วิเคราะห์บริษัทจดทะเบียน

ธุรกิจสายการบินไม่สดใส

  • 05 พฤษภาคม 2557 เวลา 08:10 น.
  • | เปิดอ่าน 8,752
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

ธุรกิจสายการบินไม่สดใส

โดย...เจียรนัย อุตะมะ

ปัญหาการเมือง ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารที่เดินทางผ่านสนามบินสุวรรณภูมิในช่วงไตรมาสแรก จนถึงไตรมาส 2 ปี 2557 ลดลงเฉลี่ย 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ฉุดกำไรหุ้นสายการบินไตรมาสแรกปีนี้ โดยเฉพาะบริษัท การบินไทย (THAI) ที่ไม่มีความชัดเจนของแผนงานตอบสนองการเมืองและการแข่งขัน

THAI ไม่ได้ประโยชน์จากฤดูท่องเที่ยวในไตรมาสแรก ปี 2557 กดดันปริมาณผู้โดยสารในไตรมาสนี้ให้ลดลงต่ำกว่าระดับคุ้มทุน

ปริมาณผู้โดยสารของ THAI ไตรมาสนี้ลดเหลือเพียง 4.8 ล้านคน ลดลง 9% จากไตรมาส 4 ปี 2556 และ 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่ำที่สุดในรอบ 9 ไตรมาส

ขณะที่รายได้ต่อผู้โดยสารยังคงทรงตัวในระดับต่ำ คาดอยู่ที่ราว 2.76 บาทเพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาส 4 ปี 2556 และ 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

อัตราผู้โดยสารจากจำนวนที่นั่งรวมทั้งหมด (Cabin Factor) ทำได้เพียงระดับ 70% ต่ำกว่าระดับคุ้มทุนที่ 74%และต่ำกว่าอดีตที่ผ่านมาค่อนข้างมาก

THAIไตรมาสแรกขาดทุน

ทำให้ผลประกอบการไตรมาสแรก ปี 2557 มีโอกาสขาดทุนต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี ประเมินเบื้องต้นจะมีผลขาดทุนก่อนอัตราแลกเปลี่ยน 2,300 ล้านบาท จากสมมติฐานรายได้จากการดำเนินงานลดลงทั้งเทียบไตรมาส 4 ปี 2556 และช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 4.8 หมื่นล้านบาท ลดลง 8% จากไตรมาส 4 ปี 2556 และลดลง 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ คาดว่าผลประกอบการปี 2557 ยังคงขาดทุนต่อเนื่องเพราะนอกเหนือจากปัจจัยการเมืองแล้ว การลดลงของปริมาณผู้โดยสารของ THAI ลดลง 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีความรุนแรงกว่าปริมาณผู้โดยสารรวมของการท่าอากาศยานไทย (AOT) บ่งบอกว่า THAI มีแนวโน้มสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดต่อเนื่องในปีนี้ และยังแสดงถึงการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่รุนแรงขึ้น ซึ่งจะกดดันให้ปรับราคาตั๋วขึ้นได้ยาก แม้ Cabin Factor เดือน เม.ย.มีแนวโน้มฟื้นตัวมาอยู่ที่ 72% แต่ก็ยังต่ำกว่าระดับคุ้มทุน

ปีนี้ยังขาดทุน

ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้ที่ THAI อาจขาดทุนต่อเนื่องในไตรมาสที่เหลือของปีนี้ และได้ปรับลดประมาณการผลประกอบการปี 2557 ลงจากเดิมที่คาดจะมีกำไร 1,600 ล้านบาท มาเป็นขาดทุน 7,400 ล้านบาท และปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 ลงจากเดิม 81% เหลือเพียง 1,000 ล้านบาท จากการปรับลดสมมติฐานปริมาณให้บริการ (RPK) และ Cabin Factor ลง

บล.กรุงศรี ได้ปรับลดคำแนะนำลงจาก “เก็งกำไร” เป็น “ขาย” เพราะเชื่อว่าโอกาสฟื้นตัวยังไม่ชัดเจนปริมาณผู้โดยสารของ THAI ต่อ AOT ลดลงจาก 34% ในปี 2552 เหลือเพียง 24% ในปี 2556

