รายงานพิเศษ

"ใบขับขี่ใหม่"เสียเงินเสียเวลาแต่ได้คนขับมีคุณภาพ?

  • 15 มีนาคม 2560 เวลา 21:37 น.
  • | เปิดอ่าน 21,412
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

"ใบขับขี่ใหม่"เสียเงินเสียเวลาแต่ได้คนขับมีคุณภาพ?

เรื่อง...อินทรชัย พาณิชกุล

เมืองไทยมีสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก

นอกจากปัญหาเมาแล้วขับ ซิ่ง ซ่า คึกคะนอง "ทักษะการขับรถที่ไร้คุณภาพ" ก็ถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ท้องถนนบ้านเราเต็มไปด้วยความวุ่นวาย

ล่าสุดกรมการขนส่งทางบกเตรียมกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ในการออกใบอนุญาตขับรถและการขอต่ออายุ โดยบังคับให้ทุกคนต้องเรียนกับโรงเรียนสอนขับรถภายใต้การกำกับดูแลของกรมขนส่งทางบก ต้องผ่านการอบรมความรู้เรื่องกฎจราจร 15 ชั่วโมง ส่งผลให้เกิดกระแสวิจารณ์อย่างกว้างขวางว่า

เสียเวลา มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม แถมยังอาจทำให้เกิดช่องโหว่ในการซื้อใบขับขี่

เมืองไทยได้ใบขับขี่ง่ายเกินไป

พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ คอลัมนิสต์ชื่อดังด้านรถยนต์ มองว่า การได้ใบอนุญาตขับขี่ในประเทศไทยนั้นง่ายเกินไป

"สมัยก่อนพ่อแม่พี่น้องสอนขับรถให้ แล้วไปซื้อพรบ.จราจรมาท่องไม่กี่ข้อ ก็ไปสอบใบขับขี่ได้เลย เราจึงมีคนที่ขับรถได้เต็มถนน แต่ขับรถไม่เป็น ขับรถได้คือ เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา เข้าเกียร์ เหยียบคันเร่ง เหยียบเบรก แต่เวลาขับรถผ่านสี่แยกเปิดไฟฉุกเฉิน ยังเถียงกันอยู่ทั้งประเทศว่าถูกต้องหรือไม่การมีชั่วโมงอบรมเรื่องกฎจราจร ข้อกฎหมาย มารยาท ข้อพึงปฏิบัติที่มากขึ้น จะช่วยคัดกรองคนขับที่มีคุณภาพออกสู่ท้องถนน

เรื่องค่าใช้จ่ายแพงขึ้น คนก็บ่นเกินไป รถคันละเป็นแสนคุณซื้อได้ แต่กลับไม่ยอมเสียค่าเรียนขับรถที่ถูกต้องแค่ 5,000 แถมใช้ได้หลายปี ถ้าคิดตามความรับผิดชอบของสังคมแล้วไม่แพงหรอก หรือการอบรม 15 ชั่วโมง วันนี้ไปอบรม 3 ชั่วโมง พรุ่งนี้ไปอบรมเพิ่มอีก 3 ชั่วโมง กักตุนไปเรื่อยๆ อย่างน้อยมันได้ฝึกระเบียบ ฝึกความอดทนว่ากว่าคุณจะได้ใบขับขี่มานั้นมันยากเย็นแค่ไหน"

กูรูด้านรถยนต์รายนี้ กล่าวว่า ความกังวลที่ว่าจะเป็นช่องโหว่ให้เกิดปัญหาซื้อใบขับขี่ กรมการขนส่งทางบกต้องควบคุมโรงเรียนสอนขับรถเอกชนอย่างเข้มงวด เพราะถ้าย่อหย่อนก็เท่ากับตีงูให้กากิน ทำให้โรงเรียนเอกชนที่ได้รับใบอนุญาตเหล่านั้นกลายเป็นแหล่งออกใบขับขี่

"การกำหนดหลักเกณฑ์ออกใบขับขี่แบบใหม่ ผมมองว่าปัญหาต่างๆบนที่เกิดขึ้นบนท้องถนนที่เป็นอยู่มันคงแก้ไม่ได้ เพราะคนที่มีใบขับขี่ไปแล้วมันก็เป็นไปแล้ว แต่มันช่วยจะไม่ให้ปัญหาใหม่งอกเงยขึ้น ยกตัวอย่างเวลาผมจัดอบรมการขับรถ คนเกือบครึ่งห้องยังไม่รู้ว่าจะวัดน้ำมันเครื่องตรงไหน วัดยางลม วัดน้ำกลั่นยังไง เวลาขับรถไปเสียกลางถนนมันก็เป็นภาระสังคม ฉะนั้นนอกจากข้อกฎหมาย วินัยจราจร ควรเรียนรู้เรื่องรถและช่วยเหลือตัวเองเบื้องต้นด้วย"

