รายงานพิเศษ

1ปี"รพ.บางสะพาน"ดอกผลแห่งความสำเร็จจากก้าวคนละก้าวของ "ตูน บอดี้สแลม"

  • 09 ตุลาคม 2560 เวลา 18:40 น.
  • | เปิดอ่าน 100,615
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

1ปี"รพ.บางสะพาน"ดอกผลแห่งความสำเร็จจากก้าวคนละก้าวของ "ตูน บอดี้สแลม"

โดย...วรรณโชค ไชยสะอาด

ภาพการพูดคุยกับ "ตูน-บอดี้สแลม" เมื่อเกือบหนึ่งปีก่อนยังแจ่มชัดในความทรงจำของ นพ.เชิดชาย ชยวัฑโฒ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางสะพาน เมื่อนักร้องหนุ่มขออาสาเป็นแกนนำวิ่งระดมหาเงินทุนซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ จากเดิมที่โรงพยาบาล ต้องการจัดวิ่งการกุศลกระตุ้นให้คนมาออกกำลังกาย และให้ตูนมาร่วมเป็นเซเลปหรือกระบอกเสียงเท่านั้น

ครั้งนั้นท้ายที่สุดเขาสร้างปรากฎการณ์ระดับประเทศ สามารถระดมทุนได้มากถึง 85 ล้านบาท จากระยะทางวิ่ง 400 กม. ในเวลา 10 วัน

เกือบ 1 ปีที่ผ่านมา น่าสนใจว่า ดอกผลความสำเร็จจากการระดมทุนของร็อกเกอร์หนุ่มนั้นเป็นอย่างไร..

นพ.เชิดชาย ชยวัฑโฒ เล่าว่า เงิน 85 ล้านบาทถูกจัดสรรเปลี่ยนแปลงเป็นอุปกรณ์และครุภัณฑ์ทางการแพทย์ การก่อสร้างอาคารและซ่อมแซมอาคาร ส่วนที่เหลืออีกกว่า 30 ล้านบาท อยู่ระหว่างพิจารณาเพื่อโครงการในอนาคต

“อุปกรณ์และครุภัณฑ์ทางการแพทย์นั้นแบ่งออกเป็น 3 ส่วนได้เเก่ รพ.บางสะพานเองประมาณ 25.7 ล้านบาท รพ.บางสะพานน้อยที่มีขนาด 30 เตียง 1.1 ล้านบาท อีกส่วนเป็นอุปกรณ์และครุภัณฑ์ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) 14 แห่ง ประมาณ 6.9 แสนบาท”

“ในเรื่องการก่อสร้างแบ่งออกเป็น 2 ส่วน หนึ่งการซ่อมแซมอาคารประมาณ 7 ล้านบาท หลังจากประสบกับภาวะน้ำท่วม อีกส่วนเป็นงบในก่อสร้างอาคารราว 10 ล้านบาท โดยทำการปรับปรุง ออกแบบเเละก่อสร้างอาคารหลายแห่งเช่น อาคารแพทย์แผนไทย อาคารซ่อมบำรุงเเละระบบประปา อาคารดูแลเครื่องเอ็กซเรย์ ให้สูงขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงภัยน้ำท่วม”

นพ.เชิดชาย บอกต่อว่า ปัจจุบันเหลือเงินอีกกว่า 30 ล้านบาท อยู่ระหว่างการหารือกับทางคณะกรรมการพัฒนาโรงพยาบาลเพื่อดำเนินการในแผนต่อไป

อุปกรณ์และครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลบางสะพานจัดซื้อนั้นมีมากกว่า 70 รายการ ทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ตัวอย่างเช่น เตียงผู้ป่วย ถังออกซิเจน เครื่องนับเม็ดเลือดขาวชนิดไฟฟ้า เครื่องดูดเสมหะ ที่นอน ตู้อบเด็กทารกเคลื่อนที่ เครื่องอัลตราซาวด์ เครื่องบันทึกการบีบตัวของมดลูก เครื่องมือผ่าตัดตา เครื่องไตเทียม รถเข็นผู้ป่วยพร้อมสายน้ำเกลือ เครื่องวัดความดันโลหิต ฯลฯ ทั้งหมดทำให้ศักยภาพและความสามารถในการรองรับผู้ป่วยของโรงพยาบาลนั้นยกระดับแบบก้าวกระโดด

นพ.เชิดชาย บอกว่า ตัวเลขการเข้ารับบริการรักษาของผู้ป่วยนั้นเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จากเดิมอัตราการครองเตียงของผู้ป่วยในเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 คนต่อวัน ปัจจุบันเพิ่มเป็น 150-180 คนต่อวัน ขณะที่อัตราผู้ป่วยนอก จากเดิม 300-400 คนเพิ่มเป็น 400-500 คน

"เหมือนได้โรงพยาบาลใหม่ รองรับการบริการได้มากขึ้น ชาวบ้านมีความสุขมาก สามารถใช้บริการได้สะดวกกว่าในอดีต ส่วนความสามารถในการรักษาพยาบาล เมื่อมีเครื่องมืออุปกรณ์ในการรักษาเพิ่มขึ้นก็สามารถรองรับแพทย์เฉพาะทางมาช่วยเหลือรักษาได้มากขึ้นเช่นกัน"

