รายงานพิเศษ

"สายจูงเด็ก" ความปลอดภัยของลูกน้อย ไม่ใช่เรื่องตลก

  • 12 ตุลาคม 2560 เวลา 12:46 น.
  • | เปิดอ่าน 84,340
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

"สายจูงเด็ก" ความปลอดภัยของลูกน้อย ไม่ใช่เรื่องตลก

โดย...วรรณโชค ไชยสะอาด

"สายจูงเด็ก" กลายเป็นปัญหาไม่เบาในสังคมไทย เมื่อมีคุณพ่อคุณเเม่ระบายความอัดอั้นของตัวเองผ่านโลกออนไลน์ให้พบเห็นเสมอว่า การใช้สายจูงเด็กออกไปนอกบ้าน มักเจอสายตาเเละรอยยิ้มหัวเราะเยาะจากผู้คน

ล่าสุดคุณเเม่ท่านหนึ่งใช้สายจูงพาลูกน้อยเดินทางไปกราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 กลับถูกคนรอบข้างมองแล้วฉีกยิ้ม บ้างหัวเราะ บ้างแซวว่าลูกซนจนต้องล่ามไว้ ทั้งที่จริงๆ เเล้วการใช้สายจูงหวังผลในเรื่องความปลอดภัยเเละป้องกันการพลัดหลงของลูกน้อย

2-3 ขวบวัยแห่งการเดินและเรียนรู้

การใช้สายจูงเด็กในประเทศอังกฤษ ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศนับเป็นเรื่องปกติในสังคม ผู้คนเข้าใจถึงความปลอดภัยของเด็กโดยเฉพาะในวัยที่เพิ่งเริ่มก้าวเดินใหม่ๆ

พญ.มธุรดา สุวรรณโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ บอกว่า สายจูงเด็กในต่างประเทศเป็นเรื่องที่พบเห็นได้อย่างปกติตามพื้นที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านหรือห้างสรรพสินค้า ขณะที่ในเมืองไทย หลายคนอาจรู้สึกแปลกใจเมื่อพบเห็นและมีบ้างที่มองว่าคล้ายกับการดูแลสุนัข

ปัจจุบันสังคมไทยเป็นลักษณะของสังคมเดี่ยวมากขึ้น แตกต่างจากอดีตที่เป็นครอบครัวใหญ่ มีปู่ย่าตายายคอยช่วยเลี้ยงหลาน ทำให้พฤติกรรมการเลี้ยงดูลูกของพ่อแม่เปลี่ยนไป

“เมื่อคุณพ่อคุณแม่ต้องออกจากบ้านไปทำงาน ไปซื้อของหรือทำกิจกรรมนอกบ้านพร้อมกับลูก อุปกรณ์เสริมตัวช่วยในการดูแลและเพิ่มความปลอดภัยจึงเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะเด็กวัย 2-3 ขวบ เป็นวัยที่เริ่มเดินเป็นใหม่ๆ พวกเขามีความสนใจโลกภายนอก ขณะที่สิ่งแวดล้อมรอบๆ ก็กระตุ้นให้เด็กอยากเรียนรู้ ทำให้มีโอกาสเกิดอันตรายได้หากคาดสายตาเพียงแค่วินาทีเดียว

“สายจูงเด็กถือเป็นอุปกรณ์เข้ามาช่วยคุณพ่อคุณแม่ทั้งในแง่ของอันตรายจากตัวเด็กเองและยังป้องกันการพลัดหลงเมื่อต้องอยู่ในที่ๆ มีคนพลุกพล่านด้วย”

เธอบอกว่า สังคมไทยควรเปลี่ยนมุมมองและทัศนคติใหม่ มองให้เห็นถึงประโยชน์และความปลอดภัยในการใช้งาน รวมถึงให้เกียรติคุณพ่อคุณแม่ผู้ใช้อุปกรณ์มากกว่าการหัวเราะหรือแสดงท่าทีขำขัน

