กูรูลงทุน

จะใช้สิทธิภาษีต้องระวังเงื่อนไขภาคประกันบำนาญ

  • 19 ธันวาคม 2556 เวลา 20:33 น.
  • | เปิดอ่าน 4,137
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

จะใช้สิทธิภาษีต้องระวังเงื่อนไขภาคประกันบำนาญ

โดย...สาธิต บวรสันติสุทธิ์ / sathitb@yahoo.com

เมื่อวันศุกร์ช่วง 11.10-12.00 น.ที่ผ่านมา ผมได้ฟังรายการวิทยุช่อง 101 FM มีผู้ฟังถามถึงประกันบำนาญ 100,000 บาท กับ 200,000 บาท ว่าต่างกันอย่างไร ผมฟังดูแล้วเห็นว่าเป็นคำถามที่เป็นประโยชน์ เผื่อคนที่ไม่ได้ฟังในเวลาดังกล่าวจะได้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องครับ

หลายคนคงสงสัย 100,000 บาท กับ 200,000 บาท คืออะไร คืออย่างนี้ครับ กฎหมายกำหนดให้ประกันชีวิตทั่วไปที่เงินที่จ่ายเป็นค่าเบี้ยประกันสามารถเอาไปลดหย่อนภาษีได้ กรมธรรม์ต้องมีอายุ 10 ปีขึ้นไป เงินคืนระหว่างปีไม่เกิน 20% ของเบี้ยที่ชำระระหว่างปีและเป็นของบริษัทประกันชีวิตที่ทำกิจการในประเทศไทย หักได้ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 100,000 บาท

และให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับการประกันชีวิตแบบบำนาญ เป็นการเพิ่มเติมค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตที่มีอยู่แล้วตามปกติ 100,000 บาท เพิ่มขึ้นอีก 200,000 บาท ซึ่งวงเงินที่เพิ่มขึ้นต้องไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมิน แต่เมื่อรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือเงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือเงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน แล้วแต่กรณีหรือเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท ในปีภาษีเดียวกัน

โดยประกันชีวิตแบบบำนาญ ต้องมีลักษณะดังนี้ครับ

(1) เป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญ มีกำหนดเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป (2) ต้องเอาประกันไว้กับผู้รับประกันภัยที่ประกอบกิจการประกันชีวิตในไทย (3) มีการกำหนดการจ่ายผลประโยชน์เป็นรายงวดอย่างสม่ำเสมอ จะจ่ายเท่ากันทุกงวดหรือจ่ายในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นตามระยะเวลาการเอาประกันก็ได้ โดยจะจ่ายตามการทรงชีพที่อาจมีการรับรองจำนวนงวดในการจ่ายที่แน่นอน (4) มีการกำหนดช่วงอายุของการจ่ายผลประโยชน์เมื่อผู้มีเงินได้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป ถึงอายุ 85 ปี หรือกว่านั้น และต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยครบถ้วนแล้ว ก่อนได้รับผลประโยชน์

จะเห็นนะครับว่า ลักษณะของประกันชีวิตแบบบำนาญก็เข้าเงื่อนไขของประกันชีวิตทั่วไปที่ว่าอายุกรมธรรม์ต้องตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปเหมือนกัน จึงทำให้ประกันชีวิตแบบบำนาญเข้าเงื่อนไขที่จะใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 100,000 บาทของประกันชีวิตทั่วไปได้ ดังนั้นสำหรับคนที่ไม่เคยซื้อประกันชีวิตเลย และคิดจะซื้อประกันชีวิตแบบบำนาญอย่างเดียว ก็สามารถนำเงินที่จ่ายชำระค่าเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท โดย 100,000 บาทแรกมาจากการใช้สิทธิลดหย่อนประกันชีวิตทั่วไป อีก 200,000 บาท ใช้สิทธิลดหย่อนของประกันชีวิตแบบบำนาญ

แต่ประกันชีวิตทั่วไปไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนของประกันชีวิตแบบบำนาญได้ เพราะไม่เข้าเงื่อนไขหลักของประกันชีวิตแบบบำนาญอย่างเช่นการจ่ายผลประโยชน์เป็นรายงวด เป็นต้น

เรามาดูตัวอย่างที่ผมนำมาจากเว็บไซต์กรมสรรพากรกันดีกว่านะครับ

ตัวอย่างการคำนวณที่ 1นาย ข. มีเงินได้ปีละ 1,280,000 บาท จ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญปีละ 143,500 บาท จ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 128,000 บาท และจ่ายค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุน RMF จำนวน 121,000 บาท นาย ข. สามารถหักค่าลดหย่อนและยกเว้นภาษีได้ดังนี้ (1) คำนวณยอดการใช้สิทธิหักไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้ แล้วพักไว้ = 1,280,000 x 15% = 192,000 (2) นาย ข. จ่ายเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ 143,500 บาท ให้ไปใช้สิทธิหักประกันชีวิตปกติก่อน (10,000 + 90,000) = 100,000 บาท ส่วนที่เหลือนำไปใช้สิทธิค่าลดหย่อนประกันชีวิตแบบบำนาญ 43,500 บาท (143,500-100,000) (3) นำยอดค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญที่เหลือ 43,500 บาท เทียบกับวงเงินตาม 1.พบว่าไม่เกิน 192,000 บาท (15% ของเงินได้และไม่เกิน 200,000 บาท) (4) นำยอดค่าประกันชีวิตแบบบำนาญที่เหลือ ไปรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุน RMF แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท = 43,500+128,000+121,000 = 292,500 บาท นาย ข. สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญไปหักเป็นเบี้ยประกันชีวิตแบบปกติ 100,000 บาท และหักเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญได้อีก 43,500 บาท

ตัวอย่างการคำนวณที่ 2นาย ง. มีเงินได้ปีละ 1,350,000 บาท จ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบตลอดชีพปีละ 120,000 บาท ค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญปีละ 250,000 บาท จ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 135,000 บาท และจ่ายค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุน RMF จำนวน 100,000 บาท นาย ง. สามารถหักค่าลดหย่อนและยกเว้นภาษีได้ดังนี้ (1) คำนวณยอดการใช้สิทธิหักไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้ แล้วพักไว้ = 1,350,000 x 15% = 202,500 บาท (2) นาย ง. จ่ายเบี้ยประกันชีวิตแบบตลอดชีพ 120,000 บาท ให้นำเบี้ยประกันชีวิตแบบตลอดชีพไปใช้สิทธิหักเบี้ยประกันแบบปกติก่อน 100,000 บาท ส่วนที่เกิน 100,000 บาท (20,000 บาท) ตัดทิ้งเพราะหักเบี้ยประกันชีวิตแบบปกติครบถ้วนแล้ว (3) นำยอดเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญที่จ่ายจริง 250,000 บาท เทียบกับวงเงินตาม 1.พบว่าเกิน 15% (202,500 บาท) และเกิน 200,000 บาท จึงสามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนได้เต็ม 200,000 บาท (4) นำยอดค่าเบี้ยประกันภัยแบบบำนาญที่สามารถหักได้ตาม 3.ไปรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพและเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุน RMF แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท = 200,000+135,000+100,000 = 435,000 บาท พบว่าไม่เกิน นาย ง. สามารถหักเบี้ยประกันชีวิตแบบตลอดชีพได้ 100,000 บาท และหักเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญได้ 200,000 บาท

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดเศรษฐกิจ-หุ้นในรอบ 7 วัน