ผอ.รพ.บางสะพาน บอกว่า การยกระดับของโรงพยาบาลบางสะพาน สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งของภาคประชาชน ที่มีบทบาทสำคัญในการทำในสิ่งที่รัฐบาลอาจมีข้อจำกัดหรือใช้เวลาจัดการค่อนข้างนาน

“ในภาพใหญ่อย่างการลำดับความสำคัญ การบริหารจัดการภาษี ผมคิดว่าต้องใช้เวลา เข้าใจว่าภาครัฐอยากให้ทุกโรงพยาบาลเติบโตและพัฒนาได้เหมือนกับ รพ.ศิริราช รพ.จุฬาฯ มีเครื่องมือครบครัน แต่ในความเป็นจริงไม่มีเงินมากมายขนาดนั้น เมื่อเทียบกับความต้องการรับบริการ รวมถึงยังมีปัญหาเรื่องขาดแคลนบุคลากรด้วย”

นพ.เชิดชายบอกว่า วินาทีนี้สิ่งที่พวกเราทำได้ในฐานะประชาชนคือการมองเฉพาะจุดมากขึ้น มากกว่าการรอคอยหรือหวังพึ่งการพัฒนาจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว ซึ่งต้องใช้เวลานาน

“ทุกคนหวังดี แต่ในระดับกระทรวงการตัดสินใจบางอย่าง อาจต้องวางแผนระดับ 5-10 ปี สิ่งที่ภาคประชาชนทำคือการลัดขั้นตอนระบบช้าราชการ ดิ้นรนเพื่อให้ไปถึงเป้าหมาย”

“พลังสังคมอาจเป็นคำตอบถ้าเราช่วยกันน่าจะทำให้เกิดสิ่งดีๆ ถ้างอมืองอเท้ารอภาครัฐอย่างเดียว ผลลัพธ์สุดท้ายก็ตกอยู่กับตัวเราเอง ในเมื่อเราอยากให้คนอื่นได้รับสิ่งดีๆ และเราเองก็อยากรับบริการสิ่งดีๆ ผมว่าต้องช่วยกัน คนละไม้คนละมือ” เขาบอกทิ้งท้าย

โครงการอันทรงพลังของตูนนั้นเกิดขึ้นจากท่าทีอ่อนน้อม พฤติกรรมเเละความตั้งใจที่เขาแสดงให้เห็นว่าทำด้วยใจจริงโดยวันนี้นักร้องหนุ่มได้ประกาศโปรเจ็คยักษ์ “ก้าวคนละก้าว” ก้าวใหม่ที่ไปไกลว่าเดิม จุดสตาร์ท จะเริ่มจากป้ายใต้สุดแดนสยามที่ อ.เบตง จ.ยะลา สู่เหนือสุดของประเทศไทย อ. แม่สาย จ.เชียงราย ระยะทาง 2,191 กิโลเมตร ใช้เวลาวิ่งเกือบ 2 เดือน โดยตั้งเป้ายอดบริจาค 700 ล้านบาท

เขา เปิดใจกับรายการเจาะใจว่า อยากให้ทุกคนรับรู้ปัญหาร่วมกันเเละหวังว่าจะเป็นจุุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง

“หลายคนก็คงคิดว่าผมบ้าอยู่ในใจ ขนาดตัวผมเอง ผมยังคิดว่าผมบ้า อีกนัยหนึ่งมันอาจจะบอกได้นะว่าผมคิดการใหญ่ แต่ถ้าย้อนกลับไปในจุดเริ่มต้นของการทำโครงการที่บางสะพาน ผมแค่รู้สึกว่าผมไม่ได้อยากทำเรื่องนี้เพียงคนเดียว

"ครั้งนี้ก็เหมือนกันผมไม่รู้หรอกว่าปลายทางจะเป็นอย่างไร แต่ขอทำ ขอพูดว่า ผมอยากให้ทุกคนเห็นปัญหาร่วมกัน หวังว่ามันจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง โดยในครั้งนี้ผมจะวิ่งจากใต้สุดแดนสยาม อ.เบตง จ.ยะลา ไปจนถึงเหนือสุด อ.แม่สาย จ.เชียงราย

"เป้าในใจ ผมอยากได้ยอดบริจาค 700 ล้านบาท นี่เป็นตัวเลขในอุดมคติของผม ฟังดูมันเยอะมาก แต่ผมคิดว่าผมอยากได้เงิน 10 บาท จากพี่ๆคนไทย กว่า 70 ล้านคน แค่คนละ 10 บาท ซึ่งอาจจะดูมีค่าน้อย แต่ลองเอามากองรวมกัน เงิน 10 บาท มันสามารถช่วยเหลือชีวิตคนได้จริงๆ อยากให้ทุกคนเห็นถึงพลังในการรวมตัวกัน พลังแห่งการก้าวทีละก้าวเล็กๆ มันก็สามารถยิ่งใหญ่ได้ รอบนี้จะเป็นการวิ่งครั้งใหม่ที่ยาวที่สุดในชีวิตผม และเป็นการวิ่งครั้งสุดท้ายที่จะออกมาระดมทุน” นักร้องหนุ่มเเสดงความตั้งใจอย่างเต็มเปี่ยม

ภาพ...เพจเฟซบุ๊ก ก้าว

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดวิเคราะห์ในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์