เศรษฐกิจภาครัฐ

เร่งเครื่องมอเตอร์เวย์หมื่นล้านขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีอีซี

  • 20 พฤษภาคม 2560 เวลา 10:41 น.
  • | เปิดอ่าน 12,290
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

เร่งเครื่องมอเตอร์เวย์หมื่นล้านขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีอีซี

กรมทางหลวง เร่งเดินหน้า มอเตอร์เวย์ พัทยา – มาบตาพุด วงเงิน 1.42หมื่นล้านบาท ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีอีซี

นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สาย ช่วงพัทยา – มาบตาพุด ระยะทาง 32 กิโลเมตร วงเงิน 1.42หมื่นล้านบาทซึ่งเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานหลักเพื่อรองรับการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจอีอีซี ขณะนี้มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 32 % และจะสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2562 ตามแผนที่วางไว้ สำหรับงานก่อสร้างในส่วนงานโยธา แบ่งออกเป็น 13 สัญญา ได้ลงนามสัญญาและเริ่มก่อสร้างแล้วทั้งหมด ส่วนด้านงานระบบ เช่น ระบบจัดเก็บค่าผ่านทาง ระบบควบคุมและบริหารการจราจร ด่านชั่งน้ำหนัก อยู่ระหว่างสำรวจ ออกแบบการก่อสร้าง และเตรียมการประกวดราคา คาดว่าจะสามารถเปิดให้เอกชนและเริ่มก่อสร้างได้ในช่วงปลายปี 2560 ขณะที่ช่วงชลบุรี-พัทยาปรับปรุงเป็นมอเตอร์เวย์วงเงิน 3,969.6 ล้านบาท เหลือการก่อสร้างด่านเก็บเงิน ได้แก่ บ้านบึง บางพระ หนองขาม โป่ง และพัทยา คาดว่าแล้วเสร็จปลายปีนี้ และเริ่มใช้บริการต้นปีหน้า

"กรมทางหลวงได้พัฒนาโครงข่ายมอเตอร์เวย์ทั้ง 2 สายทางมาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ได้ขยายจากชลบุรี ไปถึงพัทยา ระยะทาง 42 กิโลเมตร และกำลังดำเนินการเข้าสู่ระบบปิดอย่างเต็มรูปแบบภายในปีนี้ ว่าด้วยการพัฒนาระบบมอเตอร์เวย์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง และโลจิสติกส์ของประเทศ" นายธานินทร์กล่าว

นายธานินทร์กล่าวต่อว่า ปัจจุบันกรมทางหลวง ได้ดำเนินโครงการทางหลวงพิเศษทั้ง 3 เส้นทาง และมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทางหลวงหมายเลข 7 สายพัทยา – มาบตาพุด เป็นการก่อสร้างเส้นทางสายใหม่ ผ่านพื้นที่ 2 จังหวัด มีจุดเริ่มต้นที่ กม. 2+300 เชื่อมกับทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ผ่านอำเภอบางละมุง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี สิ้นสุดที่เทศบาลเมืองมาบตาพุด จังหวัดระยอง บริเวณ กม. 34+400 ระยะทางรวม 32 กม โดยทางหลวงหมายเลข 7 สายพัทยา – มาบตาพุด จะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ภายในปี2562 สอดคล้องกับแผนงานพัฒนาเพื่อรองรับระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ปี 2560 -2564 ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ

สำหรับความพิเศษโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สาย กรุงเทพฯ - บ้านฉาง ช่วงพัทยา – มาบตาพุด ว่าเพื่อให้ได้ทางที่มีคุณภาพ มีความเรียบกรมทางหลวงได้ใช้เทคโนโลยีในการตรวจสอบโดยติดตั้งเครื่องวัดความขรุขระของผิวด้วยเลเซอร์ (Laser Profilometer) ซึ่งใช้วัดดัชนีความเรียบขรุขระสากล (International Roughness Index, IRI) หากเป็นถนนคอนกรีตต้องมีค่าต่ำกว่า 2.5 และถนนแอสฟัลต์ต้องมีค่าต่ำกว่า 2.0 จึงตรวจรับงาน อันเป็นไปตามมาตรฐานสากล และคำแนะนำของธนาคารโลก (World Bank) ในความคืบหน้าการก่อสร้างศูนย์ควบคุมกลางพัทยา (Control Center Building, CCB)คาดว่าสามารถเปิดใช้งานได้ภายในปลายปี 2560 นี้

ทั้งนี้ เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จจะเป็นเส้นทางที่สามารถเชื่อมต่อการคมนาคมขนส่งระหว่างภาคกลางกับภาคตะวันออกได้อย่างสมบูรณ์ นับเป็นเส้นทางสายหลักที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ซึ่งจะช่วยส่งเสริมทั้งในภาคธุรกิจการค้าและการท่องเที่ยว ด้วยแนวเส้นทางที่สามารถรองรับการเดินทางและการขนส่งสินค้าในภาคตะวันออกไปยังทั่วทุกภูมิภาค เชื่อมโยงกับท่าเรือแหลมฉบังและนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงการขนส่งทางรถไฟ และการขนส่งทางอากาศที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานอู่ตะเภา เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายโลจิสติกส์ของประเทศ เพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งของภูมิภาคอาเซียน

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดธุรกิจ-ตลาดในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์