นี่แหละนิสัยพาล

  • 16 เมษายน 2560 เวลา 11:30 น.
  • | เปิดอ่าน 445
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

โดย...อารยชล

จะรู้สึกอย่างไรบ้างครับ ถ้ามีคนมาบอก มาสอน และกล่าวเตือนเราให้ทำในสิ่งที่ดีและไม่ให้ทำในสิ่งไม่ดี

ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่เวลามีใครมาบอกมาสอนในเรื่องดีๆ ยังรับฟังอยู่ หรือถ้าถูกคนอื่นว่ากล่าวตักเตือนก็พร้อมน้อมรับ ถ้าเห็นว่าสิ่งที่คนอื่นเตือนนั้นเราทำไม่เหมาะสมไม่ถูกไม่ควรจริงๆ

ทว่ามีคนประเภทหนึ่งที่ไม่ชอบให้ใครมาบอก มาสอน หรือถ้าเขาทำผิด ทำไม่ดีไม่งามไม่ควรทั้งหลายแหล่ก็ไม่อยากให้คนอื่นมากล่าวเตือน จะด้วยไม่ชอบหรือด้วยกลัวขายหน้าก็สุดแต่

ขอให้รู้ว่าคนนั้นเข้าข่าย “คนพาล”

ผมมีตัวอย่างประกอบเรื่องนี้ ซึ่งเป็นข่าวไปเมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา เมื่อนายตำรวจยศสิบตำรวจโทนายหนึ่งถูกวัยรุ่นแทงที่ราวนมฝั่งซ้ายขณะเดินทางมาเปลี่ยนเวร

อาวุธที่ผู้ก่อเหตุใช้ทำร้ายเจ้าหน้าที่ เป็นมีดพกสั้นปลายแหลมยี่ห้อ Ying Guns ขนาดประมาณ 5 นิ้ว จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรงจุดเกิดเหตุ พบตัวมีดหลุดออกจากด้ามในสภาพเปื้อนเลือด

สิบตำรวจโทนายนี้ให้การว่า

ก่อนเกิดเหตุได้ขับขี่จักรยานยนต์เพื่อเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เมื่อขับมาถึงบริเวณแยกป้อมมหากาฬ มีสัญญาณไฟแดง จึงหยุดรถแล้วสังเกตเห็นกลุ่มวัยรุ่นอายุประมาณ 17-20 ปี ประมาณ 10 คน ขับขี่จักรยานยนต์มาด้วยกัน 5-6 คัน ทั้งหมดไม่สวมใส่หมวกนิรภัย

ต่อมาสัญญาณไฟเขียวจึงขับขี่มาบนถนนราชดำเนินกลางมุ่งหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อถึงบริเวณด้านหน้าหอศิลป์ ได้ถูกกลุ่มเด็กเหล่านี้ขับขี่ปาดหน้าจึงตะโกนออกไป

“ทำไมขับรถแบบนี้มันอันตราย และยังไม่สวมหมวกกันน็อกด้วย”

วิสัยพาล! ได้ยินมีหรือจะพอใจ กลุ่มวัยรุ่นจึงตะโกนกลับว่า

ถ้างั้นจอดรถคุยกันดีกว่า ผมไม่ชอบให้ใครมาสอนว่ะ

ทว่าระหว่างพูดคุยกันนั้น ก็ได้เกิดเหตุการณ์ชุลมุนเมื่อมีหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นใช้อาวุธมีดแทงจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนพากันแยกย้ายหลบหนีไป ทว่าโชคดีที่ตำรวจนายนี้ปลอดภัย

ทีนี้ทำไมผมจึงบอกว่าพฤติกรรมของเด็กกลุ่มนี้เข้าข่าย “คนพาล”ก็เพราะว่าสิ่งที่เขาแสดงออกมามันชัดเจนทั้งการกระทำและคำพูดที่ว่า “ทั้งขับรถปาดหน้าไปมา” ทั้งคำพูดที่ว่า “ผมไม่ชอบให้ใครมาสอนว่ะ”

ที่ผมพูดอย่างนี้ไม่ได้อคติกับวัยรุ่นกลุ่มนี้แต่ผมดูจาก “ตำราพระพุทธเจ้า” ที่ระบุว่า คนพาลเป็นแบบไหน มีลักษณะอย่างไร และชอบมีพฤติกรรมอะไรบ้าง

หนึ่ง คนพาลชอบคิดชั่วเป็นปกติ เรื่องดีมีเป็นร้อย แต่น้อยที่คนพาลจะคิดทำ แต่จะใฝ่คิดในทางไม่ดี เช่น คิดละโมบอยากได้ในทางทุจริต คิดพยาบาทปองร้าย คิดเห็นผิดเป็นชอบ ฯลฯ

สอง ชอบพูดชั่วเป็นปกติ ได้แก่ พูดปด พูดคำหยาบ พูดส่อเสียดยุยง ชอบพูดจาหาเรื่องคนอื่นประจำ

สาม ชอบทำชั่วเป็นปกติ ได้แก่ เกะกะเกเร ทำตัวอันธพาล ชอบทำลายล้างผลาญชีวิตคนอื่น ทำผิดศีลธรรม และกฎหมายบ้านเมืองเป็นอาจิณ

วิธีการสังเกตคนพาลสามารถดูได้จากการกระทำและคำพูด ได้แก่

ชอบชักนำในทางที่ผิด เช่น ชักชวนหนีโรงเรียน ไปลักขโมย ชักชวนไปเสพยา ทำสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งผู้ที่ยังเยาว์วัย อ่อนความคิด อ่อนสติมักถูกชักนำได้ง่าย

ชอบทำในสิ่งที่ไม่ใช่ธุระ เกะกะเกเร หน้าที่ตัวเองไม่พยายามจัดการให้เสร็จ แต่ชอบไปก้าวก่ายหน้าที่คนอื่น

ชอบแต่สิ่งผิดๆ ไม่ดี ชอบถือเอาสิ่งที่ชั่วว่าดี เห็นคนทำถูกเป็นคนโง่ เห็นคนกลัวผิดเป็นคนขี้ขลาด

ไม่ยอมรับรู้ระเบียบวินัยที่สังคมตั้งขึ้นมา

สุดท้าย คือแม้คนอื่นพูดดีๆ ก็โกรธอย่างเช่นเรื่องนี้เลยถูกตำรวจเตือนในเรื่องดีก็โกรธและทำร้ายตำรวจเสียงั้น

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดธรรมะ-จิตใจในรอบ 1 เดือน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์