หลวงพ่อเที่ยง วัดระฆังฯ มีฤทธิ์ทางใจ

  • 23 เมษายน 2560 เวลา 08:05 น.
  • | เปิดอ่าน 8,716
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

หลวงพ่อเที่ยง วัดระฆังฯ มีฤทธิ์ทางใจ

โดย...ราช รามัญ

ได้มีโอกาสรู้จักกับ พระธรรมธีรราชมหามุนี (หลวงพ่อเที่ยง อคฺคธมฺโม ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม ในปัจจุบัน ตั้งแต่สมัยดำรงสมณศักดิ์เป็นพระราชวิสุทธิกวี แต่เรียกท่านด้วยความเคารพว่า หลวงพ่อเที่ยง ท่านเป็นพระที่ทรงภูมิรู้ทางด้านบาลีเป็นเอกอุ และความสามารถในการประพันธ์เป็นยอด เรียกว่าหายใจเป็นบทกลอนก็แล้วกัน เป็นพระภิกษุที่มีปฏิปทางดงาม กราบไหว้กันได้สนิทใจ

ท่านเป็นคน จ.นครราชสีมา บรรพชาตั้งเป็นสามเณรแล้วก็อุปสมบทเป็นพระภิกษุสืบต่อเนื่อง เข้ามากรุงเทพฯ อยู่กับหลวงปู่นาค หลวงปู่หิน เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรม จนกระทั่งสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค

กุฏิของหลวงพ่อ เมื่อปี 2533 เป็นเพียงเรือนไม้ยาวเก่าๆ ทรุดโทรมมากที่ท้ายคณะ 4 วัดระฆังโฆสิตาราม แม้จะเป็นถึงพระราชาคณะแล้วก็ยังอยู่ที่กุฏิหลังนั้น ในห้องของหลวงพ่อไม่มีเตียงตั่งตั้งนอน มีแต่เพียงผ้าปูนอนราบเรียบกับพื้น ไม่มีอะไรที่งามวิจิตรพิสดารเยี่ยงคนทางโลกเลย

ต่อมาด้วยความศรัทธาของศิษย์จึงได้ร่วมกันสร้างกุฏิหลังใหม่ถวายให้ และแม้ว่าได้เป็นเจ้าอาวาสแล้วก็ตามแต่หลวงพ่อก็ยังมีปฏิปทาเหมือนเดิม คือ นอนพื้น และที่สำคัญท่านฉันมังสวิรัติตลอดชีวิต

ในยามบ่ายวันหนึ่งอากาศร้อนพอควร ผมไปกราบท่านที่กุฏิไม้เรือนเดิม คุยปัญหาธรรมต่างๆ นานา หลวงพ่อเล่าไปหัวเราะในลำคอไป แต่เรื่องหนึ่งที่ผมยังจำติดใจมาตลอด ก็เห็นจะเป็นเรื่องของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) อดีตเจ้าอาวาสวัดระฆังฯ ที่คนทั้งบ้านทั้งเมืองรู้จัก

“คืนนั้นนั่งภาวนาที่นี่...ดึกมากแล้วเลยจำวัด พอเอียงกายนอนตะแคงข้างไปได้ไม่นานเท่าไหร่ หลวงปู่โตท่านมาในนิมิตเลย ท่านมาแล้วจูงมือเราเดินเข้าไปในสวน เป็นสวนที่ร่มรื่นมาก ถามท่านว่าจะพาไปไหน ท่านก็ว่าตามมาๆ ในสวนนั้นเป็นสวนหมาก หมากสุกร่วงหล่นเต็มพื้นไปหมดเดินนุ่มเท้าสบาย มาถึงกระท่อมกลางสวน หลวงปู่ท่านว่า ให้นั่งรออยู่ตรงนี้นะ ก็นั่งรอ รออยู่นานสองนานไม่เห็นท่านมาเลย แล้วก็สะดุ้งรู้สึกตัวก็แปลกดี...ทำไมเป็นแบบนี้

แต่อีกทีที่แปลกกว่า...วันหนึ่งขณะที่จำวัดอยู่...ท่านมานั่งที่ตรงเหนือหัวนอน แล้วก็หัวเราะดังลั่น ในฝันหันไปมองว่าเสียงใคร เอ้า...หลวงปู่มาหัวเราะทำไม...

