การบริหารการเงิน

กู้เงินจากประกันชีวิต ดอกเบี้ยนี้ดด...เดียว

  • 11 พฤษภาคม 2560 เวลา 13:24 น.
  • | เปิดอ่าน 4,117
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

กู้เงินจากประกันชีวิต ดอกเบี้ยนี้ดด...เดียว

โดย...วารุณี อินวันนา

วันนี้มีแหล่งให้กู้เงินเยอะแยะมากมาย ขอแค่เป็นพนักงาน มีเงินเดือนประจำ รับรองมีคนมาเสนอเงินกู้ให้ถึงเตียงนอนกันเกือบทุกวัน

ทั้งจากธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงิน ลีสซิ่ง ที่มีการโทรมาเชิญชวนใช้บริการขอสินเชื่อส่วนบุคคล ชวนทำบัตรเครดิต เชิญชวนใช้รถไปแลกเงินสด

แต่เชื่อว่าคุณยังไม่เคยได้รับโทรศัพท์จากบริษัทประกันชีวิตในการชวนให้ขอเงินกู้แน่นอน มีแต่ชวนให้ซื้อประกันเกือบทุกวัน

มาถึงตรงนี้อาจจะมีคำถามว่า กู้เงินจากบริษัทประกันชีวิตได้ด้วยเหรอ?

ได้แน่นอน ในวงการประกันชีวิตเรียกว่า “การกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์” ซึ่งเป็นบริการที่มีมานานร่วม 70 ปีแล้ว แต่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก เพราะเป็นบริการเงินกู้ฉุกเฉินให้เฉพาะลูกค้าของบริษัทเท่านั้น

อัตราดอกเบี้ยเท่าไหร่?

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำมากๆ อยู่ที่ 6-8% ต่อปี หรือ 0.5-0.7% ต่อเดือน ที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ เพราะเป็นการกู้เงินจากเงินของตัวเอง จึงเป็นแหล่งเงินกู้ที่ไม่ควรมองข้าม

ในขณะที่การกู้เงินจากบัตรเครดิตที่ใช้บัตรไปกดเงินสดมาใช้ และอัตราดอกเบี้ยค้างชำระจะต้องจ่ายดอกเบี้ยในอัตราปีละ 20% และถ้าเป็นการขอสินเชื่อส่วนบุคคลจะต้องจ่ายดอกเบี้ยในอัตราปีละ 16-28% ใช้รถไปขอสินเชื่อหรือแลกเงินสดจะต้องจ่ายดอกเบี้ยในอัตราปีละ 6-30% และยังต้องจ่ายเงินกู้ให้หมดภายในไม่เกิน 72 เดือน นำทองไปขอสินเชื่อต้องจ่ายดอกเบี้ยในอัตราปีละ 9.99-11.5%

การขอกู้ง่ายมาก ใช้เอกสารเพียงไม่กี่ชิ้น และบริษัทประกันชีวิตจะใช้เวลาในการพิจารณาอนุมัติเงินกู้เร็วมากตั้งแต่ 30 นาที และช้าสุด 15 วัน ขึ้นอยู่กับระบบการให้บริการของบริษัทประกันชีวิตแต่ละแห่ง

ส่วนการขอรับเงินกู้ สามารถรับเป็นเช็คเงินสด หรือให้โอนเงินกู้เข้าบัญชีได้เลย ด้วยการถ่ายสำเนาบัญชีเงินฝากแล้วนำไปด้วยในวันขอกู้

ใครที่กู้ได้?

คนที่จะกู้เงินตามกรมธรรม์ได้ จะต้องมีกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ หรือแบบที่ให้ความคุ้มครองตลอดชีพก่อน และต้องซื้อประกันมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ปี หรือจนกว่ากรมธรรม์จะมีมูลค่าเงินสดเหลือนั่นแหละ

เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ ควรจะปล่อยให้มูลค่าเงินสดมีมากพอที่จะสามารถนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ได้ เช่น ค่าเทอม หรือ นำไปชำระหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลที่อัตราดอกเบี้ยสูงลิ่ว

กู้ได้เท่าไหร่?

เจ้าของกรมธรรม์เลขที่ K200864440 มีกรมธรรม์สะสมทรัพย์ ชำระเบี้ย 15 ปี คุ้มครอง 22 ปี วงเงินความคุ้มครองชีวิต หรือผลประโยชน์ที่จะได้รับเมื่อครบกำหนดสัญญา 2 แสนบาท โดยได้รับเงินปันผลปีละ 1 หมื่นบาท ซึ่งทางบริษัทจะโอนเงินปันผลเข้าบัญชีเงินฝากที่แจ้งไว้ปีละ 2 ครั้ง ทุกวันที่ 10 เม.ย. และ 10 ต.ค. ครั้งละ 5,000 บาท กรมธรรม์ประกันชีวิตฉบับนี้เริ่มคุ้มครองมาตั้งแต่ปี 2546 วันนี้กรมธรรม์มีอายุ 13 ปีแล้ว

