สัมภาษณ์พิเศษ

"ทำสวนสนุกด้วยความสุข" วุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ

  • 11 พฤษภาคม 2560 เวลา 18:19 น.
  • | เปิดอ่าน 31,507
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

"ทำสวนสนุกด้วยความสุข" วุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

การปลุกปั้นใครสักคนเพื่อฝากความหวังธุรกิจครอบครัวไว้ให้ช่วยดูแลไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งถ้าธุรกิจนั้นเริ่มต้นอย่างล้มลุกคลุกคลาน แม้ในช่วงที่รุ่นทายาทเข้ามาช่วยดูแลแล้ว ก็ยังเป็นช่วงที่ธุรกิจมีหนี้อยู่มาก แต่สำหรับทายาทสวนสยาม แม้จะรู้ว่าสวนน้ำ สวนสนุกแห่งนี้ล้มลุกคลุกคลานมากแค่ไหน ก็พร้อมสู้เสมอเพื่อสานฝัน ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ หรือคุณพ่อ ที่บุกเบิกสวนสยามมาด้วยความรัก

วุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามพาร์ค บางกอก ผู้บริหารสวนน้ำและสวนสนุก “สวนสยาม” เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่อายุ 13 ปี ทางบ้านก็ส่งให้ไปเรียนต่อที่อังกฤษที่โรงเรียนประจำ ถือว่าไปเรียนต่อในช่วงที่ยังอายุน้อย แต่นั่นก็เป็นข้อดี เพราะทำให้ได้เรียนรู้ที่จะอยู่กับคนที่เราไม่ชื่นชอบ เรียนรู้กับการต้องทำในสิ่งที่ไม่ได้อยากทำ เรียนรู้ที่จะมีความสุขกับสิ่งที่เราไม่ได้เลือก รวมถึงเรียนรู้กับการหาพื้นที่สำหรับการใช้ชีวิตของตัวเองในขณะที่สภาพแวดล้อมรอบตัวไม่มีความเป็นส่วนตัวเลย เนื่องจากเป็นโรงเรียนประจำ

สิ่งเหล่านี้ถือเป็นทักษะที่หากอาศัยอยู่ที่บ้านก็คงไม่มีทางเสาะหาได้ และยังเป็นประสบการณ์สำคัญที่ทำให้เป็นคนปรับตัวได้ดีกับสถานการณ์ต่างๆ รู้ว่าเมื่อไหร่ควรจะฮึดสู้ รู้ว่าช่วงไหนควรจะต้องถอย เมื่อไหร่ที่ควรรู้จักกับคำว่ายอม เมื่อไหร่ที่ควรยิ้ม และก็ได้นำแนวคิดในการเสริมสร้างประสบการณ์ชีวิตตั้งแต่เด็กนี้มาใช้กับลูกชายและลูกสาวเช่นกัน โดยไม่นานมานี้ก็เพิ่งส่งลูกชายคนโตไปเรียนต่อต่างประเทศตั้งแต่อายุ 13 ปี เท่ากับสมัยที่ตัวเองถูกส่งไปเรียนต่อต่างประเทศ พร้อมๆ กับการส่งลูกสาวคนเล็กเมื่ออายุได้ 11 ปี ไปเรียนต่อ และก็หวังว่าเมื่อกลับมาแล้ว จะได้มีโอกาสกลับมาช่วยกันดูแลสวนสยามเช่นเดียวกับตัวเอง

วุฒิชัย เล่าย้อนไปว่า เริ่มเข้ามาช่วยคุณพ่อดูแลสวนสยามช่วงที่ไทยกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งปี 2540 มาถึงวันนี้รวมเวลาช่วยงาน 20 ปีแล้ว ซึ่งการที่กลับมาช่วยสานต่อธุรกิจเป็นสิ่งที่เต็มใจทำ เพราะครอบครัวสอนมาตั้งแต่เด็กว่าต้องกลับมาทำสวนสยามต่อ ประกอบกับชีวิตเติบโตมาพร้อมสวนสยาม คุณพ่อพามาอยู่สวนสยามทุกเสาร์-อาทิตย์ ถ้าเป็นช่วงปิดภาคการศึกษาก็อยู่เช้าถึงเย็น ได้เห็นว่าสิ่งที่คุณพ่อทำคืออะไร แม้บางช่วงชีวิตอยากออกไปทำอย่างอื่นที่ได้เงินมาก แต่พอได้ดูแลสวนสยาม ทำแล้วมีความสุข จึงรู้สึกว่าสิ่งที่ทำไม่ต้องได้ผลตอบแทนสูงมาก แค่ทำให้สวนสยามเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าที่มีทางเลือกน้อยได้ก็พอใจแล้ว