เช้ารีบเดินทางไปนครราชสีมา...พอถึงรังสิตเท่านั้น...อดหัวเราะตามหลวงปู่ไม่ได้ เมื่อคนขับหันมาบอกว่า หลวงพ่อครับล้อหลังรถเรามันแซงล้อหน้าไปแล้วครับ... จึงเข้าใจเลยว่าท่านมาเตือน แต่เราไม่เข้าใจเองว่าท่านมาทำไม

หลวงพ่อเที่ยง...ตั้งแต่เป็นพระหนุ่มเณรน้อย ลงทำวัตรสวดมนต์เช้าเย็นไม่เคยขาด มีระเบียบวินัยเป็นอย่างมาก ที่สำคัญทุกวันหลวงพ่อจะต้องนั่งภาวนาสมาธิไม่เคยขาด มากน้อยตามแต่กำลังของจิตที่ต้องการการเติมเต็ม

สิ่งที่เคยเห็นมากับลูกกะตา...วันหนึ่งนำเอาพระเครื่องไปให้หลวงพ่อท่านเมตตาปลุกเสกเพื่อนำเอาไปออกแจก เพื่อให้กับเพื่อนๆ ที่ร่วมทำบุญ ในขณะที่หลวงพ่อท่านนั่งกรรมฐานภาวนาอธิษฐานจิตอยู่นั้นปรากฏว่าใบหน้าหลวงพ่อมีภาพเชิงซ้อนกลายเป็นใบหน้าของหลวงปู่โต สะกิดให้เพื่อนหันไปดู ปรากฏว่าเพื่อนร้อง เฮ้ย...ด้วยความตกใจ ที่เห็นเหมือนกันกับสายตาของเรา ไม่นานหลวงพ่อค่อยๆ ลืมตาแล้วถามว่า

“ใครร้อง...ร้องทำไม” จากนั้นหลวงพ่อก็ปะพรมน้ำมนต์พร้อมกับท่องพระคาถาชินบัญชร

หลวงพ่อเที่ยง ท่านเป็นพระมหาเถระที่อยู่อย่างสมถะมาก ไม่เป็นผู้สะสม ใครถวายอะไรมาท่านวางกองเอาไว้ แอร์ในกุฏิถวายมาไม่เคยจะเปิดจนมันพังไปเพราะไม่ได้ใช้เลย ทุกวันนี้สาธุชนที่เคารพศรัทธาไปกราบท่านที่คณะ 4 ท่านก็ต้อนรับแบบเป็นกันเอง ไม่มีการปิดกั้น พบยาก จองคิว อะไรทั้งนั้น ท่านเป็นพระเรียบง่ายไม่เคยเปลี่ยน

เคยถามหลวงพ่อว่า เวลานั่งอธิษฐานพระเครื่องตามงานหลวงพ่อนั่งอย่างไร ...ท่านเมตตาบอกว่า

“ก็นั่งสมาธิให้ใจสงบ ท่านอื่นนั่งอย่างไรไม่รู้นะ แต่นั่งให้ใจสงบเราก็มีใจเป็นกุศลแล้ว จากนั้นก็ท่องพระคาถาชินบัญชรให้หนึ่งจบ การท่องคาถานี้จะให้มีอานุภาพ ต้องท่องด้วยหัวใจ ท่องช้าๆ ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องเร่ง ท่องให้ชัดถ้อยชัดคำ การท่องแบบนี้เป็นการฝึกสติของตัวเองไปด้วยในตัว คนเราเมื่อสติที่ดีแล้ว อะไรๆ ก็จะดีตาม”

ในบริเวณกุฏิของหลวงพ่อในปัจจุบันมีระฆังที่หล่อขึ้นมาใหม่มากมาย ถามว่า หล่อเอามาทำอะไรเยอะมากมาย ท่านว่าเอาไว้แจกวัดในต่างจังหวัดที่ทำเรื่องขอมาว่าไม่มีระฆัง นับได้ว่าเป็นการสร้างทานบารมีในรูปแบบของวัตถุเพื่อพระศาสนา

ใครที่มีโอกาสเดินทางไปวัดระฆังฯ ไปกราบท่านกันนะครับ ถือได้ว่าเป็นพระสงฆ์ที่มีวัตรปฏิบัติน่าศรัทธาอีกรูปหนึ่งของแผ่นดินเลยทีเดียว และที่สำคัญอยู่ในเมืองหลวงนี่เอง

หลวงพ่อเที่ยงท่านเมตตาทุกคนเสมอภาค ไม่เลือกใดๆ ทั้งสิ้น แม้ว่าปัจจุบันหลวงพ่อจะมีอายุมากแล้วก็ตาม แต่ยังแข็งแรงมาก ความจำดีเลิศ ไปกราบพระแท้แบบนี้แล้ว เราท่านต่างได้ทั้งบุญกุศลที่อิ่มเอิบเบิกบานอย่างแท้จริงครับ

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดธรรมะ-จิตใจในรอบ 1 เดือน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์