ช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ปริมาณผู้โดยสารที่ใช้บริการสนามบินของ AOT เติบโตเฉลี่ยราวปีละ 13% แต่ปริมาณผู้โดยสารของ THAI กลับเติบโตเฉลี่ยเพียงปีละ 4% เป็นผลจากการขยายตัวของสายการบินในภูมิภาค โดยเฉพาะสายการบินต้นทุนต่ำ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากข้อจำกัดของ THAI จากโครงสร้างธุรกิจและนโยบายการดำเนินงานที่วางตำแหน่งตัวเองเป็นสายการบินระหว่างประเทศ

ส่งผลให้การจัดหาเครื่องบิน ระบบจำหน่ายตั๋ว และการปรับเปลี่ยนเส้นทางบินไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ขณะที่โอกาสฟื้นตัวที่ยังไม่ชัดเจนด้วยยังไม่มีกรรมการผู้อำนวยการคนใหม่ และยังมีความไม่ชัดเจนต่อแผนการดำเนินงานเพื่อตอบสนองต่อปัญหาที่คาดเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัว

ด้าน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะประธานคณะกรรมการ บริษัท การบินไทย กล่าวว่า คณะกรรมการได้อนุมัติให้ฝ่ายบริหารบริษัท การบินไทย เปิดรับสมัครบุคคลภายนอกผ่านกระบวนการสรรหา ในตำแหน่งรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการเงินและการบัญชี แทน วสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ ที่ลาออกไปเมื่อวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ จะเปิดสรรหาผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ด้านทรัพยากรบุคคล เพื่อทำหน้าที่คัดเลือกและพัฒนาบุคลากรของบริษัท การบินไทย ให้เป็นมืออาชีพ

ทั้งนี้ รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานวางหลักเกณฑ์และคุณสมบัติก่อนเปิดรับสมัคร พร้อมคัดเลือกรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการเงินและการบัญชีให้แล้วเสร็จก่อนเข้าสู่กระบวนการสรรหา และจะเสนอหลักเกณฑ์ให้กับอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ซึ่งเป็นคณะกรรมการสรรหาด้วย โดยการสรรหาจะแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย.นี้

สำหรับแผนการปรับปรุงยุทธศาสตร์การตลาดในเดือน มิ.ย.นี้ คณะกรรมการจะประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับฝ่ายบริหาร เพื่อปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์พร้อมพลิกฟื้นให้บริษัททำผลกำไรในช่วงไตรมาส 3 และ 4 โดยมุ่งเน้นไปที่กระบวนการที่จะทำให้ไม่ขาดทุน แต่อาจมีกำไรเพียงเล็กน้อย ขณะที่ในปีหน้าคณะกรรมการได้ตั้งเป้าว่าจะมีกำไรประมาณ 4,500 ล้านบาท

NOKกำไรลด

นอกจากนั้น บล.กรุงศรี ยังประมาณการว่า บริษัท สายการบินนกแอร์ (NOK) จะมีกำไรลดลงเช่นเดียวกันจากการปรับลดของราคาตั๋วเฉลี่ยจากการทำโปรโมชั่น เงินบาทที่อ่อนค่าและต้นทุนการดำเนินงานสูงกว่าคาด

