สัมภาษณ์คนดัง

เจนนิเฟอร์ คิ้ม 'ถูกต้อง...ฉันอาภัพรัก'

  • 12 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 09:49 น.
  • | เปิดอ่าน 96,870
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

เจนนิเฟอร์ คิ้ม 'ถูกต้อง...ฉันอาภัพรัก'

โดย...ปอย ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

“...ชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ ไม่เหมาะ และไม่สำคัญสำหรับดิฉันเลยค่ะ มีความสำคัญแค่แต่งให้คนอื่นดูเท่านั้นเอง” เจนนิเฟอร์ คิ้ม นักร้องดีวาส์ ผู้หญิงตาเล็กๆ หน้ากลมๆ บอกพร้อมเสียงหัวเราะเป็นอาวุธคู่กาย

โอกาสสวมชุดแต่งงานสีขาวเกิดขึ้นหลายครั้งหลายหนในโลกมายา ล่าสุดประกบเพื่อนสุดซี้ “เบน ชลาทิศ” กับบทผัวเมียที่ต้องสลับร่างกัน ในซิตคอมครอบครัวตัวสลับ ทรูโฟร์ยู (True4U) ดิจิทัลฟรีทีวีช่อง 24  เรียกว่าเรื่องนี้ขออัญเชิญตัวพ่อ ตัวแม่วางไมค์ มาโชว์ศักยภาพทางการแสดง แต่ก็ถือเป็นฤกษ์อันดีที่จะได้พูดคุยกันในเรื่องราวความรักเมื่อเทศกาลวาเลนไทน์เวียนมาบรรจบอีกครั้ง สำหรับคำตอบนักร้องดีวาส์ เจนนิเฟอร์ คิ้ม หรือพี่คิ้ม ก็บอกตามสไตล์

 “วัยใกล้จะเมนส์หมดแล้วไม่สามารถใช้มดลูกในการสืบทอดสายพันธุ์ได้อีก การใส่ชุดแต่งงานแบบนี้มันเป็นแค่เสมือน แต่ไม่จริง คือล้ำยิ่งกว่าเสมือนจริงอีกค่ะ” คิ้ม เริ่มต้นสนทนา การพูดคุยกันในวันนี้ นิยามสำหรับเธอต้องใช้คำว่า "Black Valentine" ความรักขมขื่นผ่านมาหมดแล้วทั้งโดนทำร้ายร่างกายโดยผู้ชายที่หวังฝากฝังชีวิต หย่าร้าง ผ่านความผิดหวังถึงขั้นทำร้ายตัวเองกินยานอนหลับประชดชีวิต และในวันนี้ความรักคือการเปย์ ฟังดูน่าตกใจ แต่เมื่อออกมาจากปากเธอคนนี้กลับได้หัวเราะกันท้องคัดท้องแข็ง เริ่มต้นมหากาพย์แรกกันเลย

รักแท้ที่หาไม่เจอ

“ทุกครั้งที่ชีวิตผ่านจุดยากๆ  มา ก็จะคิดว่าหนี้ตรงนี้ใช้หมดแล้ว ชาตินี้ฉันเสียหมดหน้าตัก ชาติหน้าอย่ามาทวงนะ เวลาเราไปเจอผู้ชายไม่ดี แล้วเลิกกันไป เราถือว่าเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ กลายเป็นต้นกล้าที่เกิดใหม่และแข็งแรงกว่าเดิม หลายคนอาจมองว่าเราน่าสงสาร ที่ไม่มีใครรักจริง แต่เรามองว่าฉันรักตัวเองพอแล้ว”

เจนนิเฟอร์ คิ้ม เล่าย้อนไปในวัย 27 ปี เคยเจอฝรั่งซ้อมจนหน้าน่วมถึงขั้นต้องขึ้นโรงพักแจ้งความ ชีวิตคู่บทแรกแทบไม่ใช่ความรัก แต่เป็นการกระโดดลงไปในวังวนแห่งความหวังที่ต้องการชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบ

“อยากมีครอบครัวอบอุ่น อยากไปใช้ชีวิตอยู่เมืองนอก พอรู้จักผู้ชายคนนี้ก็ไม่คิดอะไรเลยค่ะ แล้วตอนนั้นอาชีพนักร้องก็ไม่โด่งดัง โดนปฏิเสธงานตลอด ถ้าเขาเจอนักร้องที่สวยที่เด็กกว่าเรา ก็ขมขื่นเบื่อไม่อยากร้องเพลงแล้ว จึงตัดสินใจใช้ชีวิตคู่กับฝรั่ง เพราะจะไปอยู่เมืองนอกมีลูกน่ารัก เปิดร้านอาหารดิฉันทำกับข้าวเก่งก็ฝันไป กระโจนเข้าใส่ไม่รู้น้ำลึกแค่ไหน น้ำเน่าหรือเปล่า ไม่สนใจ คิดแต่อนาคตสวยๆ แต่ไม่ทันได้ไปลายก็ออก ดิฉันอยากแนะนำผู้หญิงด้วยกันค่ะ ว่าถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้อย่าทน อย่าคิดว่ามันจะเลิกทุบตีเรา ถ้ามีครั้งแรกก็มีครั้งที่สองแน่นอน

สัญญาณแรกของผู้ชายแบบนี้ คือขี้หึงม-า-ก ความรักต้องเกิดจากความไว้เนื้อเชื่อใจกันและกัน ดูให้ดีๆ แต่ถ้าเจอก็ช่างมัน เจอแบบนี้ต้องเลิก แล้วคนแบบนี้มันเป็นโรคจิต มันจะตามติด รังควานเรา แต่เราก็ต้องหนีค่ะ อย่าอยู่เฉยๆ ให้คนรอบข้างยื่นมือมาช่วยเราเพื่อให้พ้นวังวนนี้ อย่าท้า อย่ารอ กรณีดิฉันเอาตัวเองออกจากสถานการณ์นี้โดยใช้เพื่อนที่มีบารมีมีอำนาจบีบมัน ข่มขู่ให้มันรู้สึกกลัวขึ้นมาบ้าง แล้วมันก็ได้ผลค่ะ ในที่สุดดิฉันก็พ้นจากสถานการณ์นี้ได้

ซิตคอมครอบครัวตัวสลับ

บทเรียนก็กลับมาคิดว่า มันคงเป็นกรรมที่เราต้องชดใช้ แต่เราไม่สงสารตัวเองนะ สงสารผู้ชายคนนั้นมากกว่า เพราะการที่ผู้ชายลุกขึ้นมาตีผู้หญิง เป็นการแสดงความอ่อนแอมากกว่า อย่าซ้ำเติมตัวเองในวันที่เราแย่ๆ เราดูโง่ๆ ในวันก่อน ให้คิดว่าสิ่งเหล่านั้นเองที่ทำให้เราเป็นคนแบบนี้ในวันนี้ค่ะ”

เจนนิเฟอร์ คิ้ม บอกถึงนิยามความรัก ณ ปัจจุบัน ความรักคือการให้ โดยเฉพาะการให้อภัย  คือรักใครให้สุด รักในสิ่งที่เขาเป็น อย่าก้ำกึ่ง รักกันให้สุดๆ ไปเลย  

“อย่างเช่นคำว่าเปย์ แม้การให้ในรูปแบบการเปย์ของดิฉันในวันนี้ก็เชื่อว่าดิฉันได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขาแล้ว และในวัยเลยหลักสี่สู่เลขห้า ผู้หญิงวัยนี้คาดหวังกับอะไรไม่ได้ แค่อยู่ได้ไปวันๆ แต่ละวันก็โอเคแล้วค่ะ ไม่คิดร่วมหัวจมท้ายกับใครอีกแล้ว ไม่ยึดติด หมกมุ่นกับใคร ก็ไม่มีการคาดหวังกับใครอะไรอีกแล้ว 