“ตอนเริ่มทำงานแรกๆ อย่าว่าแต่กำไร ในช่วงก่อนปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงิน แค่เปิดให้บริการต้นปีก็เดาได้เลยว่าเงินจ่ายดอกเบี้ยยังไม่พอ ค่าน้ำ ค่าไฟ เงินเดือนลูกน้องจะหามาจากไหน แต่สุดท้ายก็กัดฟันสู้กันมาร่วมกับคุณพ่อ จนวันนี้มั่นคงระดับหนึ่งแล้ว แต่ก็คิดเสมอว่าจะไม่ทำให้สวนสยามกลับสู่สถานการณ์แบบนั้นอีก”

ที่ผ่านมายอมรับว่าก็มีคนมาเสนอซื้อที่ดินสวนสยามโดยให้ราคาสูงมาก ซึ่งถ้าครอบครัวอยากอยู่กันสบายๆ แค่ขายก็จบแล้ว เพราะแค่ขายก็ไม่ต้องเหนื่อยทั้งปี ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารที่ได้จากการขายที่ดินก็อาจจะมากกว่ากำไรทั้งปีของสวนสยามด้วยซ้ำ แต่ที่ทางครอบครัวไม่เคยถอดใจขายสวนสยามเลยแม้วิกฤตจะมากแค่ไหนในช่วงก่อนนี้ ก็เพราะยังอยากทำสวนสยามต่อ เนื่องจากธุรกิจสวนสนุกและสวนน้ำเป็นหนึ่งในไม่กี่ธุรกิจที่เดินดูลูกค้าที่นำเงินมาให้เราแล้วลูกค้ามีความสุข ในขณะที่การทำบ้านจัดสรร เวลาส่งมอบบ้านกับลูกค้ายังมีติหลายๆ เรื่องกว่าจะได้ส่งมอบ เมื่อเป็นเช่นนี้จึงรู้สึกว่าอยากทำธุรกิจสวนสยามต่อไป เพราะอยากทำธุรกิจที่ได้เห็นคนมีความสุข

วุฒิชัย กล่าวต่อไปว่า แม้เต็มใจมากกับการสานต่อสวนสยาม แต่สไตล์การทำงานก็คงเปลี่ยนไปจากรุ่นคุณพ่อ โดยคุณพ่อจะชอบทำโครงการขนาดใหญ่ แต่วุฒิชัยขอทำโครงการเล็กๆ ทีละนิด แต่ทำบ่อยดีกว่า เพราะไม่ต้องการลงทุนมากๆ ในคราวเดียว แต่อยากทดลองลงทุนทีละน้อย แบบไหนสำเร็จจึงขยายต่อ แบบไหนคิดว่าไม่ตอบโจทย์ก็ถอย ซึ่งเชื่อว่าวิธีนี้จะเจ็บตัวน้อยกว่า และสวนสยามใช้วิธีนี้ได้เนื่องจากเปิดมานานแล้ว ลงทุนเครื่องเล่นต่างๆ เป็นระยะได้ ไม่ต้องลงทุนคราวเดียว 100% แผนลงทุนหรือปรับปรุงส่วนต่างๆ ขยับให้เหมาะสมได้ตามสถานการณ์ว่าพร้อมทำเรื่องใดก่อน

สำหรับหลังจากนี้ก็จะขอเดินหน้าต่อไปในการทำ ให้สวนสยามเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่พ่อแม่พาลูกหลานมาเที่ยวได้ด้วยราคาจับต้องได้ เพราะทราบดีว่าการที่พ่อแม่เห็นสวนสนุกราคาเกินเอื้อมแล้วพาลูกไปไม่ได้เป็นความช้ำใจเพียงใด

