว “หญิงลี ศรีจุมพล” ก้าวขึ้นสู่แถวหน้าของวงการลูกทุ่งเมืองไทย

กราฟชีวิตพุ่งถึงขีดสุด คิวงานแน่นตลอดทั้งปีจนแทบไม่มีวันหยุดและมีรายรับมากกว่า 50 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามสองปีผ่านมา เธอกำลังเผชิญหน้ากับช่วงเวลาที่ยากลำบาก รูปร่างหน้าตาเปลี่ยนแปลงไปจากสาวหน้าเรียวคม รูปร่างอ้อนแอ้นเซ็กซี่กลายเป็นแขนขาเล็กลีบซึ่งเป็นผลกระทบจากการใช้ร่างกายอย่างหนักประกอบกับภาวะอาการช็อคหลังเห็นภาพคุณแม่ประสบอุบัติเหตุต่อหน้าต่อตา

อะไรคือความเจ็บปวดและบทเรียนที่เธอได้รับในช่วงชีวิตครั้งนี้ หญิงลีพร้อมแล้วที่จะเปิดเผย...

งานหนัก เครียด นอนไม่หลับ ช็อคเรื่องคุณแม่

ความสำเร็จเบื้องหน้านั้นผ่านความทุ่มเท แรงกาย หยาดเหงื่อในแบบที่แฟนเพลงและคนภายนอกไม่มีทางรับรู้ วันแล้ววันเล่ากว่าจะเฉิดฉายกลายเป็นนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง

ร่างกายของเธอรับภาระหนักมาเนิ่นนานหลายสิบปีจนกระทั่งมาแสดงอาการในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เริ่มจากหัวใจเต้นผิดปกติ มีอาการความดันโลหิตสูง ปลายประสาทอักเสบ แขนขาอ่อนแรงเล็กลีบ เเละถูกตรวจพบเจอโรคไทรอยด์ระยะเริ่มต้น

“มันสะสมมาเรื่อยๆ หลายๆ อย่าง ทั้งทำงานหนัก เครียด นอนไม่หลับจนต้องใช้ยา ไหนจะยารักษาเส้นเสียงที่ทั้งกินและฉีด สุดท้ายมีอาการช็อคจากอุบัติเหตุของแม่ร่วมด้วย”

ช่วงเดือนมีนาคมถึงต้นเมษายน สภาพร่างกายที่เธอเปิดเผยผ่านอินสตาแกรมล้วนแล้วแต่น่าเป็นห่วง ขาเล็กลีบเท่ากับขนาดโทรศัพท์ไอโฟน เธอเครียดมากเเละอยู่ในภาวะวิตกจริต ซึมเศร้า หวาดกลัวว่าเส้นทางชีวิตจะจบลง

"เครียดท้อ ความดันสูง หัวใจเต้นเร็ว ยิ่งเปิดอินเทอร์เน็ตหาความรู้ ทราบว่า กล้ามเนื้ออ่อนแรงมันมีผลกระทบ ทำให้หัวใจหยุดเต้นหรือล้มเหลวกระทันหันได้ รู้อย่างนี้ยิ่งเครียด ส่วนแขนขาก็เล็กลีบ คิดมากถ้าเดินไม่ได้จะทำงานยังไง จนกลายเป็นซึมเศร้า ความทุกข์รุมเร้าทั้งร่างกายและจิตใจ"

สุดท้ายหลังเข้ารับการตรวจเลือดและร่างกายอย่างละเอียด คุณหมอแจ้งว่าเธอมีอาการไทรอยด์ในระยะเริ่มต้นสามารถรักษาให้หายได้ ทำให้รู้สึกดีขึ้น คิดว่าเอาชนะได้ไม่ยากหากปฎิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างมีวินัย พักผ่อนเพียงพอ รับประทานยาและอาหารอย่างเต็มที่โดยเฉพาะโปรตีนเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อที่เล็กลีบให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

“การแจ้งของคุณหมอทำให้หญิงสบายใจ ปล่อยวาง ปรับอารมณ์และคิดสู้ต่อไป เริ่มกล้าโพสต์รูปไม่สวย เพื่อทำให้คนติดตามเห็นพัฒนาการบ่อยๆ หลังสงกรานต์พยายามกินอาหารอย่างหนักให้ร่างกายแข็งแรง เพราะก่อนหน้านั้นมีช่วงหนึ่งขาเล็กมากจนยืนแทบไม่อยู่ ตอนนี้หลุดพ้นจากวิกฤตแล้ว มีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนใบหน้าก็กำลังศึกษาอยู่ว่าจะทำยังไงให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม”

ลูกทุ่งสาวชาวบุรีรัมย์บอกว่า ตอนนี้ทั้งร่างกายและหัวใจของเธอเข้มแข็งขึ้นมาก คุณแม่หายป่วยจากอุบัติเหตุ การงานผู้ใหญ่เข้าใจและบอกให้รักษาตัวอย่างเต็มที่ ไม่ต้องเครียดที่ไม่ได้ทำงาน

ตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้

ชื่อเสียงและเงินทองนั้นเมื่อหมดลมหายใจก็เอาไปไม่ได้ เป็นสัจธรรมของชีวิตมนุษย์ทุกคน

หญิงลี บอกว่า สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเจ็บป่วยคือ เงินไม่ทุกอย่าง ตายไปก็เอาไปไม่ได้ ไม่ว่าจะหาหรือสร้างมามากมายเพียงไรก็ต้องทิ้งไว้อยู่ดี สิ่งที่เราควรทำก็คือเติมเต็มความสุขของตัวเองและมอบความสุขให้กับผู้อื่น ช่วยเหลือญาติพี่น้อง คนที่เรารัก เมื่อถึงวันลาจากจะไม่มีคำว่า “เสียดายที่ไม่ได้ทำ”