ขอขยายความคำว่าการเปย์อีกสักนิด คิ้ม อธิบายอย่างชัดเจนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อราวสิบปีที่แล้ว ไม่ใช่การเปย์ด้วยเงินทองหรือข้าวของราคาแพง แต่เป็นการเปย์ด้วย 'ปูทะเลนึ่งคุณภาพเกรดเอพลัส ตัวใหญ่ เนื้อแน่น' ของดีที่สุดสำหรับผู้ชายที่ชื่นชมหมายปอง

นิยามความรักคือการให้ครั้งนี้ เมื่อเกือบสิบปีก่อน ดิฉันชอบปรนเปรอคนที่คลั่งไคล้ด้วยของกิน การกินเป็นยิ่งกว่าเซ็กซ์ตรงที่มันแบ่งปันได้ไม่จำกัด แค่สำเร็จเสร็จสิ้นด้วยคนสองคน และไม่จำเป็นต้องเราฟินพร้อมกัน เขากินแล้วอร่อยเราก็ฟินไปด้วยดีใจแล้ว ถ้าดิฉันชอบใครมากๆ ดิฉันสั่งให้ที่บ้านทำให้กินเลย ปูไข่เนื้อแน่นมันปูสีเขียวๆ เหมือนขี้เถ้า กระดองปูอ่อนๆ กัดนิดเดียวก็แตกดึงออกมาเนื้อแน่นติดกรรเชียงเป็นเส้นๆ คนเราต้องรู้ธรรมชาติของตัวเองค่ะ หลงใหลใครก็เป็นพัก เกิดปีแพะธาตุไฟ หลงใหลได้ปลื้มใครก็ชอบขวิด ชอบบุกเป็นระยะๆ ตอนนี้ก็เลิกส่งปูไปแล้ว แต่ทุกครั้งที่เห็นปูทะเลก็จะนึกถึงหน้าเขาคนนี้ทุกครั้งเลยค่ะ” คิ้ม บอกสเปกชอบผู้ชายเก่งซึ่งกลายเป็นแพสชั่นหรือความลุ่มหลงให้ทำสิ่งเหล่านี้สุดตัว

“แต่อย่างไรเราก็ต้องสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเล่นเกมไหน ถ้าเล่นอยู่ฝ่ายเดียวแล้วไม่ได้อะไรกลับมา ไม่มีใครทนเล่นต่อไปหรอกค่ะ ในฝันผู้หญิงก็อยากให้ใครสักคนมารักมาเข้าใจ แต่ถ้าไม่มีก็องุ่นเปรี้ยวไปเลยค่ะ เราปล่อยวางโสดได้”

ผู้หญิง(อย่า)ชอบครอบครอง

ไม่มีใครทำเราเจ็บหรอกนอกจากตัวเราเอง ลองเบี่ยงความสนใจมาที่ตัวเราเองบ้าง

หลายคนไม่เคยรู้ เจนนิเฟอร์ คิ้ม เคยจดทะเบียนสมรสเมื่ออายุปลาย 20 มหากาพย์ความรักบทที่สองเริ่มต้นอีกครั้ง นับเป็นวัยเริ่มต้นสร้างชีวิตครอบครัวแสนเพอร์เฟกต์ที่สุด

“ข้อแรกเป็นลูกเศรษฐีค่ะ ดิฉันก็เลยยอมจดทะเบียนด้วย กับอีกข้อคือเอาชนะแม่ของเขาที่หวงลูกชายและตั้งตัวเป็นอริกับดิฉันที่สุด พยายามกีดกันไม่ให้ลูกได้กับดิฉัน ส่งลูกไปเรียนอังกฤษ ไม่รู้อะไรมาบังตา เอาซี้...ไปอยู่เมืองนอกแต่เราก็มีทะเบียนสมรสนะ ไปจดกันที่เขตบางรักด้วยค่ะ เขาเป็นคนโรแมนติกมาก แล้วก็เข้าข่ายลูกชายคนมีสตางค์ที่นิสัยเสียทุกอย่าง หนักไม่เอาเบาไม่สู้ ติดเที่ยว ติดเพื่อน และติดหญิง เจ้าชู้  ถามว่าคุ้มไหม ไม่คุ้มเลยกับการจดทะเบียน มีแต่เสียไปเยอะแยะ เพราะถึงเวลามันแสบ ผู้ชายมันจะเกเรทุกอย่าง อะไรที่เราคิดว่าจะได้ก็ไม่ได้ ชีวิตคู่การลงทุนด้วยกันก็นุงนังเรื่องเงินทอง ปวดหัวมาก ตอนนั้นดิฉันไม่อยากได้อะไรจากเขาแล้ว ขอแค่ใบหย่า