สวนน้ำไทยแข่งขันได้ระดับภูมิภาค

ทุกวันนี้การลงทุนสวนน้ำใหม่ในไทยมีต่อเนื่อง แต่ผู้คร่ำหวอดทำสวนน้ำมานานอย่างสวนสยาม ยังไม่หวั่นไหวกับการแข่งขันที่สูงขึ้น พร้อมทั้งยังเชื่อมั่นในศักยภาพการแข่งขันของสวนน้ำไทยเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกัน

วุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ กับหมวกอีกใบในฐานะนายกสมาคมสวนสนุกและสวนพักผ่อนหย่อนใจ กล่าวว่า สวนสยามถูกใช้เป็นดัชนีวัดมาตรฐานสวนน้ำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนศักยภาพสวนน้ำไทยว่าได้รับการยอมรับในเวทีโลก ขณะที่เทคโนโลยีมีบทบาทใช้ในธุรกิจสวนน้ำมากขึ้นจริง แต่ก็ทำให้ได้เรียนรู้สัจธรรมว่า สิ่งสำคัญที่มนุษย์ต้องการจากสวนน้ำ คือการพักผ่อนหย่อนใจ หากผู้ประกอบการมองการลงทุนเรื่องอื่น เช่น เทคโนโลยีที่ไม่เกี่ยวกับพื้นฐานการพักผ่อนมาก่อน เน้นหารายได้เชิงธุรกิจเกินไปจะไม่ประสบความสำเร็จระยะยาว

"หลายคนต้องการกำไรสูงสุด ใจร้อน แต่ธุรกิจนี้ 2-3 ปีคืนทุนได้ยาก ถ้าสร้างใหม่ต้อง 7-10 ปี หากหวังกำไรเชิงพาณิชย์มากๆ คงไม่ตอบโจทย์ และถ้า 10 ปีไม่คืนทุนก็เหนื่อยแล้ว"

ทั้งนี้ คาดว่า 5-10 ปีจากนี้สวนน้ำในไทยคงมีมากขึ้นแถบหัวเมืองใหญ่ มีสวนน้ำขนาดกลางและขนาดเล็กแบบถาวรมาตรฐานมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องดีช่วยให้คนไทยเรียนรู้การใช้บริการ และเมื่อให้เทียบศักยภาพการลงทุนสวนน้ำในไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ก็คิดว่าแต่ละประเทศมีศักยภาพต่างกัน ถ้าพิจารณาจากจำนวนประชากรมาก ไทย เมียนมา และเวียดนาม ก็อยู่ในกลุ่มนี้ คือมีประชากรมีกำลังซื้อมากพอใช้จ่าย แต่ยังเป็นกลุ่มที่ขาดการเรียนรู้เรื่องเที่ยวสวนน้ำ ไม่ถือว่าการใช้จ่ายเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องจ่าย ขณะที่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เรียนรู้การเที่ยวสวนน้ำมามาก จากการที่ในประเทศลงทุนสวนน้ำมากจนการแข่งขันสูง ส่วนกัมพูชา สปป.ลาว ที่ดินยังราคาไม่แพง มีโอกาสลงทุนได้ แต่ก็มีความยากเพราะประชากรน้อย

ท้ายนี้ วุฒิชัย ฝากข้อคิดไว้ว่า หากผู้ประกอบการในไทยร่วมด้วยช่วยกันสร้างสวนน้ำสวนสนุกที่มีมาตรฐานก็จะช่วยขยายฐานผู้ใช้บริการได้อีกมาก เพราะถ้าให้ประเมินจากสถานการณ์ปัจจุบัน คาดว่าแต่ละปีน่าจะมีผู้ใช้บริการสวนน้ำสวนสนุกในไทยทั้งชาวไทยและต่างชาติกว่า 10 ล้านคน ขณะที่ประชากรไทยมีกว่า 60 ล้านคน นักท่องเที่ยวต่างชาติอีกปีละกว่า 30 ล้านคน จึงยังมีพื้นที่อีกมากให้ไปขยายตลาดได้

เรียกว่าโอกาสลงทุนสวนน้ำสวนสนุกในไทยยังมีพร้อมสำหรับนักลงทุนที่ใจเย็น

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดวิเคราะห์ในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์