สัมภาษณ์พิเศษ

"ประสบการณ์ ความรู้ มิตรภาพ" เรื่องเล่าจาก "ปภาภัทร ยิ้มน้อย" เด็กไทยในเวทีลูกเสือโลก

  • 07 กันยายน 2560 เวลา 18:30 น.
  • | เปิดอ่าน 2,360
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

"ประสบการณ์ ความรู้ มิตรภาพ" เรื่องเล่าจาก "ปภาภัทร ยิ้มน้อย" เด็กไทยในเวทีลูกเสือโลก

โดย...วิรวินท์ ศรีโหมด

ช่วงชีวิตหนึ่งของใครหลายคนต้องเคยได้สัมผัสกับการเข้าค่ายลูกเสือ เพราะเป็นกิจกรรมที่ได้ออกไปชีวิตร่วมกับเพื่อนนอกโรงเรียน เพื่อฝึกระเบียบแถว ระเบียบวินัย

แต่หากพูดถึงค่ายลูกเสือนานาชาติแล้ว หลายคนอาจไม่เคยได้ยินแม้ทุกปี จะมีเด็กไทยเข้าร่วมค้นหาประสบการณ์อันล้ำค่า

ด.ญ.ปภาภัทร ยิ้มน้อย หรือ น้องแบม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ หนึ่งในผู้แทนลูกเสือไทย ที่เดินทางไปเข้าร่วมงานชุมนุมลูกเสือนานาชาติ ครั้งล่าสุด ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา วันนี้เธอจะมาบอกเล่าพร้อมเปิดใจความรู้สึก ที่ได้เป็นตัวแทนหนึ่งในกลุ่มเด็กไทยเข้าร่วมงานลูกเสือระดับโลก

เส้นทางสู่ชุมนุมลูกเสือนานาชาติ

ปภาภัทร เล่าว่า ชุมนุมลูกเสือนานานาชาติคือ กิจกรรมที่นักเรียนลูกเสือจากทั่วโลกเดินทางมารวมตัวกัน เพื่อใช้ชีวิตและทำกิจกรรม ในระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่ออบรมเรียนรู้วิชาทักษะลูกเสือ แต่ส่วนใหญ่เน้นกิจกรรมภาคปฏิบัติแนวผจญภัย ผาดโผน กิจกรรมจิตอาสา การช่วยเหลือคน แตกต่างจากการเรียนลูกเสือของไทยที่เน้นเรื่องระเบียบวินัย เข้าแถว ซ้ายหัน ขวาหัน

สำหรับโครงการส่งตัวแทนนักเรียนไทยไปร่วมงานดังกล่าว สำนักงานลูกเสือแห่งชาติเป็นผู้ดูแลคัดเลือก โดยจะนำตัวแทนเด็ก 2 คน ของแต่ละโรงเรียนมาสอบข้อเขียนทักษะเกี่ยวกับลูกเสือ ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ จากนั้นสอบปฏิบัติการใช้ชีวิตชาวค่าย เช่น การประกอบอาหาร กางเต็นท์ ความเป็นผู้นำ การอยู่กับร่วมเพื่อน โดยมีการจำลองสถานการณ์ต่างๆ เพื่อเป็นตัวแทนประเทศ โดยปีล่าสุดมีนักเรียนไทยไปทั้งหมด 36 คน

น้องแบม เปิดใจว่า ช่วงฝึกซ่อมเพื่อเข้าคัดเลือกเป็นช่วงลำบากมาก เพราะมีเวลาเตรียมตัวเพียง 2 สัปดาห์ ก่อนถึงวันคัดตัว แต่โชคดีที่คุณครูในโรงเรียนช่วยกันเต็มที่ ตั้งแต่พาไปฝึกทักษะวิชาลูกเสือยังค่ายของกรุงเทพมหานคร กลับมาฝึกบริเวณสวนสาธารณะใกล้โรงเรียน วันหยุดก็ไปกางเต้นท์ต่างจังหวัด ส่วนการเรียนไม่ได้ทิ้ง กลับถึงบ้านก็ทบทวนวิชาเรียน ทำการบ้านให้เสร็จเรียบร้อย

ปภาภัทร บอกว่า ในช่วงเก็บตัวนั้นรู้สึกท้อจนเกือบถอนตัวอยู่บ้าง แต่สุดท้ายก็ได้รับกำลังใจจากคนรอบข้างจึงก้าวผ่านมาได้ ขอยอมรับว่าที่ผ่านมาแทบไม่เคยทำอะไรแบบที่ฝึกมาก่อน เพราะเติบโตในกรุงเทพฯ และถูกพ่อแม่เลี้ยงดูในลักษณะลูกคุณหนู

