สัมภาษณ์พิเศษ

"เจ้าของลักไก่-รัฐเพิกเฉย" ช่องว่างสร้างบ้านรุกพื้นที่สาธารณะ

  • 27 มิถุนายน 2560 เวลา 19:42 น.
  • | เปิดอ่าน 30,541
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

"เจ้าของลักไก่-รัฐเพิกเฉย" ช่องว่างสร้างบ้านรุกพื้นที่สาธารณะ

โดย…วิรวินท์ ศรีโหมด

การต่อเติมเสริมอาคารบ้านพักรุกล้ำพื้นที่สาธารณะเป็นปัญหาที่มีให้เห็นมาตลอด บางครั้งเป็นเพียงการทะเลาะวิวาทระหว่างเพื่อนบ้าน แต่หลายครั้งลุกลามเป็นคดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญ สังคมจึงตั้งคำถามว่าจุดเริ่มต้นปัญหาเหล่านี้เกิดจากอะไร และควรหาทางออกอย่างไร

โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ผู้คร่ำหวอดในวงการกฎหมายจะมาไขข้อข้องใจจุดเริ่มต้นชนวนปัญหา พร้อมบอกเล่าถึงแนวทางของคดีที่ผ่านมา และทางออกเรื่องนี้ว่าควรทำอย่างไร

"ต่อเติมบ้าน" ปัญหาใหญ่รุกที่สาธารณะ

อัยการผู้เชี่ยวชาญรายนี้ ฉายภาพว่าการฟ้องร้องทางคดีที่เกี่ยวกับก่อสร้างต่อเติมบ้าน หรืออาคารรุกล้ำพื้นที่สาธารณะมีจำนวนมาก แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ 1.หน่วยงานรัฐซึ่งมีหน้าที่ดูแลควบคุมอาคารให้ปลอดภัยตามกฎหมาย อาทิ สำนักงานเขต เทศบาล หน่วยงานท้องถิ่น ฟ้องร้องเอกชนและประชาชน 2.ข้อพิพาทระหว่างเอกชนกับเอกชน เช่น การก่อสร้างพื้นที่รุกร้ำที่สาธารณะในหมู่บ้าน

สำหรับปัญหาส่วนใหญ่ที่พบเป็นการก่อสร้างต่อเติมโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือก่อสร้างผิดแบบตัวอาคาร รองลงมาก่อสร้างสิ่งกีดกวางพื้นที่สาธารณะ หรือบริเวณหน้าบ้านผู้อื่น เนื่องจากสังคมปัจจุบันบ้านหนึ่งหลังมีรถยนต์มากกว่า 1 คัน หรืออพาร์ทเม้นท์บางแห่งไม่มีที่จอดรถ เมื่อเป็นเช่นนี้จึงต้องจอดรถบนทางสาธารณะทำให้บางครั้งขวางทางผู้อื่น ช่วงแรกอาจพออะลุ่มอล่วยได้ แต่นานๆไปอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่

อีกสาเหตุของปัญหามองว่า หน่วยงานผู้รับผิดชอบดูแลรับในพื้นที่ไม่เข้าไปควบคุมจัดการตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นกลไกที่ต้องเข้าไปดูแลควบคุมจัดการ เมื่อไปเป็นเช่นนี้สุดท้ายประชาชนกลับต้องมาทะเลาะกันเอง อย่างที่เคยเห็นตามสื่อ

“หลายเรื่องเกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐเพิกเฉย ถ้าหากเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าอย่างเคร่งครัด มันจะยุติข้อพิพาทความขัดแย้งได้ในเบื้องต้น แต่ที่ผ่านมาเรื่องเหล่านี้หน่วยงานในพื้นที่ทำอะไรกันอยู่ ยอมได้อย่างไร คนเค้าเห็นทุกวัน”

โกศลวัฒน์ ระบุว่า กฎหมายเขียนให้คนปฏิบัติตามเพื่อทำให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข แต่หากไม่ยอมทำตาม จนมีการต่อเติมรุกล้ำพื้นที่สาธารณะ อาจนำไปสู่การทะเลาะวิวาทกันจนต้องใช้กำลัง อาวุธ ลุกลามไปเป็นเรื่องคดีอาญา ซึ่งเกิดมาจากความเห็นแก่ตัว ไม่รักษากฎหมายกติกาทางสังคม

ก่อนสร้าง-ต่อเติม ต้องศึกษากฎหมาย

อัยการผู้เชี่ยวชาญรายนี้ แนะนำว่าทางออกเบื้องต้นต้องทำให้ประชาชนเรียนรู้กฎหมาย ไปพร้อมกับใส่ใจที่จะยอมทำตามกฎกติกา โดยเรื่องเหล่านี้สามารถสอบถามขอคำแนะนำได้ที่สำนักงานเขต เทศบาล ก่อนดำเนินการ เพราะไม่เช่นนั้นหากทำไปแล้ว และมีคำสั่งให้รื้อถอนภายหลังเงินที่ลงทุนลงไปจะสูญเปล่า บางคนต้องใช้ระยะเวลาเก็บสะสมมาเกือบทั้งชีวิตกว่าจะได้