แล้วผู้ชายนิสัยเสียมักไม่ยอมรับผิดไม่พอนะคะ มันยังหันกลับมาโทษเราอีก นี่เรื่องจริงเลยนะ พอเกิดเรื่องปุ๊บมันจะพูดเลยว่า นี่ไง เพราะนิสัยเธอนี่แหละถึงเป็นแบบนี้

ผู้ชายทุกคนของดิฉัน เขาบอกเลย 'คุณคือผู้หญิงที่ขี้เหร่ที่สุดของผม' เพราะแต่ละคนเป็นเศรษฐี บางคนไม่หล่อเลยนะ แต่คารมดี เวลาเราเลิกกับคนพวกนี้จะรู้จักสันดานผู้ชายไปอีกสเต็ป พวกเจ้าชู้เวลาอยากทิ้งเราเพราะไปมีคนอื่น เราพูดอะไรนิดๆ หน่อยๆ ก็ผิดแล้ว หงุดหงิดใส่เราตลอดเวลา หรือไม่บางวันก็ดีดี๊ มารู้ทีหลังมันเพิ่งไปทำความผิดอะไรสักอย่างมา พวกนักดนตรีรุ่นน้องๆ ดิฉันนี่ต้องบอกชู้เป็นหมา (หัวเราะ) ใช้คำนี้เลยค่ะ คลำไม่มีหางก็เอาได้แล้วนะ แล้วผู้หญิงของคนพวกนี้ก็อยู่ในระดับจิกขั้นสูง โทรศัพท์เช็กผู้ชายตลอดเวลา อยู่ที่ไหน? ทำอะไร? ผู้ชายบอกกินสุกี้อยู่กับพี่คิ้ม แล้วขอเวลาดื่มนิดหน่อย แต่พวกเธอก็รู้จักดิฉันไงคะ ก็ได้ยินเสียงโต้ตอบกลับมา พี่คิ้มดื่มด้วยหรือ? อ้าว...ยุ่งกับดิฉันไม่พอ บอกกินสุกี้ เสียงแว้ดกลับมาอีก สุกี้มันเป็นใคร? นางคนนี้หึงแม้กระทั่งสุกี้

คือได้ยินแล้วก็อ่อนใจ (หัวเราะ) จะบอกว่าผู้ชายพวกนี้มันแอดวานซ์มาก มันเหนื่อยเกินไปนะถ้าใครจะตามใครแบบนี้ เพราะเดี๋ยวนี้เทคโนโลยีถึงขั้นมีแชตไลน์ลับไม่พอนะคะ พวกนี้มันเซฟชื่อกิ๊กเป็นผู้ชายแล้ว แบบแฟนๆ ไอ้พวกนักดนตรีพวกนี้ก็มาเล่ามาฟ้องดิฉันว่ามีสายโทรเข้าตี 3 แฟนนางก็ยื่นโทรศัพท์ให้ดูนี่ไง ไอ้ประวิทย์ แก๊งเล่นรถมันโทรมา แต่ไอ้เพื่อนที่ไหนใครมันจะโทรมาตี 2 ตี 3 ดิฉันก็ผ่านซีนนี้มาก่อน ก็คิดว่าผู้ชายที่เราไปเปลี่ยนเขาไม่ได้ เราเปลี่ยนตัวเองง่ายกว่าค่ะ” คิ้ม เล่าอดีตกาลของความรักที่วันนี้คนเล่าไปหัวเราะไปได้แล้ว 

บทสุดท้ายของความรัก?!!

