บทวิจัยเศรษฐกิจ

ผลวิจัยพบหุ้นเปลี่ยนมือสูงเหตุบริษัทมีแนวโน้มดี

  • 25 กันยายน 2557 เวลา 10:50 น.
  • | เปิดอ่าน 6,028
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

ผลวิจัยพบหุ้นเปลี่ยนมือสูงเหตุบริษัทมีแนวโน้มดี

ก.ล.ต.ร่วมกับ มก. เผยผลวิจัยพบหุ้นที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนมือสูง มีตัวแปรสะท้อนพัฒนาการทางการเงินที่ดีอย่างมีนัยสำคัญ

นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ก.ล.ต. ร่วมกับทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำเสนอผลงานวิจัยภายใต้หัวข้อ “สำรวจสุขภาพบริษัทจดทะเบียน” โดย 3 ผลการศึกษาพบว่า แบบจำลองที่พัฒนาขึ้นอาจใช้อ้างอิงสำหรับการพยากรณ์สถานะของบริษัทจดทะเบียนและให้ผลในทิศทางเดียวกับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของทริสเรตติ้ง โดยผลการศึกษาปรากฏว่าหลักทรัพย์ในกลุ่มที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนมือสูง มีตัวแปรบางตัวที่สะท้อนถึงพัฒนาการทางการเงินที่ดีอย่างมีนัยสำคัญ ชี้ให้เห็นถึงโอกาสและแนวทางการปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียนขณะที่ผู้ลงทุนควรอาศัยหลายปัจจัยในการพิจารณาเลือกลงทุนบริษัทจดทะเบียน ส่วนผลการศึกษาเรื่องการซื้อหุ้นโดยผู้ใกล้ชิดกับข้อมูลภายในและจำนวนกรรมการบริษัท สามารถบอกทิศทางการจัดการกำไรของบริษัทได้ชัดในบริษัทกลุ่มธุรกิจการเงิน

นายณัฐวุฒิ คูวัฒนเธียรชัย ผู้วิจัยจาก คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การศึกษาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างอันดับความน่าเชื่อถือกับโอกาสประสบความตกต่ำทางการเงินของบริษัทจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นการหาแบบจำลองที่เหมาะสม เพื่อใช้พยากรณ์โอกาสที่บริษัทจะประสบปัญหาทางการเงิน โดยใช้ข้อมูลและเทคนิคที่ไม่ซับซ้อน สามารถนำผลการพยากรณ์จากแบบจำลองมาจัดอันดับความน่าเชื่อถือ แล้วเปรียบเทียบกับอันดับความน่าเชื่อถือของสถาบันจัดอันดับ ผลปรากฏว่าแบบจำลอง MDA ที่พัฒนาขึ้น สามารถพยากรณ์สถานะของบริษัทจดทะเบียนได้ดีกว่าแบบจำลองมาตรฐานของ Altman รวมถึงสามารถพยากรณ์โอกาสประสบประสบปัญหาทางการเงินได้โดยเป็นไปในทิศทางเดียวกับการจัดอันดับ ความน่าเชื่อถือของทริสเรตติ้งนายภัทรกิตติ์ เนตินิยม ผู้วิจัยจาก คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า เมื่อศึกษาความเปลี่ยนแปลงของตัวแปรทั้ง 9 ตัว ประกอบด้วย อัตราการเปลี่ยนแปลงของกําไรขั้นต้น หนี้สิน รายได้รวม กระแสเงินสด ราคาหุ้น กําไรต่อหุ้น ปริมาณกระแสเงินสด ปริมาณกําไรต่อหุ้น และจํานวนครั้งการติด Turnover list แล้วนำมาทดสอบกับกลุ่มหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนมือสูงพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีพัฒนาการทางการเงินที่ดี เช่น การขยายตัวของสินทรัพย์ ความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน หรือ ความสามารถในการทำกำไร ดังนั้น ในอนาคตหากมีการปรับปรุงเกณฑ์การควบคุมการซื้อหลักทรัพย์ อาจเพิ่มตัวแปรที่สะท้อนพัฒนาการทางการเงินเข้ามาเพื่อให้สะท้อนผลตอบแทนที่เหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานของหลักทรัพย์นั้น

นางสุนทรี เหล่าพัดจัน ผู้วิจัยจาก คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ผลการศึกษาระบุ การซื้อหุ้นโดยผู้ที่ใกล้ชิดกับข้อมูลภายในบริษัท สำหรับกรณีของบริษัทในกลุ่มธุรกิจการเงิน สามารถบอกทิศทางการจัดการกำไรของบริษัทจดทะเบียนได้ ขณะที่ข้อมูลด้านบรรษัทภิบาลที่มีความสำคัญ คือจำนวนกรรมการ

ทั้งนี้ งานวิจัยดังกล่าวเป็นการดำเนินงานตามบันทึกความร่วมมือระหว่าง ก.ล.ต. กับสถาบันอุดมศึกษา ชั้นนำ 4 แห่ง ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัย แลกเปลี่ยนความเห็นระหว่างภาควิชาการกับผู้บริหารในตลาดทุน และนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาตลาดทุน

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!