แนะนำการลงทุน

จัดพอร์ต ต.ค. 60 Prepare for Hawkish

  • 08 ตุลาคม 2560 เวลา 19:26 น.
  • | เปิดอ่าน 1,045
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

จัดพอร์ต ต.ค. 60 Prepare for Hawkish

เข้าสู่ต้นเดือน ต.ค. 2017 ในช่วงที่ผ่านมา เราเริ่มเห็นสัญญาณการใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดมากขึ้นของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

โดย...FINNOMENA

หลัง เจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด แถลงถึงมุมมองที่จะทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้อัตราเงินเฟ้อยังมีความไม่แน่นอน

ในขณะเดียวกันเศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวต่อเนื่องโดยเฉพาะภูมิภาค Asia ex Japan และ Emerging Market ซึ่งสอดคล้องกับมุมมอง The Year of Change ของ INFINITI

สำหรับประเด็นสำคัญของเดือนนี้เริ่มต้นกันด้วยสัญญาณการใช้นโยบายการเงินแบบตึงตัวของเฟด

แม้จะมีการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐที่ 1-1.25% เท่าเดิม แต่มีการเริ่มใช้นโยบายการปรับลดขนาดงบดุลของเฟดในเดือน ต.ค.นี้แล้ว

ทั้งยังเปิดเผยว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ภายในปลายปีนี้ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี เริ่มปรับตัวขึ้น

และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเริ่มกลับมาแข็งค่า กดดันราคาทองคำและหุ้นในกลุ่มตลาดเกิดใหม่และเอเชีย

กลับมาที่ฝั่งประเทศไทย ตัวเลขเศรษฐกิจไทยโดยส่วนใหญ่มีแนวโน้มปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ทำให้ ธปท.และ สศค.มีการปรับคาดการณ์จีดีพีไทยในปีนี้เป็นโต 3.8%

มากไปกว่านั้น ครม.ได้มีมติเห็นชอบผ่านร่าง พ.ร.บ.โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อส่งเสริมการลงทุน

อีกทั้งปัญหาทางการเมืองไทยที่คลี่คลายลง ทำให้เรามองว่าหุ้นไทยยังน่าลงทุนต่อในระยะกลาง

มาดูกันที่ฝั่งเศรษฐกิจ สหรัฐยังคงฟื้นตัว พร้อมดัชนีหุ้นที่ทำจุดสูงสุดใหม่ เนื่องจากทรัมป์ได้ประกาศแผนการปฏิรูปนโยบายทางภาษี เช่น การปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงเหลือ 20% จาก 35%

อย่างไรก็ตาม เรายังคงหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นสหรัฐ เนื่องจาก Valuation ที่แพงเมื่อเทียบกับการเติบโตและมีความเสี่ยงจากปัจจัยการเมืองภายในทำเนียบขาว รวมถึงข้อพิพาทกับเกาหลีเหนือ

ด้านตัวเลขเศรษฐกิจจีนโดยภาพรวมยังเติบโตได้ดี แม้จะมีข่าวการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาว โดย S&P Global Ratings จากระดับ AA- สู่ระดับ A+

เรายังมีมุมมองเชิงบวก เนื่องจากเริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกจากรัฐบาลจีนในการเพิ่มเสถียรภาพในระบบเศรษฐกิจผ่านการปฏิรูปด้านการเงิน

นอกจากนี้ระดับ Corporate Debt to GDP ของจีนก็เริ่มมีการปรับลดลงในไตรมาส 2 ปี 2017 นี้อีกด้วย ทำให้เรายังคงน้ำหนักการลงทุนในหุ้นจีนต่อเนื่องจากโมเมนตัมการเติบโตที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน

แนะนำให้จับตาการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่น่าจะมีการแถลงนโยบายประเทศที่สำคัญ

ในส่วนของอินเดีย ตลาดหุ้นเริ่มมีการปรับฐานหลังจากปรับตัวขึ้นมาเยอะและมี Valuation ที่แพง

ขณะที่หุ้นญี่ปุ่นเริ่มมีการฟื้นตัวจากค่าเงินเยนที่อ่อนค่า ตัวเลขเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวได้ดีและข่าวการประกาศยุบสภาของนายกฯ อาเบะ แต่ยังมีความเสี่ยงด้านค่าเงินจากข่าวเกาหลีเหนือที่อาจเข้ามากดดันได้ทุกเมื่อ

เรายังคงแนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนทั้งสองตลาดจากความเสี่ยงที่ได้กล่าวไปข้างต้น

ในเดือนนี้เราแนะนำให้เริ่มกลับมาลงทุนในหุ้นยุโรป เนื่องจากเศรษฐกิจอยู่ในช่วงฟื้นตัวได้ดี Valuation ยังน่าสนใจ และตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นทะลุภาพขาลง ตั้งแต่เดือน พ.ค.ขึ้นมาเป็นแนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่ได้สำเร็จ

รวมทั้งพรรคของนายกฯ เยอรมนียังคงครองเสียงข้างมากจากผลการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ทำให้ความเสี่ยงทางการเมืองเริ่มลดลง

ด้านทองคำกลับมาปรับตัวลงต่ำกว่า 1,300 ดอลลาร์อีกครั้ง พร้อมค่าเงินดอลลาร์แข็งค่ากดดัน โดยเรายังเห็นความเสี่ยงจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ของคาบสมุทรเกาหลี การดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางต่างๆ  และเสถียรภาพในรัฐบาลสหรัฐ

เราจึงยังแนะนำลงทุนในทองคำ 10% เพื่อการกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ต

ในเดือน ก.ย.นี้ เรามองเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นของตลาดหุ้นยุโรป จึงได้แนะนำให้ขายทำกำไรหุ้นไทยส่วนหนึ่งเพื่อเข้าลงทุนในหุ้นยุโรป

เรายังคงเชื่อว่าปี 2017 น่าจะยังเป็นปีที่ดีต่อพอร์ตการลงทุน Global Absolute Return

หากท่านสนใจรับคำ แนะนำลงทุน NTER GAR สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิได้ที่ http://bit.ly/posttoday-nter เพื่อรับบริการพิเศษจาก FINNOMENA ได้นะครับ

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดเศรษฐกิจ-หุ้นในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์
switch