“ฝึกตั้งแต่จุดไม้ขีด ก่อนหน้านั้น เรื่องพวกนี้ หนูทำไม่เป็นเลย เพราะเติบโตใน กทม. จะใช้ไฟแช็คเป็นหลัก”

ด.ญ.ปภาภัทร ยิ้มน้อย หรือ น้องแบม

ลูกเสือ ต่างชาติสอนการใช้ชีวิต ไทยเน้นระเบียบ

การเดินทางไปร่วมงานชุมนุมลูกเสือนานาชาติ ยังประเทศสหรัฐอเมริกา ไปทั้งหมด 12 วัน แบ่งเป็นเตรียมตัวช่วงวันไป-กลับ อย่างละ 2 วัน และใช้ชีวิตในค่าย 8 วัน โดยกิจกรรมส่วนใหญ่เป็นการเข้าฐานเป็นหลัก อาทิ ฐานปาขวาน ยิงปืน ยิงธนู ปีนผา สเก็ตบอร์ด อบรมวิธีการปฐมพยาบาล รวมถึงพูดคุยแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมแต่ละชาติ

น้องแบม เล่าว่าอุปสรรคช่วงไปเข้าร่วมชุมนุมลูกเสือโลกอันดับต้นๆ คือการเดินทางไกล เนื่องจากวันหนึ่งต้องเดินประมาณ 27 กิโลเมตร จากแคมป์พักซึ่งอยู่จุดสูงสุด ลงไปร่วมกิจกรรมตามฐานต่างๆ ซึ่งอยู่เนินเขา เมื่อร่วมกิจกรรมเสร็จต้องกลับขึ้นไปพักบนแคมป์ทุกวัน บางครั้งระหว่างเดินทางเพื่อนได้รับบาดเจ็บลื่นล้มบ้าง แต่ไม่ได้แย่มาก เพราะเพื่อนๆ พี่เลี้ยงจะคอยช่วยดูแลกันอย่างดี ซึ่งทำให้ได้รับมิตรภาพจากเพื่อนต่างชาติเพิ่มมากขึ้น

ปภาภัทร มองว่าการฝึกลูกเสือในต่างประเทศกับไทยแตกต่างกันมาก ต่างชาติเน้นกิจกรรมผจญภัยหนัก ไทยเน้นเรียนในหลักสูตร แต่สิ่งสำคัญลูกเสือต่างประเทศปลูกฝังให้ผู้เรียนรักในสิ่งที่ทำ และคนที่เป็นลูกเสือส่วนใหญ่คนในครอบครัวก็จะเป็นเช่นเดียวกัน

“ต่างประเทศเค้ามองว่า ลูกเสือ เป็นสิ่งที่ทำให้กล้าแสดงออก อดทน ช่วยเหลือตัวเองได้ นอกจากเป็นกิจกรรมสนุกสนาน แต่ไทย เน้นฝึกระเบียบวินัย มากกว่าทำกิจกรรม”

“ประสบการณ์ ความอดทน ความเป็นผู้นำ มิตรภาพ” สิ่งที่ได้จากลูกเสือ

ปภาภัทร มองว่า สิ่งที่ได้กลับมาจากการร่วมกิจกรรมดังกล่าวมีมากมาย อาทิ ประสบการณ์ ความรู้ใหม่ ได้ฝึกเรื่องความอดทน ระเบียบวินัย ความเป็นผู้นำ และได้มิตรภาพใหม่ๆ หลังกลับมารู้สึกได้ว่าเปลี่ยนแปลงไปมาก เป็นคนที่มีระเบียบวินัย ตรงต่อเวลา ช่วยเหลือผู้อื่น และกล้าแสดงออกมากขึ้น เช่นเดียวกับพ่อแม่ก็รู้สึกภูมิใจที่ลูกเปลี่ยนไป จากคนไม่เคยทำอะไร ก็ลุกขึ้นมาทำงานช่วยเหลือพ่อแม่

“ด้วยรูปร่างและน้ำหนัก ที่ขัดต่อกิจกรรมอะไรหลายอย่าง เมื่อถึงจุดนั้น เราต้องลอง อย่างเช่น ปีนผา ต้องลองจนกว่าจะสำเร็จ เราได้ลองในสิ่งที่ไม่เคยลอง ทำในสิ่งที่เคยคิดว่า ทำไม่ได้”

ปภาภัทร ทิ้งท้ายว่า ลูกเสือได้อะไรมากกว่าที่คิด ไม่ใช่แค่การฝึกระเบียบวินัย แต่มันคือ จิตอาสา ที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง และทุกที่ เพียงแค่เดินออกไปเก็บขยะชิ้นหนึ่ง ก็เป็นจิตอาสาแล้ว ลูกเสือเป็นเรื่องง่ายถ้าได้สัมผัสกับมันจริงซักครั้ง จะรู้ว่ามันต่างกันมาก

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ที่สุดวิเคราะห์ในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์