รายงานพิเศษ

"เป็นเมียน้อย-เสี่ยงติดยา" อีกมุมของชีวิตพริตตี้หากหลงระเริงเดินทางผิด

  • 04 ธันวาคม 2560 เวลา 18:30 น.
  • | เปิดอ่าน 32,025
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

"เป็นเมียน้อย-เสี่ยงติดยา" อีกมุมของชีวิตพริตตี้หากหลงระเริงเดินทางผิด

โดย...วิรวินท์ ศรีโหมด

"พริตตี้" กลายเป็นอาชีพในฝันขอสาวๆหลายคน ด้วยรูปแบบการทำงานและไลฟ์สไตล์ชีวิตแสนดี๊ดีเป็นสิ่งเย้ายวนใจให้พวกเธออยากเดินบนเส้นทางนี้ทว่าเบื้องหลังชีวิตอีกมุมของอาชีพนี้อาจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ถ้าหากไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจก็อาจหลงระเริงเดินทางผิดได้

เป็นพริตตี้ยุคนี้..ไม่ยากเหมือนเมื่อก่อน

การเข้าสู่วงการพริตตี้ในอดีตนั้น ไม่ง่ายเหมือนในปัจจุบัน

นนทพร ธีระวัฒนสุข หรือ หญิงแย้ อดีตพริตตี้ชื่อดัง เล่าว่า สมัยก่อนหญิงสาวต้องหางานผ่านอินเตอร์เน็ต โดยผู้ว่าจ้างจะแจ้งรายละเอียดรับสมัครไว้ตามเว็บบอร์ดต่างๆ เมื่อติดต่อไปแล้วต้องเข้าสู่กระบวนการแคสติ้งด้วย อีกลักษณะคือการติดต่อผ่านบริษัทออแกไนซ์หรือคนรู้จักโดยตรง ขณะที่ปัจจุบันการเข้าวงการพริตตี้ง่ายขึ้นมาก เนื่องจากทุกคนมีสื่อในมือ โปรโมทตัวเองผ่านโซเชียลมีเดียได้ทุกช่องทาง

“เมื่อก่อนอาชีพโมเดลลิ่งมีบทบาทมาก ตอนนี้ไม่ใช่ ผู้จ้างติดต่อพริตตี้ได้โดยตรง แค่มีไอจีพริตตี้คนเดียวก็สามารถเข้าถึงพริตตี้คนอื่นๆ ได้อีกนับร้อย”

หญิงแย้บอกว่า รายได้ของพริตตี้ขึ้นอยู่กับชื่อเสียง ประสบการณ์และความสามารถ รวมถึงรูปแบบของงาน หลายคนมักเริ่มจากการขายสินค้าประจำบูธ ค่าตัวประมาณ 1,500-3,000 บาทต่อวัน พิธีกรงานอีเว้นท์ 1,500-3,000 ต่อวัน งานแถลงข่าว 2,500-4,000 บาท (ทำประมาณ 2-3 ชั่วโมง) งานมอเตอร์โชว์ 3,000-5,000 ต่อวัน และหากมีชื่อเสียงและผู้ติดตามจำนวนมากในโซเชียลมีเดียค่าตัวอาจพุ่งไปถึงหลักหมื่น

“สมัยก่อนการเป็นพริตตี้มอเตอร์โชว์ถือว่ายากที่สุด ต้องสมัครและเจอคู่แข่งสาวสวยจำนวนมาก บางครั้งไม่ต่ำกว่า 300 คน รอบแรกคัดจากหน้าตา ตัดเหลือประมาณ 100 คน และวัดจากการตอบคำถาม เช็คไหวพริบสุดท้ายถึงจะได้งาน”

ภาพประกอบ

บ้าของแบรนด์ ยอมเป็นเมียน้อยแลกเงิน

เม็ดเงินที่ได้รับจากการทำงานพริตตี้นั้นทำให้ชีวิตของหญิงสาวหลายคนเปลี่ยนแปลงไปไม่มากก็น้อยจากโอกาสที่พวกเขาได้รับ

หญิงแย้ บอกว่า ผู้ที่เข้ามาในวงการนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้มีพื้นฐานครอบครัวที่ร่ำรวย หลายคนต้องการเงินเพื่อส่งให้ครอบครัว เก็บออมและมีชีวิตที่ดีขึ้น ขณะที่บางคนเมื่อทำพริตตี้ไปสักระยะ อาจมีโอกาสหาเงินในรูปแบบอื่นๆเพิ่มเข้ามา เช่น รับจ้างนั่งทานข้าวกับผู้ชายมีฐานะ