ความปลอดภัยลูกสำคัญที่สุด

คุณค่าของสายจูงเด็กในสายตาใครบางคนอาจมองเป็นเพียงเรื่องตลก แต่ในหัวใจของคนเป็นพ่อเป็นแม่แล้วไม่ใช่แบบนั้น

ธนัยวัสส์ รัตนพงษ์พร คุณพ่อวัย 35 ปี บอกว่า สายจูงจำเป็นมากสำหรับเด็กเพิ่งหัดเดิน เนื่องจากเป็นวัยที่ไม่อยากให้ใครอุ้ม ต้องการเดินด้วยตัวเอง ตนใช้ยามพาลูกออกไปเที่ยวนอกบ้านเพื่อให้อยู่ในสายตาเเละความปลอดภัย รวมถึงยังสะดวกและลดอาการเมื่อยล้าด้วย

"คนบางกลุ่มมองว่าเราเลี้ยงลูกเหมือนสุนัข เราห้ามความคิดพวกนี้ไม่ได้ แต่เราเลือกสิ่งที่ปลอดภัยที่สุดของครอบครัวเป็นอันดับแรก ราคากระเป๋าสายจูงไม่กี่ร้อยบาทเทียบกับลูกที่หายตัวไปไม่ได้เลยครับ"

คุณแม่ยังสาว ณัฐริกา ชมปรีดา บอกว่า ตัดสินใจใช้สายจูงเพื่อหวังผลในแง่ความปลอดภัย ป้องกันลูกหายและเหตุพลัดหลง เนื่องจากลูกน้อยอยู่ในวัยหัดเดิน คาดสายตาเพียงวินาทีเดียวก็เสี่ยงอุบัติเหตุแล้ว ที่ผ่านมารอดพ้นจากอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนได้ถึง 3 ครั้งเพราะสายจูง

"ในช่วงหัดเดินเขาจะไปเร็วมาก จริงๆ ลูกเราเกือบโดนรถชนมาแล้ว 3 ครั้ง ได้สายจูงนี่แหละช่วยชีวิตไว้ รถจะเข้ามาเฉี่ยว เรารีบกระตุกดึงเชือกที่ติดกับตัวลูก เลยหลบทัน"

คุณแม่วัย 33 ปี ยังบอกอีกข้อดีของการใช้สายจูงว่า ส่งผลให้เด็กเรียนรู้ขอบเขตในการเดินของตัวเอง ปัจจุบันลูกวัย 5 ขวบของเธอเริ่มรับรู้ว่าสามารถอยู่ห่างจากแม่ได้มากน้อยแค่ไหนในเวลาที่ไม่ได้ใช้สายจูง

ประสบการณ์ลูกหายของคนอื่น ทำให้คุณแม่บางรายเลือกที่จะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของลูกมากขึ้น ดั่งเช่น น.ส.รักษา รวยทรัพย์ วัย 33 ปี

เธอเล่าว่า ลูกชายอายุ 2 ขวบกำลังอยู่ในวัยที่ซนมาก เวลาไปห้างสรรพสินค้ามักชอบวิ่งเล่นซอกแซกจนคุณพ่อต้องคอยวิ่งตาม วันหนึ่งได้ยินเสียงประกาศภายในห้างฯ ตามหาเด็กอายุประมาณลูกของตนเอง กลายเป็นเสียงสะกิดใจให้คิดได้ว่า “ฉันจะไม่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง”

"ประกาศอยู่นานมากจนซื้อของเสร็จก็ยังไม่เจอ ถ้าเป็นลูกเราหาย ใจแม่คงตายแน่ เลยตัดสินใจหาซื้อในเพจขายของแม่และเด็ก เป็นลักษณะเป้สะพายหลังแล้วมีสายจูง"

คุณแม่ท่านนี้เคยได้ยินเสียงคนรอบข้างนินทาวิธีการดูแลความปลอดภัยให้กับลูกเช่นกันว่า “ดูสิ เหมือนจูงหมาเลย"

