เศรษฐกิจภาครัฐ

ชงครม.ทุ่มงบลงทุนภูธร

  • 14 พฤษภาคม 2560 เวลา 13:03 น.
  • | เปิดอ่าน 2,113
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

ชงครม.ทุ่มงบลงทุนภูธร

สำนักงบฯ เร่งคุยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดกลุ่มงบลงทุนภูมิภาค 2.5แสนล้าน คาดเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณเข้า ครม.สิ้นเดือนนี้

นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า ภายในสิ้นเดือนพ.ค.นี้ จะเสนอกรอบการลงทุนเชิงบูรณาการใน 6 ภูมิภาค วงเงิน 2.5 แสนล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี ระหว่างปี 2561-2565 เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังจากคณะกรรมการพิจารณาการจัดทำงบประมาณในลักษณะบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์แผนงานบูรณาการเสริมสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศประจำปีงบประมาณ 2561ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้เห็นชอบกรอบลงทุนดังกล่าว

ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรียังได้มีคำสั่งแยกกลุ่มงบประมาณดำเนินการเป็น 2 ระยะ คือ ระยะแรกดำเนินการได้ใน 1 ปีคือ ปี 2561 ระยะกลางดำเนินการ 2-3 ปี และระยะยาวมากกว่า 3 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปีหลังจากนี้สำนักงบประมาณจะได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กระทรวงมหาดไทย ในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการชุดนี้ เร่งดำเนินการแบ่งกลุ่มการลงทุนตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะต้องเร่งดำเนินการเพื่อเสนอ ครม.

“เนื่องจากงบประมาณภายใต้การดำเนินการเชิงบูรณาการนี้ ส่วนหนึ่งจะต้องเริ่มในปีงบประมาณ 2561 ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำ โดย ครม.ได้เห็นชอบกรอบงบประมาณไปเมื่อวันที่ 9 พ.ค. ระหว่างนี้จะเป็นการจัดทำรายละเอียดเป็นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณประจำปี 2561 เพื่อเสนอต่อที่ประชุม ครม. ในวันที่ 30 พ.ค. ตามปฏิทินงบประมาณ”นายสมศักดิ์ กล่าว

สำหรับกรอบการลงทุนเชิงบูรณาการระยะ 5 ปี งบประมาณ 2.5 แสนล้านบาท จะเป็นการใช้งบประมาณจากงบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประมาณ 80% ส่วนอีก 20% จะมาจากงบจังหวัด

ทั้งนี้ ในส่วนของงบประมาณประจำปี 2561 ที่ผ่านการอนุมัติของ ครม. เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น มีกรอบงบประมาณรายจ่ายวงเงิน 2.9 ล้านล้านบาท แยกเป็นรายจ่ายประจำ 2.15 ล้านล้านบาท คิดเป็น 74.2% ของงบประมาณรวม แบ่งเป็นรายจ่ายเพื่อการลงทุนวงเงิน 6.59 แสนล้านบาทคิดเป็น 22.8% ของงบประมาณรวม รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้จำนวน 86,942.3 ล้านบาท คิดเป็น 3% ของงบประมาณรวม เพิ่มขึ้นจากงบประมาณที่ผ่านมา 5,755.5 ล้านบาท

ขณะที่ที่ประชุม 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สภาพัฒน์ และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินรายได้ปี 2561 อยู่ที่ 2.45 ล้านล้านบาท เพิ่มจากรายได้ปี 2560 จำนวน 7.99 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3.4% เทียบปีงบประมาณก่อน ส่วนวงเงินชดเชยขาดดุลอยู่ที่ 4.5 แสนล้านบาท ลดลงจากปี 2560 วงเงิน 1.02 แสนล้านบาทหรือลดลง 18.6% สำหรับวงเงินที่สามารถกู้สูงสุดเพื่อชดเชยการขาดดุลตาม พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ วงเงิน 649,553.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5 ล้านบาท

นอกจากนี้ 4 หน่วยงาน ประเมินการเติบโตจีดีพีปี 2561 ว่าจะอยู่ที่ 5.8% เมื่อหักอัตราเงินเฟ้อแล้ว จีดีพีจะขยายตัวประมาณ 3.5-3.6% ซึ่งหากเติบโตได้ตามที่ประเมินนั้น จะทำให้มูลค่าจีดีพีของประเทศปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ 16.02 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากจีดีพีปี 2560 อีก 8.78แสนล้านบาท

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่านอกจากการอนุมัติกรอบงบประมาณปี 2561 ที่ 2.9 ล้านล้านบาทแล้ว ครม.ยังได้เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการก่อหนี้ผูกพันเงินงบประมาณ จากเดิมต้องก่อหนี้ผูกพันให้เสร็จภายในวันที่ 25 เม.ย. เป็นให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 พ.ค. 2560 แต่สำหรับรายการที่มีวงเงินต่อรายการไม่เกิน 2 ล้านบาท จากเดิมต้องเบิกจ่ายงบประมาณให้แล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ปีงบประมาณ หรือต้องเบิกจ่ายภายในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ให้ขยายการเบิกจ่ายออกไปอีก 1 เดือน คือภายในวันที่ 31 ก.ค.นี้

“การขยายเวลาดังกล่าวเพื่อให้หน่วยงานต่างๆ เบิกจ่ายให้ได้ตามเป้าหมาย ซึ่งปีนี้ครม.ได้เร่งการเบิกจ่ายงบประมาณ โดยตั้งเป้าการเบิกจ่ายงบลงทุนไว้ 87% หลังจากได้ขยายเวลาให้รอบนี้ ทาง ครม.ได้ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น เร่งรัดการดำเนินการก่อหนี้ผูกพัน และการเบิกจ่ายงบประมาณดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็วภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าวอย่างเคร่งครัด” แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล กล่าวทิ้งท้าย

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดธุรกิจ-ตลาดในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์