“เที่ยวบ้าง สนุกบ้าง เติมเต็มชีวิตคนรอบข้างไปด้วยกัน ถ้าเรามีความสุข ชีวิตก็ดีทุกอย่าง วันนี้เงินทองเราเติมเต็มหมดแล้ว พยายามมอบความสุข ความรักให้กับคนใกล้ชิด ได้ไม่ต้องมาเสียดายโอกาสที่ได้ทำดีต่อกันเเละกันวันนี้หญิงปลงและปล่อยว่าง ไม่คิดจะไปแข่งขันกับใคร ไม่ยึดติดว่าเราเลิศ เราดัง เราเพอร์เฟค คิดอย่างเดียวว่า ถ้าเราตายไปก็หายเงียบไปเลย นึกถึงแม่พุ่มพ่วง ท่านโด่งดังสุดขีด และล้มป่วยก่อนจะเสียชีวิต สุดท้ายความดังหรือเงินทอง มันก็ไปหมด เหลือเพียงแค่ชื่อเท่านั้น”

เธอบอกว่า อนาคตจะคำนึงถึงความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิตมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องเหนื่อย เครียด อดหลับอดนอนเพื่อแลกกับเงินหรือชื่อเสียงอีกแล้ว

“พออาการดีขึ้นเรื่อยๆ บางทีก็คิดอยากทำโน่นทำนี่ แต่พอตั้งสติดีๆนึกถึงความเหนื่อย เลยคิดว่าไม่ต้องทำอะไรมากมายแล้ว ไม่ต้องทำเยอะ ไม่ต้องเหนื่อยมาก ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ต้องเวอร์ นึกเพียงแค่ว่าจะให้อะไรแก่คนที่เรารัก คิดถึงคนรอบข้างอย่างเดียว”

มีความสุขในทุกวันเพื่อคนที่เรารัก

ผู้หญิงคนนี้บอกว่า ไม่เคยเสียใจกับสิ่งที่ผ่านมาในชีวิตเพราะได้ทำทุกอย่างอย่างเต็มที่ มอบสิ่งดีๆ ให้กับพ่อแม่ ญาติพี่น้องตลอดจนเพื่อนฝูงคนใกล้ชิด หากวันหนึ่งต้องลาจากกันไปก็ไม่มีอะไรที่ต้องเสียดาย

“หญิงทำดีกับทุกคนมาตลอด ทุกสิ่งอย่างเราพยายามหาให้พ่อแม่ตั้งแต่เด็กแล้ว จะน้อยจะมากก็ทำและให้เต็มที่เมื่อเทียบกับสิ่งที่เรามี ตอนมีเงินมีทอง หญิงก็ทำทุกอย่างให้ลงตัว ซื้อไร่นาที่ทางให้แม่ ทำรีสอร์ท สร้างอาชีพให้ญาติพี่น้อง ทีมงานที่เคียงข้างกันมา เราทำดีกับทุกคนเสมอ มองย้อนกลับไป ไม่มีอะไรต้องติดค้าง”

สาววัย 34 ปีบอกว่าเธอผ่านช่วงเวลาสูงสุดในชีวิตมาแล้วกับเพลง “ขอใจเธอแลกเบอร์โทร” หาเงินได้มากกว่า 50 ล้านบาทภายในเวลาไม่กี่ปี วันนี้ไม่คิดจะแข่งขันกับใคร ขอเต็มที่กับทุกๆ วันและสามารถดูแลคนรักได้อย่างสม่ำเสมอ อนาคตขึ้นอยู่กับโอกาส บุญวาสนาและความเมตตาจากแฟนเพลง

“ยังไม่แน่ว่าหลังจากหายป่วยแล้ว หญิงลีจะกลับมาผงาดอีกหรือเปล่า ก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น แต่เราเต็มที่กับปัจจุบันอยู่แล้ว มีความหวังอยู่เสมอว่าจะร้องเพลงให้ทุกคนฟัง ถ้าไม่ล้มหมอนนอนเสื่อ ร้องเพลงได้ก็จะร้องต่อไปเรื่อยๆ”

นักร้องลุกทุ่งชาวบุรีรัมย์ทิ้งท้ายว่า ความสุขวันนี้ คือการไม่มีหนี้สิน สภาพร่างกายค่อยๆ ฟิ้นฟูกลับมาเดินเหินได้อีกครั้ง มีครอบครัวที่อบอุ่น มีคนรอบข้างไร้ทุกข์

“ดีใจที่ทุกคนเป็นห่วง สงสาร และบางคนอาจจะช็อครับไม่ได้กับภาพวันนี้และอยากได้หญิงลีคนเดิมกลับมา ฝากบอกว่า ไม่มีใครอยากเจ็บป่วยหรืออยากทำให้ตัวเองขี้เหร่ ขอบคุณทุกๆ แรงใจ หญิงเข้มแข็งและมีความเชื่อว่าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ หญิงจะไม่ให้ทุกคนผิดหวัง”

ทั้งหมดนี้คือเสียงล่าสุดจากซุปตาร์นักร้องลูกทุ่งสาว หญิงลี นุชนาถ ศรีจุมพล ที่กำลังจะกลับมาเนื้อหอมอีกครั้ง

ร่างกายเริ่มกลับมาเเข็งเเรงอีกครั้ง

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดวิเคราะห์ในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์