“บางคนชี้ให้เพื่อนดูว่าน้องน่ารักจัง บางคนก็ซุบซิบหัวเราะว่าเหมือนจูงหมาเลย ไม่สนใจก็ไม่ได้เพราะคำพูดมันเข้าหูเรา แต่พยายามทำเป็นหูทวนลมไปค่ะ เราปกป้องลูกเรา สมัยนี้ก็เริ่มเห็นคนใช้มากขึ้น ไม่นานทัศนคติแบบนั้นคงหายไป”

เธอ ทิ้งท้ายว่า ห้างฯ นั้นเต็มไปด้วยสิ่งยั่วยุมากมายทั้งสำหรับแม่และลูก เพียงวินาทีเดียว หันกลับมาลูกอาจไม่อยู่แล้วก็เป็นได้ ความปลอดภัยของลูกจึงสำคัญที่สุดและไม่จำเป็นต้องแคร์คนที่ไม่เข้าใจ

ทั้งนี้จากการสำรวจในเว็บไซต์ซื้อขายออนไลน์ พบว่า สายจูงเด็กมีราคาตั้งเเต่ 159 บาท ถึง 600 บาท มีหลากหลายรูปแบบเเละสีสันให้เลือก

5 ข้อควรระวัง

สำหรับข้อควรระวังการใช้สายจูงเด็กตามคำเเนะนำจาก motherandcare มาเธอร์ แอนด์ แคร์ เว็บไซต์ซึ่งนำเสนอเรื่องราวการเลี้ยงดูลูก ระบุไว้ดังนี้

1. ระวังสายจูงอาจรัดตัวหรือรัดคอเด็ก ระวังการสะดุด และไม่ควรกระตุกลูกแรงเกินไป เพราะอาจทำให้บาดเจ็บได้

2. การใช้สายจูงอาจทำให้เด็กไม่สามารถเดินวิ่งอย่างสะดวก รู้สึกเหมือนโดนรั้งตลอด ดังนั้นไม่ควรใช้สายจูงบังคับทิศทางการเดินของเด็กมากเกินไป เพราะเป็นการปิดกั้นการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็ก

3. เมื่อเด็กจะล้มแต่พ่อแม่ดึงสายไว้ไม่ให้ล้ม ทำให้เด็กมีความเข้าใจว่าเมื่อจะล้มจะมีคนช่วยเสมอ ซึ่งเป็นการเรียนรู้ที่ผิด

4. ระวังสายจูงอาจเข้าไปขัดขวางการเดินของผู้อื่น หรือปัดโดนสิ่งของผู้อื่น โดยเฉพาะเมื่อพ่อแม่จะอุ้มลูกขึ้นบันไดเลื่อนหรือเดินไปที่ต่างๆ ที่เด็กเดินยาก ไม่ควรปล่อยสายจูงห้อยลงมา เพราะสายจูงอาจจะถูกดูดเข้าไปในบันไดเลื่อนหรือซอกต่างๆ ได้

5. ไม่ควรใช้สายจูงสำหรับเด็กบ่อยเกินไป เมื่อไปเดินสวนสาธารณะหรือที่ที่คนไม่เยอะ ควรปล่อยให้เด็กได้เดิน เล่น วิ่งอย่างอิสระ เพื่อการเรียนรู้ที่ดีกว่า และข้อสำคัญที่สุดคือไม่ควรใช้สายจับลูกมัดไว้กับสิ่งอื่นที่ไม่ใช่พ่อแม่หรือให้คนถือสายเด็ดขาด เพราะอาจเกิดเรื่องเศร้าโดยไม่คาดคิดก็ได้ เช่น สายรัดพันคอลูกจนเสียชีวิต ขณะที่คุณละสายตาไปทำธุระเพียงชั่วขณะ

ขอบคุณภาพจาก The Telegraph , BuzzFeed , joyerickson.wordpress.com , likecool.com , thepancakelife.com, childharness.blogspot.com

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดวิเคราะห์ในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์