รายงานพิเศษ

ดาวเรืองเหลืองอร่าม เคล็ดลับการดูแลให้บานทั้งแผ่นดิน

  • 08 ตุลาคม 2560 เวลา 07:20 น.
  • | เปิดอ่าน 20,723
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

ดาวเรืองเหลืองอร่าม เคล็ดลับการดูแลให้บานทั้งแผ่นดิน

โดย...นิติพันธุ์ สุขอรุณ

กรุงเทพมหานคร (กทม.) รณรงค์จัดกิจกรรม “ปลูกดาวเรืองด้วยใจถวายพ่อ” เชิญชวนประชาชนทั่วทั้งประเทศหลอมรวมใจพร้อมเพรียงกันแสดงออกถึงความจงรักภักดี ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงธรรม ด้วยการเพาะปลูกดอกดาวเรือง รวมถึงดอกไม้สีเหลืองชนิดต่างๆ เพื่อให้บานสะพรั่งพร้อมกันในเดือน ต.ค.นี้ ทั่วดินแดนที่พระองค์เสด็จฯ ไปเยี่ยมราษฎรทุกหมู่เหล่าแม้กระทั่งในถิ่นทุรกันดาร

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพ มหานคร เปิดเผยว่า ประชาชนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีและแสดงความอาลัย ด้วยการร่วมกันปลูกต้นดอกดาวเรืองให้บานพร้อมกันทั่วประเทศ และปลูกต่อเนื่องไปตลอดก็ทำได้เช่นกัน ไม่จำกัดว่าต้องเฉพาะภายในเดือน ต.ค. เท่านั้น

ทั้งนี้ ทางสำนักสิ่งแวดล้อมได้เตรียมเพาะดอกดาวเรืองและดอกไม้สีเหลืองชนิดอื่นๆ อาทิ ทานตะวัน ดาวกระจาย กระดุมทอง และทองอุไร ประมาณ 4 แสนต้น เพื่อนำมาใช้ประดับตกแต่งสถานที่สำคัญ รวมถึงสวนสาธารณะของกรุงเทพฯ ได้เตรียมปลูกดอกดาวเรืองและดอกไม้สีเหลืองอีกกว่า 5 หมื่นต้นด้วย

กิจกรรมนี้ทำให้ประชาชนพร้อมใจกันฝึกฝนทดลองปลูกต้นดอกดาวเรือง ทว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะปลูกให้เติบโตได้ เนื่องจากต้องอาศัยทักษะความรู้ในการเพาะปลูกต้นไม้ชนิดนี้ด้วย

พัชรียา บุญกอแก้ว อาจารย์ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ชี้แนะวิธีการปลูกดอกดาวเรืองให้เจริญเติบโตแข็งแรง ต้องเริ่มจากการเพาะเมล็ดพันธุ์อย่างถูกวิธีในวัสดุเพาะปลูก อาทิ พีทมอส ขุยมะพร้าวคลุกทราย แกลบ นำมาใส่ไว้ในถาดหลุม หรือตะกร้า วัสดุที่หาได้ง่ายภายในบ้านเรือน ทำการเจาะหลุมลึกประมาณ 1 เซนติเมตร วางเมล็ดโดยให้ด้านสีดำอยู่ด้านล่างสุด จากนั้นกลบเมล็ดเบาๆ บางๆ อย่าฝัง เพื่อให้ลำต้นแตกหน่อดันดินออกมาได้

วิธีการรดน้ำควรรดให้นุ่มนวลที่สุด หากใช้สายยางฉีดโดยตรงจะทำให้เมล็ดกระเด็นเสียหาย ดังนั้นควรมีที่ฉีดสเปรย์และคอยพรมน้ำให้ดินชุ่ม ก่อนนำถาดเพาะเมล็ดมาวางไว้ให้รับแสงแดดประมาณ 50% สลับที่ร่มใช้ระยะเวลา 2-3 วัน เมล็ดดอกดาวเรืองจะเริ่มแตกหน่อเป็นต้นกล้าให้เห็น

เมื่อต้นกล้าอายุได้ 12-15 วัน จะเริ่มเห็นใบจริง 1-2 คู่ใบ ทำให้การย้ายต้นกล้าลงในถุงขนาด 4-6 นิ้ว หรือกระถางขนาด 6-8 นิ้ว หากย้ายไปไว้ในถุงที่มีขนาดเล็กจะส่งผลให้ต้นไม้ขนาดเล็ก ดอกเล็กตามไปด้วยไม่สวยงาม วัสดุที่ใช้สำหรับปลูก เช่น กาบมะพร้าวสับ ขุยมะพร้าว แกลบ และดินผสม อัตราส่วน 1/1/1 ซึ่งหากใช้เพียงกาบมะพร้าวจะทำให้ต้นไม้โทรมเร็ว ดังนั้นต้องมีดินผสมอยู่ด้วย เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงและวางประดับได้นาน จากนั้นเริ่มต้นใส่ปุ๋ยสูตร 20-20-20 ในปริมาณ 2 กรัม/น้ำ 1 ลิตร ค่อยๆ ดูแลต้นกล้าเพราะเขายังอ่อนแอมาก