“มันมีโอกาสเข้ามาหลายรูปแบบ บางคนผู้ชายเปย์ของแพงๆ ให้ก็นำไปขายและเก็บเงินไว้ บางคนเริ่มหลงใหลวัตถุนิยมรอบตัว ยอมเป็นเมียน้อยเพื่อแลกกับเงินและความสบาย ส่วนใหญ่พวกนี้เริ่มจากงานกินข้าวกับคนรวย เพราะเห็นว่าได้เงินง่าย ใช้เวลาไม่นาน ผู้ชายที่จ้างพริตตี้ไปนั่งเขาหวังให้บรรยากาศเจรจาธุรกิจดูสบายขึ้น หลังจบงานหากถูกใจก็อาจพัฒนาความสัมพันธ์ต่อ ส่วนใหญ่พวกนี้มีครอบครัวแล้วทั้งนั้น แต่เหตุผลที่ผู้หญิงยอมเพราะว่าเงิน จะถอนตัวได้ก็เมื่อผู้ชายไม่เอาแล้ว ผู้หญิงเจอคนเลี้ยงใหม่ เจอผู้ชายที่อยากสร้างครอบครัวด้วยจริงๆ หรือถูกเมียหลวงตามราวี”

หญิงแย้มองว่า การเป็นเมียน้อยอาจเป็นวิธีที่หาเงินได้ง่ายก็จริง แต่นับว่าเป็นการทำลายสถาบันครอบครัว ผิดศีลธรรม ที่สำคัญยังส่งผลเสียต่อการทำงานด้วย เนื่องจากวงการนี้แคบมากไม่นานคนรอบข้างก็ต้องรับรู้ เช่นเดียวกันกับเรื่องยาเสพติด หากใครเข้าไปยุ่งเกี่ยววันหนึ่งก็ต้องมีคนทราบและหมดอนาคตไปเอง

ด้าน นุ่น-นัฐกานต์ สิริเกิดสกุล พริตตี้สาวสวยวัย 26 ปี บอกเสริมว่า โอกาสที่พริตตี้จะได้รับการติดต่อจากผู้ชายมีฐานะหรือเสี่ยนั้นง่ายมาก เนื่องจากพริตตี้มีรูปร่างหน้าตาที่สวยงาม แต่การตัดสินใจสุดท้ายขึ้นอยู่กับตัวเองว่าจะเลือกหาเงินแบบไหนและต้องการอะไรในชีวิต

“เราก็เคยเจอ แต่ไม่ยุ่งด้วย มันอยู่ที่ตัวเรา ถ้าเราไม่ไปก็จบ”

ทั้งนี้ นัฐกานต์ ตั้งข้อสังเกตว่า การเป็นพริตตี้เพียงอย่างเดียวไม่สามารถซื้อสินค้าแบรนด์เนมหรือใช้ชีวิตที่หรูหราได้ตลอดแน่นอน คนที่ทำได้แบบนั้นหากไม่โด่งดังค่าตัวสูงจริงๆ ก็ต้องมีคนดูแล

“ทั่วๆ ไปทำงานวันนึงได้เงิน 3 พัน เดือนหนึ่งประมาณ 9 หมื่น คงไม่สามารถใช้ชีวิตหรูหราได้ตลอดหรอก”

หญิงแย้ (ซ้าย) / นุ่น (ขวา)

วินัยและศักดิ์ศรีคือสิ่งสำคัญ

หญิงแย้-นนทพร เผยว่าเส้นทางชีวิตในวงพริตตี้แต่ละคนไม่เท่ากันบางคนทำงานได้นานถึง 20 ปี ข้อสำคัญตัวชี้วัดว่าทำงานได้ถึงเมื่อไหร่อยู่ที่รูปลักษณ์หน้าตาภายนอก แต่ส่วนใหญ่หลังจากหันหลังให้วงการถ้าไม่ทำธุรกิจก็เป็นแม่บ้าน

สำหรับคำแนะนำสำหรับหญิงสาวที่อยากประสบความสำเร็จในวงการพริตตี้ หญิงแย้บอกว่า ต้องเป็นคนตรงต่อเวลา มีความรับผิดชอบสูง วางตัวเหมาะสม และไม่หลงระเริงไปกับสิ่งมั่วเมา

“นอกจากสวยแล้ว ผู้จ้างจะชอบมากกับคนที่ตรงต่อเวลา รับผิดชอบงาน ถ้าหากทำงานคุ้มค่าตัว เป็นคนดียังไงชีวิตไม่อับจนแน่นอน”

ด้านนุ่น-นัฐกานต์ ทิ้งท้ายว่า ศักดิ์ศรีในการทำงานคือสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรยึดถือ เมื่อเงินเป็นสิ่งที่หาได้ไม่ยาก วิธีการได้มาจึงเป็นสิ่งสำคัญ หากได้มาโดยความสามารถและความสุจริตไม่ทำร้ายใคร แบบนั้นไม่ต้องกลัวว่าอนาคตจะมืดมน

“ศักดิ์ศรีเป็นเรื่องสำคัญ อยากสบายด้วยวิธีผิดๆ ก็ต้องรับมันให้ได้ หากวันหนึ่งถูกนินทาก็ต้องยอม ”

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ที่สุดวิเคราะห์ในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์