“อยากฝากถึงประชาชนสามารถ ไปขอคำปรึกษาได้ที่สำนักงานโยธาตามเขตหรือเทศบาล สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย ทนาย หรือหน่วยงานให้คำแนะนำข้อกฎหมายที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อจะได้ทราบว่า อะไรสามารถดำเนินการได้บ้าง เพราะหากถูกสั่งรื้อถอนภายหลัง จะกลายเป็นว่ารู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม และคิดว่ากฎหมายไม่เป็นธรรม”

อย่างไรก็ตามหากเห็นว่ามีการลักลอบใช้พื้นที่สาธารณะเพื่อประโยชน์ส่วนตัว สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำนักงานเขต เทศบาลในพื้นที่ให้เข้าไปตรวจสอบดูว่า มีการต่อเติมอาคารถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากพบว่าผิดจริงเจ้าพนักงานจะสั่งระงับการก่อสร้างทันที และหากยังไม่หยุดดำเนินการเจ้าหน้าที่ตำรวจจะส่งเรื่องฟ้องต่อศาลเพื่อดำเนินคดีอาญา

90%ของคดี ศาลตัดสินว่าผิดจริง

อัยการรายนี้ ยืนยันว่าบทสรุปผลทางคดีในชั้นศาลต่อประเด็นดังกล่าวส่วนใหญ่ จากประสบการณ์ศาลจะตัดสินว่าผิดมากกว่า 90 % เพราะก่อนที่จะมีการส่งฟ้องต้องมีการรวบรวมสำนวนหลักฐานมากพอสมควรอยู่แล้ว ซึ่งถ้าถูกตัดสินว่าผิดจะมีบทลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร แต่ถ้าหากไม่ดำเนินการตามคำสั่งจะต้องนำเรื่องเข้าสู่การดำเนินคดีอาญาต่อไป

ปัญหาเรื่องนี้มีให้เห็นอยู่ตลอดในสังคมไทย วิธีแก้ไขดีที่สุดคิดว่าทุกคนควรเคารพกฎหมาย ปฏิบัติตามระเบียบก่อนที่จะดำเนินการก่อสร้าง ต่อเติม ดัดแปลงอาคาร เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดภายหลังและเกิดข้อพิพาทกับเพื่อนบ้าน ที่อาจนำไปสู่การฟ้องร้องทางคดีได้

โกศลวัฒน์ ทิ้งท้ายว่า ทำอะไรควรขออนุญาตตามกฎหมาย อย่าทำโดยพลการเพราะหากทำไม่ถูกต้องอาจต้องถูกเจ้าของที่ดินโดยรอบ ยื่นเรื่องร้องเรียนและถูกสั่งให้หยุดกการก่อสร้าง สุดท้ายต้องถูกดำเนินคดี จากเรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้นหากยุติความขัดแย้งในเบื้องต้นได้ เท่ากับเป็นการยุติความรุนแรงในสังคมและจะทำให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

กรณีศึกษาจากเหตุการณ์ในข่าว

ก่อนหน้านี้มีการเผยแพร่ภาพบ้านหลังหนึ่งเทพื้นปูนทางเข้าบ้านล้ำลงมาบนทางเท้าซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะ จนได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก สุดท้ายหน่วยงานเทศบาลในพื้นที่ลงตรวจสอบและสั่งให้เจ้าของบ้านดังกล่าวรื้อถอนปรับปรุงภายใน 15 วัน เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

กรณีสังคมออนไลน์เผยแพร่ภาพบริเวณข้างบ้านหลังหนึ่งมีการต่อเติมเสริมหลังคายื่นออกมาในถนนสาธารณะ เพื่อใช้เป็นที่จอดรถ สุดท้ายองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ลงตรจสอบและพบว่าผิดจริงตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร จึงออกคำสั่งให้รื้อถอนออก

กรณีที่มีการเผยแพร่ภาพระหว่างกึ่งกลางบ้านสองหลังที่เป็นจุดกลับรถในหมู่บ้านและเป็นพื้นที่สาธารณะ มีลักษณะการเตรียมอุปกรณ์คล้ายกำลังดำเนินการต่อเติมส่วนพื้นที่บริเวณช่องว่าตรงกลาง แต่สุดท้ายเจ้าของบ้านชี้แจงว่าเป็นเพียงการทำหลังคาเพื่อใช้กันฝนและเชื่อมบ้านทั้งสองหลังเท่านั้น และภายหลังก่อสร้างก็ยกหลังคาดังกล่าวให้เป็นของสาธารณะ

*************************

ภาพประกอบบางส่วนจากคุณ Ammii Amm, โน๊ต โตะ

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดวิเคราะห์ในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์