การดูแลต้นดาวเรืองหลังนำมาปลูกในกระถางต้องใส่ปุ๋ยเม็ดละลายช้า ประมาณ 10 เม็ด/ต้น เพื่อให้ต้นไม้ค่อยๆ กินปุ๋ยวันละน้อยอย่างต่อเนื่องใช้สูตร 14-14-14 หรือสูตร 16-16-16 ปุ๋ยเหล่านี้หาซื้อได้ทั่วไป

“ขอเน้นย้ำว่าขั้นตอนสำคัญที่จะทำให้ปลูกได้สำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับช่วงของการย้ายต้นกล้า โดยเมื่อเพาะเมล็ดออกมาแล้วได้ต้นที่ยืดยาวมาก ต้องคอยกลบดินเข้าหาลำต้น เพื่อทำให้ใบเลี้ยง ลักษณะใบคู่กลมๆ ลอยอยู่เหนือผิวดินเล็กน้อย วิธีการนี้ทำให้ลำต้นไม่โยกเยกหรือหักล้ม และวางต้นดาวเรืองให้รับแสงแดดตอนเช้าจะดีที่สุด ไม่ควรวางต้นไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ แต่ให้วางไว้ในบริเวณที่มีร่มเงาของต้นไม้ใหญ่บดบังแสงแดดในตอนบ่าย พร้อมกับรดน้ำช่วงเช้าและเย็นทุกวันอย่าให้วัสดุปลูกแห้งขาดน้ำ”พัชรียา กล่าว

ระหว่างนี้ขั้นตอนการดูแลให้ต้นไม้มีสุขภาพแข็งแรงด้วยการให้ปุ๋ยยูเรียสูตร 46-0-0 ประมาณ 1.5 กรัม ผสมกับน้ำ 1 ลิตร ทุก 4-5 วันจะทำให้ลำต้นและใบมีสีเขียวสดใสสลับกับการให้ปุ๋ยสูตรเสมอ 16-16-16 ให้ในอัตรา 2 กรัม/ต้น โรยรอบต้นไม้สัปดาห์ละครั้ง ร่วมกับการให้แคลเซียมโบรอนอัตรา 1-2 มิลลิลิตร/ลิตร ทุกสัปดาห์มีประโยชน์ทำให้พืชแข็งแรงไม่เปราะหักง่าย

พัชรียา กล่าวอีกว่า ปัญหาที่ประชาชนปลูกดอกดาวเรืองได้ไม่ค่อยสวยงาม ส่วนมากพบว่าลำต้นสูง ไม่แตกเป็นพุ่มเหมือนตามร้านขายต้นไม้ เกิดจากขั้นตอนสำคัญที่ลืมไม่ได้อย่างเด็ดขาด คือ “เทคนิคการเด็ดยอด” โดยเด็ดยอดอ่อนออก 1 คู่ใบ เพื่อทำให้ตาข้างของดาวเรืองแตกออกมาอีกกิ่งหนึ่งเป็นการเพิ่มจำนวนดอกให้ต้นไม้ ไม่ทำให้ลำต้นสูงขึ้นอย่างเดียว และได้ดอกไม้ที่มีคุณภาพสวยงามมากที่สุด

สำหรับวิธีป้องกันแมลง อาทิ เพลี้ยแป้ง เพลี้ยอ่อน แมลงปากดูด หนอนกินใบ อาจใช้ยากำจัดแมลงชนิดเม็ดได้สักเล็กน้อย แต่ทางที่ปลอดภัยที่สุดควรให้ความใส่ใจตรวจสอบอยู่เสมอ ส่วนหอยทากที่มักมีพฤติกรรมชอบกัดกินต้น หากพบเห็นควรรีบจับออกจากบริเวณนั้นทันที ต่อมาเรื่องของโรคใบจุดมักพบในช่วงฤดูฝน มีอาการใบจุดสีขาวแห้ง ต้องรีบเด็ดออกไปทิ้งให้ห่างป้องกันการระบาดสู่ต้นอื่น

“สิ่งสำคัญอย่างสุดท้ายคือ ความสม่ำเสมอในการให้ปุ๋ยควรให้น้อยๆ แต่บ่อยครั้ง ดีกว่าให้ครั้งละมากๆ จะทำให้ต้นดาวเรืองตาย หากมีความเข้าใจในการปลูกดาวเรืองก็ไม่ใช่เรื่องยาก จึงอยากให้ประชาชนทุกคนร่วมกันทดลองปลูกบ้านละ 1-2 ต้น เพราะถ้าเราได้เห็นดาวเรืองที่ปลูกเองกับมือออก ดอกสวยงามจะมีกำลังใจและคุ้มค่าการรอคอย เพื่อถวายแด่พ่อหลวง ร.9”พัชรียา กล่าว

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ที่สุดวิเคราะห์ในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์