เปิดโลกยานยนต์

"ทีเอ็นจีเอ-ไฮบริด เจน 4" 2นวัตกรรมพลิกโฉมโตโยต้า

  • 20 พฤศจิกายน 2560 เวลา 20:20 น.
  • | เปิดอ่าน 44,195
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

"ทีเอ็นจีเอ-ไฮบริด เจน 4" 2นวัตกรรมพลิกโฉมโตโยต้า

โดย...ชมณัฐ รัตตะสุข

โตโยต้า เตรียมอวดโฉม โตโยต้า ซี-เอชอาร์ (C-HR) รถรุ่นใหม่ล่าสุดในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2017 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ได้นำนวัตกรรม “ทีเอ็นจีเอ” แพลตฟอร์มใหม่ที่จะปฏิวัติการผลิตรถเแทบทุกรุ่นของค่ายสามห่วงนับจากนี้ และระบบ “ไฮบริด เจเนอเรชั่น 4” ที่อัพเกรดศักยภาพใหม่หมดมาใช้เป็นครั้งแรกในเมืองไทย

โตโยต้า ผู้ผลิตยานยนต์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก เดินเครื่องพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบสนองผู้บริโภคล่าสุด ได้แก่ “ทีเอ็นจีเอ” หรือ Toyota New Global Architecture (TNGA) แพลตฟอร์มรถโฉมใหม่ที่โตโยต้าพัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “Ever-better Cars ถ้าได้นั่ง คุณจะอยากขับต่อ” โดยมุ่งหวังว่าภายในปี 2020 รถใหม่กว่าครึ่งที่ถูกผลิตมาจะใช้แพลตฟอร์มนี้ทั้งหมด โดยได้ออกแบบส่วนต่างๆ ของตัวรถ รวมถึงโครงสร้างใหม่ทั้งหมด ทั้งสมรรถนะขั้นพื้นฐาน พื้นที่ภายในห้องโดยสาร ทัศนวิสัยการขับขี่ และการออกแบบ จนได้แพลตฟอร์มที่เบาและกะทัดรัด แต่มีสมรรถนะชั้นเลิศ และระบบส่งกำลังที่เสริมให้การขับขี่มีความคล่องแคล่วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

“แพลตฟอร์มนี้จะเป็นการลดจุดศูนย์ถ่วงของรถให้ต่ำลงมาโดยการออกแบบเครื่องยนต์และบอดี้รถให้มีประสิทธิภาพลงตัวที่สุด ขณะที่อุปกรณ์หลายอย่างที่ดูใหญ่เทอะทะก็ได้พยายามทำให้กะทัดรัดลงมา รวมถึงพยายามลดน้ำหนักทั้งหมดลง จึงได้บอดี้ที่แข็งแรงมีความปลอดถัยสูงและมีน้ำหนักเบา ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น ขับได้สนุก ควบคุมง่าย รถกับคนเสมือนเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งจากนี้ไปโตโยต้าจะใช้โครงสร้างนี้กับรถทุกรุ่น เช่น พรีอุส โคโรลล่า คัมรี่ เป็นต้น” จิรเดช อัครวรนนท์ ผู้ช่วยผู้จัดการแผนกออกแบบผลิตภัณฑ์ในประเทศ ฝ่ายวางแผนผลิตภัณฑ์ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ไทยแลนด์ กล่าว

ขณะเดียวกัน โตโยต้า ยังได้ออกแบบระบบไฮบริดใหม่ทั้งหมดเป็น “ไฮบริด เจเนอเรชั่น 4” เพื่อสมรรถนะที่เปี่ยมพลัง ประหยัดพลังงาน รวมทั้งประสิทธิภาพการขับขี่ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ยังปรับโครงสร้างด้วยการนำ เครื่องยนต์ เพาเวอร์คอนโทรลยูนิต และทรานเซกเซล มารวมไว้ด้านหน้าตัวรถ เพื่อให้ด้านหลังเหลือแค่เพียงไฮบริดแบตเตอรี่่ 128 เซลล์ส (6 เซลล์ส/โมดูล)