เรียนขับรถดีกว่าให้ใครไม่รู้มาสอน

ชูฤทธิ์ นิลพุดซา วิทยากรสถาบันสอนขับรถยนต์ Safe Driver Education เห็นด้วยกับการเข้มงวดในการออกใบอนุญาตขับขี่

"ในฐานะครูสอนขับรถ ผมเห็นด้วยนะที่ต้องทำให้มันได้ยากขึ้น ยกตัวอย่างประเทศอังกฤษ คุณต้องไปเรียนขับรถ 2-3 เดือนกว่าจะได้ใบขับขี่ ขับให้ครูฝึกดูทุกวัน ภายใน 3 เดือนเขาจะดูว่าคุณพร้อมที่จะขับออกมาบนท้องถนนไหม ขับอย่างมีคุณภาพไหม การให้เพื่อนสอนขับรถกับเรียนที่โรงเรียนสอนขับรถแตกต่างกันมาก โดยเฉพาะเรื่องพฤติกรรม ถ้าผู้สอนเป็นคนอารมณ์ร้อน เวลาขับก็จะใจร้อน ด่า ขับเร็ว คนเรียนก็จะจดจำตรงนี้ไป เวลาออกไปขับจริงก็จะใจร้อน หงุดหงิด และมีอารมณ์ตาม แต่ถ้าเรียนจากสถาบันดีที่มีคุณภาพเขาจะปลูกฝังเลยว่าต้องมีทักษะการขับที่ดี มีจิตสำนึก มีน้ำใจ เน้นเรื่องทัศนคติ เรื่องความปลอดภัย"

ครูสอนขับรถหนุ่มรายนี้ ยอมรับว่า การอนุญาตให้โรงเรียนเอกชนสอนขับรถและออกใบขับขี่ได้ อาจเป็นช่องโหว่ทำให้เกิดการซื้อใบขับขี่เกิดขึ้น

"ที่ผ่านมาบ้านเรามีโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกให้สอนขับรถ และสามารถออกใบขับขี่ได้ด้วย แต่หลายแห่งไม่ค่อยมีคุณภาพ ยังซื้อใบขับขี่ได้อยู่ พอได้ง่าย เวลาออกไปขับรถบนถนนก็ไม่มีคุณภาพ ไม่มีจิตสำนึก ไม่รู้กฎหมาย เกิดอุบัติเหตุตามมา ดังนั้นกรมการขนส่งทางบกต้องคัดกรองโรงเรียนสอนขับรถให้ดีๆ มีการตรวจสอบที่เข้มข้น ใครขายใบขับขี่ หรือออกใบขับขี่ง่าย ไม่มีคุณภาพ ก็สั่งปิดเลย ถ้าคัดกรองไม่ดี จะสร้างปัญหา ปล่อยคนขับที่ไม่มีคุณภาพออกมา ขับสะเปะสะปะ ประมาท เสี่ยงอันตราย บางโรคที่ไม่อนุญาตให้ขับรถ เช่น โรคหัวใจ ลมบ้าหมู ห้ามขับรถเลย แต่บางสถาบันยังออกใบขับขี่ให้"

สำหรับเรื่องค่าใช้จ่ายในการเรียนขับรถที่จะเพิ่มขึ้นประมาณ 3,000-5,000 บาทนั้น ชูฤทธิ์ให้ความเห็นไว้อย่างน่าคิด

"ประเทศเนเธอร์แลนด์ คุณต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าเงินไทยประมาณ 8 หมื่นบาท เรียน 3 เดือนกว่าจะได้ใบขับขี่ แถมเรียนแล้วถ้ายังขับไม่ได้ก็ต้องไปลงเรียนใหม่ ที่ญี่ปุ่น วิชาขับรถต้องอ่านหนังสือเล่มหนาๆไม่ต่างจากหนังสือแบบเรียน แบบนี้ถึงจะได้คนขับที่มีคุณภาพ ถ้าเรียนง่ายๆผ่านออกมาง่ายๆก็จะได้คนขับที่ไม่มีคุณภาพ เกิดขับไปเกิดอุบัติเหตุ ค่าเสียหายเป็นหมื่นเป็นแสน หรือไปชนคนตาย ค่าเสียหายเป็นล้าน แถมติดคุกอีก เพราะฉะนั้นค่าใช้จ่าย 3,000-5,000 บาทในการเรียนขับรถที่ถูกต้องนั้นถือว่าไม่แพงเลย"

