ณ มุมขวา

ปฏิรูปพลังงานลุงตู่ว่าไง

  • 17 มีนาคม 2560 เวลา 09:12 น.
  • | เปิดอ่าน 2,694
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

บทเรียนนโยบายพลังงานของเม็กซิโก เป็นสิ่งที่ควรจะต้องนำมาพิจารณา และตัดสินใจกำหนดทิศทางในบ้านเมืองเรา

เพราะลัทธิชาตินิยมในเม็กซิโกที่ยึดกิจการพลังงานมาเป็นของรัฐเมื่อ 80 ปีก่อน ส่งผลเสียหายอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจ เป็นตัวอย่างที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกมุมโลก

สุดท้ายเม็กซิโกต้องปฏิรูปพลังงาน ด้วยการยกเลิกการผูกขาดกิจการพลังงาน ที่เคยอยู่ภายใต้บรรษัทน้ำมันแห่งชาติที่ชื่อ PEMEX

ทั้งหมดถูกมาจัดแบ่ง เรียงหน้าที่กันใหม่ กระจายไปหลายหน่วยงาน สร้างระบบคาน-ดุล โดยมีองค์กรระดับนโยบาย องค์กรกำกับ-ควบคุม องค์กรดูแลด้านสัมปทาน และมีหน่วยงานรัฐในภาคปฏิบัติ

ไม่ว่าจะเป็นด้านน้ำมัน ก๊าซ ไฟฟ้า ก็จัดรูปแบบคล้ายๆ กัน

และที่เป็นหัวใจสำคัญคือการสร้างเงื่อนไขจูงใจให้เอกชนเข้ามาลงทุนในกิจการพลังงาน ตั้งแต่ต้นน้ำคือการขุดเจาะสำรวจน้ำมันและก๊าซ อาทิ การขุดเจาะน้ำมันในแหล่งน้ำลึกใช้รูปแบบสัมปทาน ดึงดูดเงินลงทุน เทคโนโลยีจากต่างชาติ และนำกำไรมาแบ่งปันเป็นขั้นบันได

แต่ทั้งหลายทั้งปวง การปฏิรูปพลังงานจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไร้ซึ่งความกล้าหาญทางการเมืองที่ประธานาธิบดีเอ็นริเก เปนญา เนียโต เป็นผู้ผลักดัน โดยจับมือกับ 3 พรรคการเมืองใหญ่ของเม็กซิโก ลงนามข้อตกลงปฏิรูปพลังงานเป็นวาระแห่งชาติ ไม่ว่าพรรคใดจะมาเป็นรัฐบาลก็จะเดินหน้าต่อ

นอกจากนั้น การปฏิรูปพลังงานยังบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญเม็กซิโกด้วย ทำให้การแก้ไข เปลี่ยนแปลงในอนาคตทำได้ลำบาก

นั่นคือความรับผิดชอบของผู้นำประเทศของพรรคการเมืองเม็กซิโก

ย้อนกลับมาดูในบ้านเรา มีแนวคิดการปฏิรูปพลังงานมากมาย แต่สุดท้ายก็ต้องอาศัยความกล้าทางการเมืองตัดสินใจเดินหน้าในสิ่งที่ถูก

เมื่อหลายปีก่อน เคยมีกระแสปลุกกระแสชาตินิยม ยึดเอาเวเนซุเอลา โมเดล ที่ชูการยึดสัมปทานเอกชนมาเป็นของรัฐ อุดหนุนราคาพลังงาน มาเคลื่อนไหวในปมการปฏิรูปพลังงาน แต่สุดท้ายกรรมก็เห็นกันในชาตินี้ เมื่อเวเนซุเอลา ล้มละลายทางด้านเศรษฐกิจ กลายเป็นวิกฤตการเมืองจากนโยบายชาตินิยมด้านพลังงาน

เวเนซุเอลา โมเดล เลยกลายเป็นความเงียบ วังเวง ไม่ถูกยกขึ้นมาเอ่ยอ้างถึงความวิเศษอีกเลย แต่การเคลื่อนไหวด้านนโยบายพลังงานก็ยังไม่หยุด เพียงแต่เปลี่ยนเป้าหมาย เปลี่ยนประเด็นไปยกเรื่องอื่นขึ้นมาแทน

นโยบายและการปฏิรูปพลังงาน จึงไม่ใช่เรื่องที่จะเสนอความคิดเป็นรายวัน เอาข้อมูลครึ่งๆ กลางๆ มาเผยแพร่ ใช้วาทกรรมสร้างกระแสความเกลียด ความชัง หรือใช้ความรักชาติมาเป็นประโยชน์ เพราะนโยบายที่ออกมาไม่ว่าจะเป็นไปในทิศทางใดจะสร้างผลกระทบในวงกว้าง ลงลึก ต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม

ผู้นำทางการเมือง จึงต้องไม่เป็นประเภทพระเอกลิเกผิวบาง โดนโน่นนิด นี่หน่อย ก็ทำท่าผื่นขึ้น กระโดดหนีไปตั้งหลักจนไกลโข

ลุงตู่จะว่าอย่างไรกัน

วันเวลาไม่คอยท่า ถึงเวลาต้องตัดสินใจได้แล้ว

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!