“ไฮบริดเจเนอเรชั่น 4 จะมีน้ำหนักของแบตเตอรี่่ลดลงแต่ความจุไม่ได้ด้อยไปกว่าเดิม แม้จะใช้แบตเตอรี่ชนิดนิกเกิล-เมทัลไฮไดรด์ แต่ก็เป็นเจเนอเรชั่นใหม่ที่มีระบบระบายความร้อนที่ดีขึ้นทำให้สามารถชาร์จไฟได้เร็ว ที่สำคัญการมีน้ำหนักที่เบาลงกว่าเดิมทำให้ประหยัดพลังงานมากขึ้นถึง 20 กม./ลิตร”จิรเดช กล่าว

ความเปลี่ยนแปลงในยนตรกรรมไฮบริดรุ่นใหม่ เริ่มตั้งแต่เครื่องยนต์ที่มีการเผาไหม้พลังงานเชื้อเพลิงที่ดีขึ้น ด้วยการปรับรูปทรงของช่องทางเข้าของอากาศภายนอก รวมถึง ERG หรือการหมุนเวียนไอเสียใหม่ให้ประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการปรับชิ้นส่วนให้ก่อให้เกิดแรงเสียดทานต่ำ ช่วยให้เกิดประสิทธิภาพความร้อนสูงสุด 40%

ด้านมอเตอร์ มีการปรับโครงสร้าง Rolling-Coil ใหม่ในคอยล์จุดระเบิด (Segmented Distributor Coil) อีกทั้งโครงสร้างหลักซึ่งเป็นโลหะแบบมีพลังงานแม่เหล็กประกอบกับชุดขดลวดแบบใหม่ยังช่วยลดการสูญเสียได้มากกว่าเดิมถึง 20% และโครงสร้างการระบายความร้อนและสายไฟแรงสูงได้ถูกออกแบบใหม่ เพื่อลดขนาดของชุดควบคุมการส่งกำลังลงประมาณ 33% ในขณะที่เซมิคอนดักเตอร์ลดการสูญเสียลง 20%

ขณะที่ แบตเตอรี่ไฮบริด ขั้วไฟฟ้าภายในได้พัฒนาให้มีประสิทธิภาพในการชาร์จดีขึ้น 28% การประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง (Fuel Economy) ดีกว่ารุ่นที่ 3 ถึง 25.2% ที่สำคัญยังมีขนาดเล็กลง 10% โดยมีความยาวของเพลาส่งกำลังใหม่สำหรับมอเตอร์และตัวกำเนิดพลังงานปรับที่ให้สั้นลง 47 มิลลิเมตร ส่วนเกียร์แกนคู่ขนานใหม่ (Parallel Axis Gear) ที่ใช้ในการลดอัตราความเร็ว ช่วยลดการสูญเสียเชิงกลถึง 20%

“การเอาส่วนที่ไม่ได้ใช้งานภายในแบตเตอรี่ออกผ่านการทำระบบระบายความร้อนและการจัดวางตำแหน่งภายในใหม่ทำให้แบตเตอรี่มีความเบาและกะทัดรัดยิ่งขึ้น สามารถนำมาใส่ไว้ใต้ที่นั่งเบาะหลังได้อย่างลงตัว ทำให้น้ำหนักอยู่กลางรถ ไม่ได้ถ่วงหน้าหรือหลังเกินไป ก่อให้เกิดจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลงและช่วยเรื่องการเข้าโค้งที่มั่นคงยิ่งขึ้น ซึ่งความน่าเชื่อถือของรถไฮบริดของโตโยต้านั้น ส่งผลให้ยอดจำหน่ายรถไฮบริดของเราทะยานถึงกว่า 10 ล้านคันในปัจจุบัน” ฮิโรโตะกะ ยาตะ เจ้าหน้าที่แผนกวางแผนผลิตภัณฑ์ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน ประเทศญี่ปุ่น ทิ้งท้าย

สำหรับ “ทีเอ็นจีเอ แพลตฟอร์ม” และ “ไฮบริดเจเนอเรชั่น 4” จะนำมาผลิตและวางขายใช้ในประเทศไทยครั้งแรกในรถรุ่น โตโยต้า ซี-เอชอาร์ (C-HR) โดยจะอวดโฉมในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2017 ระหว่างวันที่ 30 พ.ย.-11 ธ.ค.นี้ พร้อมเปิดพรี-บุ๊กกิ้ง ก่อนขายจริงในปี 2018

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดยานยนต์ในรอบ 1 เดือน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์