รู้สึกยังไงที่ถูกมองว่าอาภัพรัก? คิ้ม ไม่ขอปฏิเสธเรื่องนี้เลย “ดิฉันดึงดูดกับผู้ชายเจ้าชู้นะ เจอกันตลอดไม่รู้ทำไม คนที่ดิฉันประชดโดยกินยานอนหลับก็เป็นเพราะเขามีผู้หญิงเยอะแยะ เราก็ผิดพลาดไปอยู่ ณ จุดนั้นด้วย ตอนนั้นอายุสามสิบกว่าๆ แล้วค่ะ คิดว่ารักแท้มีจริง (หัวเราะเสียงดัง) ก็ยอมเป็นหนึ่งในผู้หญิงของเขา แล้วเขาก็รับผิดชอบเลี้ยงดูผู้หญิงทุกคนดี เป็นเสี่ยขับปอร์เช่ เป็นนักธุรกิจที่เก่ง ดิฉันชอบผู้ชายเก่งอยู่แล้ว ก็มาเฝ้าเราร้องเพลง คือผู้ชายที่เข้ามาก็อยู่ในแวดวงการงานตรงนี้แหละ ไม่เคยได้ใครไปไกลกว่านี้ ซึ่งก็รู้ๆ อยู่ว่าคนพวกนี้เจ้าชู้ม-า-ก

เราเองก็เกิดมาในครอบครัวจีนที่พ่อมีเมีย 3 คน เราเป็นลูกเมียน้อย แต่ไม่เคยได้อะไรน้อยกว่าลูกคนอื่นๆ เพียงแต่รู้สึกว่าต้องแบ่งๆ กันแค่นั้นเอง แม่แต่ละคนมีลูก 4 คน รวมกัน 12 คน เลี้ยงลูกเยอะป๊าเปิดบ่อนไพ่นกกระจอกเลี้ยงลูก ดิฉันก็ติดนิสัยกล้าได้เสียแบบนั้นมา นิสัยไม่เคยนุ่มนิ่มเป็นผู้หญิง แต่พอเขาไม่หยุดที่เราแถมยังหายไปเฉยๆ เลยในระยะเวลา 3 เดือนเองนะคะที่คบหากัน เราก็ผิดหวังสิ่งที่เราอยากได้ ไม่ได้ กลายเป็นชีวิตคู่ที่มีความโดดเดี่ยว ชีวิตคิดว่ามันสิ้นสุดแล้วแค่นั้น เพราะเราไม่เคยเห็นคุณค่าตัวเอง เพ่งเห็นแต่คุณค่าผู้ชายเท่านั้น ถ้าใครคิดแบบนี้ก็ไม่มีทางที่ผู้ชายเขาจะเห็นคุณค่าของเรา

ในที่สุดเขาก็ไปมีคนใหม่อีก โมเมนต์นั้นมืดมนอยู่คนเดียว อยากประชดกินยานอนหลับไป 10 กว่าเม็ด อารมณ์ประชดประชันล้วนๆ ไม่ได้อยากถึงตายนะคะ เพราะเตรียมเก็บกระเป๋าไปโรงพยาบาลไว้หมดแล้ว โทรหาเพื่อนๆ ทุกคน ที่เป็นหมอแจ๊ค สุขารมณ์ โก้ แซกแมน มาหมด รวมทั้งผู้ชายคนนั้นด้วย ยืนทำหน้าตกใจข้างๆ เตียงโรงพยาบาล 

แต่ทุกคนไม่ใช่ว่าโชคดี ดิฉันโชคดีที่รอด ดิฉันอยากบอกว่าชีวิตคู่เป็นเรื่องวาสนาบุญกรรมจริงๆ ถ้าไม่มีบุญก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ อย่ายึดมั่นถือมั่นอยากรั้งเขาคืนมา