เพิ่มความเข้มงวดมือใหม่หัดขับ

นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน (ศวปถ.) บอกว่า ปัจจุบันคนไทยตกอยู่ในความเสี่ยงบนถนน หนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือตัวคนขับรถที่ไม่มีทักษะ ขาดความรู้ความรับผิดชอบ ฉะนั้นการที่กรมการขนส่งทางบกจะยกระดับเรื่องการออกใบอนุญาตขับขี่ถือเป็นทิศทางที่เหมาะสม

"ในต่างประเทศ ชั่วโมงการอบรมไม่ใช่แค่ 15 ชั่วโมง การได้ใบขับขี่จะเป็นขั้นเป็นตอน (graduated licensing) หมายความว่า ต้องปูพื้นฐานการเรียนรู้ อบรมอย่างเป็นระบบ เช่น ญี่ปุ่น อบรมความรู้ 30 ชั่วโมง แล้วค่อยไปสอบภาคปฏิบัติโดยให้ไปขับรถอยู่ภายใต้การกำกับของครูฝึก ตั้งแต่การปรับเบาะ ปรับกระจก ออกรถ จนถึงขับบนถนนจริงๆ ไม่ใช่แค่ถอยเข้าถอยออกแบบที่เราทำกันอยู่ในปัจจุบัน หากสอบผ่านสิ่งที่จะได้มาคือ ใบขับขี่ชั่วคราว (learner) อายุ 1 ปี แถมยังมีเงื่อนไขต่างๆอีกหลายข้อ เทียบกับบ้านเราที่จะอบรม 15 ชั่วโมงนั้นไม่ได้เยอะเลย"

นพ.ธนะพงศ์ กล่าวว่า สิ่งที่น่าคิดต่อคือ การอบรม 15 ชั่วโมงที่โรงเรียนสอนขับรถได้รับอนุญาตจากกรมขนส่งทางบกให้เข้ามาดูแลนั้น ทำอย่างไรให้ได้มาตรฐาน ทั้งวัสดุอุปกรณ์ สื่อ และครูผู้สอนให้ใกล้เคียงกันทุกโรงเรียน

"ควรมีการตรวจสอบประเมินว่า ใครผ่านอบรมและทดสอบจากโรงเรียนไหน ถ้าไปขับรถชน เมาแล้วขับ ทำพฤติกรรมไม่ดีบนท้องถนน แล้วไปย้อนดูว่าจบมาจากโรงเรียนอะไร ก็จะรู้ได้ว่า คนนี้ขาประจำ คนนี้ทำผิดซ้ำซาก พูดง่ายๆคือ ต้องให้ความสำคัญกับระบบเชื่อมโยงข้อมูล คนที่มาทำใบขับขี่ หรือต่ออายุใบขับขี่ ควรเก็บบันทึกประวัติ ยกตัวอย่างเน็ตไอดอลสาวคนหนึ่งที่ขับรถไปชนรถคันอื่น 9 คันรวด แล้วคดียังอยู่ระหว่างพิจารณาคดี แต่กลับโพสต์ว่าไปต่อใบขับขี่ที่หมดอายุ ตรงนี้เป็นการอุดช่องโหว่ที่ทำให้เรารู้ประวัติว่า ใครถูกแบล็กลิสต์ ใครควรระงับใบขับขี่ ใครถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่"

นักวิชาการด้านความปลอดภับบนท้องถนน ทิ้งท้ายว่า อยากให้รัฐเข้มงวดเป็นการเฉพาะกับคนที่ถือใบขับขี่ชั่วคราว เพราะข้อมูลทางวิชาการยืนยันแล้วว่า คนที่เพิ่งได้ใบอนุญาตขับขี่ในปีแรกมีแนวโน้มที่จะเกิดอุบัติเหตุสูงสุด หมายถึงพวกมือใหม่หัดขับทั้งหลาย

"ทำอย่างไรที่จะควบคุมคนพวกนี้อย่างเข้มงวดที่สุด เช่น ออกบทลงโทษที่รุนแรงกว่าปกติ รวมถึงคนที่ไม่มีใบขับขี่ หรือไม่พกใบขับขี่ขณะขับรถ พวกนี้ถือว่าอันตรายมาก ที่ผ่านมาเรามีบทลงโทษอ่อนมาก คนจึงไม่เกรงกลัว"

ท่ามกลางเสียงบ่นว่า หลักเกณฑ์การออกใบขับขี่ใหม่นั้นทำให้ประชาชนเสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม แถมยังอาจทำให้เกิดการซื้อใบขับขี่กันขึ้น ขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหากปล่อยให้ได้ใบขับขี่มาง่ายๆสบายๆ อาจสร้างปัญหาที่ใหญ่โตกว่าตามมาอย่างคาดไม่ถึง.

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดวิเคราะห์ในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์