ทั้งนี้ ได้ปรับลดประมาณการกำไรปี 2557-2558 ลง 32-34% สะท้อนปัจจัยลบดังกล่าว และให้มูลค่าพื้นฐานใหม่ที่ 20 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ” จากราคาหุ้นถูกและโอกาสเติบโตในระยะยาวจากแผนขยายฝูงบินปี 2557-2558 เพิ่มขึ้นกว่า 57% จากปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าช่วงไตรมาสแรก ปี 2557 ปริมาณให้บริการเพิ่มขึ้นกว่า 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามเครื่องบินใหม่ที่รับมอบในไตรมาส 4 ปี 2556 และตามการเพิ่มเที่ยวบิน แต่ด้วยเศรษฐกิจภายในประเทศที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง และปัจจัยกดดันด้านการเมืองที่ต่อเนื่องมาจากไตรมาส 4 ปี 2556 ทำให้ NOK ไม่ได้ประโยชน์เต็มที่จากปริมาณที่นั่งที่เพิ่มขึ้นโดยคาดว่า Cabin Factor จะลดลงสู่ระดับ 83% เทียบกับ 88% ในช่วงไตรมาสแรก ปี 2556 การทำโปรโมชั่นลดราคาตั๋วเพื่อกระตุ้นตลาดส่งผลกระทบต่ออัตราผลตอบแทนผู้โดยสารให้ลดลง

ขณะที่ต้นทุนการดำเนินงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามการขยายฝูงบินและเงินบาทที่อ่อนค่าลง ส่งผลให้ผลประกอบการ ปี 2557 จะลดลง

บล.กรุงศรี ประมาณการกำไรสุทธิ ไตรมาสแรก ปี 2557 ที่ระดับ 89 ล้านบาท ลดลง 39% จากไตรมาส 4 ปี 2556 และ 78% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากสมมติฐานรายได้รวมที่ 3,000 ล้านบาท ลดลง 1% จากไตรมาส 4 ปี 2556 และเพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และอัตรากำไรขั้นต้นที่ 8.4% ลดลงจาก 11.2% ในไตรมาส 4 ปี 2556 และ 20.1% ในไตรมาสแรก ปี 2556

นอกจากนั้น ยังคาดผลประกอบการจะฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2557 ด้วยปัจจัยฤดูกาลเดินทางในไตรมาส 2 ปี 2557 และไตรมาส 4 ปี 2557 การทยอยรับมอบเครื่องบินใหม่ตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2557 และเพิ่มเที่ยวบินตามฝูงบิน รวมถึงราคาตั๋วเฉลี่ยที่มีแนวโน้มดีขึ้นหลังผ่านช่วงโปรโมชั่น

อย่างไรก็ตาม เพื่อสะท้อนเงินบาทที่อ่อนค่ากว่าสมมติฐานเดิม และต้นทุนการดำเนินงานที่มีแนวโน้มสูงกว่าคาด ได้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 และ 2558 ลง 34% และ 32% จากประมาณการเดิมมาที่ 956 และ 1,169 ล้านบาทตามลำดับ

ผู้บริหารคาดว่า การลงทุนร่วมกับ Scoot (บริษัท|ลูกของสิงคโปร์แอร์ไลน์จัดตั้งบริษัทร่วมทุน NokScoot ดำเนินธุรกิจสายการบินราคาประหยัดที่เริ่มดำเนินงานในเดือน พ.ย. 2557 คาดจะเป็นประโยชน์ในระยะยาวจากการป้อนลูกค้าต่างประเทศให้กับ NOK

แต่ บล.กรุงศรี คาดว่ายังมีผลขาดทุนในช่วงสองปีแรก ซึ่งยังไม่รวมไว้ในประมาณการ ดังนั้น คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาหุ้นถูกและผลประกอบการมีโอกาสเติบโตหลังปี 2557

ทั้งนี้ เชื่อว่าปัจจัยการเมืองจะคลี่คลายลงในช่วงครึ่งหลังปี 2557 และการรับมอบเครื่องบินในตามแผนงานจะสนับสนุนการฟื้นตัวของผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปี

ขณะที่ตลาดสายการบินในประเทศยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น จากการขยายตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคและการเปลี่ยนเป็นสังคมเมือง การที่ NOK มีเส้นทางบินที่ครอบคลุมตลาดภายในประเทศมากที่สุดจึงได้ประโยชน์จากการขยายตัวนี้ ด้วยแผนการรับมอบเครื่องบินใหม่ของ NOK อีกปีละ 6 ลำในปี 2557-2558 จะสนับสนุนการเติบโตของผลประกอบการหลังปี 2557

ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันยังคงถูกเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยสายการบินในภูมิภาค และให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลกว่าปีละ 4-5%

AAVกำไรอ่อนตัว

ด้าน บริษัท เอเชีย เอวิชั่นส์ (AAV) นักวิเคราะห์ในตลาดได้คาดการณ์แนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาสแรก/2557 ว่าจะอ่อนตัวลง เนื่องจากความไม่สงบทางการเมือง แม้ภายใต้สถานการณ์ที่เลวร้าย AAV อาจยังคงประกาศการเติบโตกำไรหลักปี 2557 ที่ 16% เทียบกับการคาดการณ์ที่ 14%

ปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ราคาต่อมูลค่าบัญชี เป็น 0.6 เท่า ณ สิ้นปี 2557 และมูลค่ากิจการต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อม (อีวีต่ออีบิทดา) ที่ 6.8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มสายการบินต้นทุนต่ำในภูมิภาคที่ 1 เท่า และ 7 เท่า ตามลำดับ

การเติบโตของจำนวนผู้โดยสารของ AAV ในไตรมาสแรก/2557 คาดว่าจะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน เนื่องจากความไม่สงบทางการเมืองที่เกิดขึ้น

อัตราการบรรทุกผู้โดยสารของ AAV ในไตรมาสแรกจนถึงปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 78% และรายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วยคาดว่าจะปรับตัวลดลงเนื่องจากการเสนอโปรโมชั่นตั๋วเพื่อกระตุ้นยอดขาย

ดังนั้น บล.บัวหลวง จึงคาดว่ากำไรหลักไตรมาสแรก/2557 ของ AAV จะลดลง แต่สถิติการจราจรทางอากาศจะฟื้นกลับอย่างรวดเร็วเมื่อสถานการณ์กลับสู่ปกติในช่วงปลายเดือน พ.ค.

ผู้บริหารได้ตั้งเป้าหมายทางธุรกิจสำหรับปี 2557 ดังต่อไปนี้ ประการแรก จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 13.3 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ประการที่สอง อัตราการบรรทุกผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 84% (เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 83% ในปี 2556)

ประการที่สาม รายได้ในส่วนของบริการเสริมเพิ่มขึ้นเป็น 368 บาท/คน เพิ่มขึ้น 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ คาดว่าสถิติการจราจรทางอากาศจะฟื้นตัวเมื่อสถานการณ์คลี่คลายภายในครึ่งแรกปีนี้ทำให้เป้าหมายปี 2557 มีโอกาสสำเร็จ เนื่องมาจาก

ประการแรก คือความต้องการในการเดินทางทางอากาศเข้ามาและภายในประเทศไทยยังคงแข็งแกร่ง อ้างอิงจากข้อมูลในอดีตที่แสดงจำนวนผู้โดยสารของ AAV มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีอยู่ที่ 20% ในปี 2552-2556

ประการที่สอง บริษัทยังคงหาโอกาสในการเติบโตจากเส้นทางใหม่ เช่น ทางใต้ของประเทศจีน อินโดนีเซีย และเส้นทางภายในประเทศ

ประการที่สาม การออกผลิตภัณฑ์เสริมและบริการเสริม

อย่างไรก็ตาม คิดว่ารายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วยของ AAV จะลดลง เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงภายในกลุ่มสายการบินต้นทุนต่ำ คาดว่ารายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วยจะลดลง 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในปี 2557

นอกจากนี้ กำไรสุทธิมีแนวโน้มปรับเพิ่มจากการดำเนินงานของไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ ที่จะเริ่มบินในช่วงกลางปี 2557

ผู้บริหารแนะนำว่าแอร์เอเชียเอ็กซ์จะทำให้อัตราการบรรทุกผู้โดยสารของ AAV เพิ่มขึ้น 1% ในปี 2557 โดยภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ กำไรสุทธิปี 2557 จะสูงกว่าการคาดการณ์ในปัจจุบันประมาณ 7%

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดเศรษฐกิจ-หุ้นในรอบ 7 วัน