แต่มีความจำเป็นต้องใช้เงินด่วน ได้ตัดสินใจที่จะกู้เงินจากกรมธรรม์ประกันชีวิตของตัวเอง ซึ่งทางบริษัทแจ้งว่ามีนโยบายให้กู้ในวงเงิน 80% ของมูลค่าเงินสดตามกรมธรรม์ โดยสามารถกู้เงินได้จำนวน 1.59 แสนบาท ในอัตราดอกเบี้ย 7% ต่อปี หรือคิดเป็นดอกเบี้ยรายปี 11,130 บาท และยังได้รับความคุ้มครองชีวิต 2 แสนบาทเท่าเดิม

สำหรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ 7% นี้ มาจากการที่บริษัทประกันชีวิตใช้อัตราดอกเบี้ยที่ 5% มาคำนวณเบี้ยประกันภัย ทางบริษัทประกันจะบวกอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทบต้นเพิ่มขึ้นอีก 2% ซึ่งเป็นจำนวนที่ทางภาครัฐบังคับไว้ไม่ให้บวกเกิน 2%

คืนเงินกู้อย่างไร?

ส่วนการชำระเงินกู้คืนนั้น ขึ้นอยู่กับกำลังการจ่ายของผู้กู้ เพราะการกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ไม่ได้กำหนดจำนวนปีการกู้ไว้ แต่จะขึ้นอยู่กับระยะเวลากรมธรรม์ที่มีผลบังคับ ซึ่งกรมธรรม์นี้จะครบกำหนดวันที่ 12 พ.ย. 2568 หากกู้วันนี้ก็มีเวลาในการชำระเงินกู้อีก 8 ปี

ผู้กู้จึงมีอิสระในการเลือกที่จะชำระคืนเงินกู้ จะชำระเป็นรายเดือน ราย 3 เดือน รายปี หรือมีเมื่อไหร่ก็นำไปจ่ายคืนได้ ถ้าจ่ายเงินกู้เป็นรายเดือน อัตราดอกเบี้ยรายปีจำนวน 11,130 บาท ก็จะถูกทอนลงมาเป็นรายเดือน โดยเงินที่นำมาชำระหนี้จะถูกหักดอกเบี้ยก่อน ส่วนที่เหลือจะนำไปตัดเงินต้น แต่บางบริษัทอาจจะนำไปตัดเงินต้นก่อน

กรณีชำระเงินกู้รายปี โดยนำเงินไปชำระคืนเงินกู้ 2 หมื่นบาท จะเป็นอัตราดอกเบี้ย 11,130 บาท เงินที่เหลือ 8,870 บาท จะนำไปลดเงินต้น ทำให้มีสินเชื่อคงค้างเหลือ 150,130 บาท การกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์จะเป็นแบบลดต้น ลดดอก

ระหว่างที่ยังชำระหนี้เงินกู้ไม่หมด เงินปันผลที่เคยได้ปีละ 2 ครั้ง ครั้งละ 5,000 บาท จะไม่ได้รับอีกต่อไป เพราะบริษัทจะนำเงินก้อนนี้ไปชำระหนี้เงินกู้ยืมตามกรมธรรม์อัตโนมัติ

กรมธรรม์ครบกำหนดแต่จ่ายหนี้ไม่หมด?

ถ้ายังชำระหนี้เงินกู้ไม่หมดภายใน 8 ปี แต่กรมธรรม์ประกันชีวิตถึงเวลาครบกำหนดสัญญา บริษัทจะนำเงินกู้คงค้างพร้อมดอกเบี้ยจ่ายไปหักออกจากเงินผลประโยชน์ที่จะได้ตามสัญญา 2 แสนบาทก่อน ส่วนที่เหลือจึงจะคืนให้กับผู้กู้

หากผู้กู้มีหนี้คงค้าง ณ วันที่กรมธรรม์ครบกำหนดสัญญา 1 แสนบาท อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ 7% รวมเงินต้นและดอกเบี้ย 107,000 บาท จะถูกนำไปหักจากผลประโยชน์ 2 แสนบาท จะเหลือเงินที่ผู้กู้จะได้รับ 9.3 หมื่นบาท

ถ้าผู้กู้อยากได้เงินครบกำหนดสัญญาเต็มจำนวน 2 แสนบาท จะต้องรีบชำระหนี้เงินกู้ให้หมดก่อนที่กรมธรรม์จะครบกำหนด

เสียชีวิตระหว่างจ่ายหนี้?

กรณีผู้กู้เสียชีวิตก่อนที่จะชำระหนี้หมด ผลประโยชน์ตามกรมธรรม์จะตกเป็นของผู้รับผลประโยชน์ โดยที่บริษัทประกันชีวิตจะหักหนี้คงค้างก่อน เหลือเท่าไหร่จึงจะจ่ายให้กับผู้รับผลประโยชน์

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ที่สุดเศรษฐกิจ-หุ้นในรอบ 7 วัน