กว่าจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ก็ผ่านความผิดหวังสาหัสกินยาฆ่าตัวตายในครั้งนั้นมาแล้ว ชีวิตรอดมาจนอายุ 37 ปี จึงจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร โง่มาก (หัวเราะ) ดิฉันเกลียดผู้ชายที่ชอบดูถูกคน ดิฉันไม่เคยดูถูกใครนะคะ แต่จะดูถูกเฉพาะคนที่ดูถูกเราก่อน ก็ต้องเจอตอกกลับไปบ้าง เพิ่งพูดเป็นว่าคนเราต้องผ่านความโง่มาจึงจะฉลาด แล้วดิฉันจะเล่าให้ฟัง แฟนคนนี้เคยเอารูปแฟนเก่าของเขาให้ดู บอกว่าแต่ก่อนไม่สวยอย่างนี้นะ ทำไมตอนนี้มาก?!! ดิฉันได้ทีตอกกลับอ้าว! …ก็เลิกกับคุณไงคะ ฉลาดขึ้นก็ดูสวยขึ้นเลยค่ะ” คิ้ม พูดเสียงดังแล้วหัวเราะชอบใจเสียงดังๆ ไม่แพ้กันแล้วสำทับต่อไปว่า

"ผู้ชายเลิกกับเรา ดิฉันเปรียบเหมือนเบียร์เลิกผลิตไปแล้ว แต่อย่าคิดว่ามีคนเดียว ขวดเดียว อย่าคิดว่าชีวิตสิ้นสุดแค่นั้น วันนี้มีเบียร์อิมพอร์ตเยอะแยะให้เลือกเลยค่ะ”

นิยามเซ็กซ์และความรัก

“ยังเข็ดเมื่อสิบปีที่แล้วมันรู้สึกด่าตัวเอง อีแก่ ควาย โง่ เคยลองคบคนอายุน้อยกว่า ที่สุดแล้วเขาก็ต้องมีแฟนอายุเท่าๆ กันซ่อนไว้ ดิฉันคบกัน 3 เดือน พอรู้ก็เลิก  

ความรักสายเปย์ (หัวเราะ) เปย์อะไรไม่รู้ ซื้อไปเรื่อยๆ ก็หมดไปล้านกว่าบาท ดิฉันก็ไม่ได้ซื้อของมีค่าราคาแพง นาฬิกา เครื่องประดับ หรือกระเป๋าแบรนด์เนมอะไรแบบนี้ไม่ซื้อค่ะ เพราะทั้งดิฉันและเขาก็ไม่ได้มีรสนิยมใช้ของแบรนด์ราคาแพงๆ อะไรแบบนี้ แต่จะเน้นซื้อของใช้ได้ดีๆ คุ้มค่าจริงๆ แล้วใช้ได้ยาวนาน เช่น สูทคัตติ้งเนี้ยบตัวละเป็นหมื่น รองเท้าหนังคุณภาพดีใส่แล้วดูดีมีชาติตระกูลขึ้นมาทันที ใส่แล้ว(ดูดี)ให้ฉันดูนี่แหละ ไม่ต้องใส่ให้ใครดู แล้วพอเลิกรากันไปดิฉันก็ไม่เคยฟูมฟายว่าเสียเงินไปซื้อของให้ผู้ชาย สนุกจะตายค่ะ มีเงินก็ได้ใช้ ช็อปปิ้งกันสนุกสนาน เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของการเปย์ ดิฉันก็ถูกเหน็บกัดจากเพื่อนตุ๊ดกะเทย ว่าไม่ได้เปย์เต็มรูปแบบ แต่เป็น co-sponsor จ่ายร่วมกับรายใหญ่ที่อาจจ่ายมากกว่าเรา หรือเรียกจิกกัดอีกทีคือเป็น ‘พระโคสปอนเซอร์’ เป็นกลุ่มวัวๆ ควายๆ ไปแบบนั้นเลย (คนพูดหน้าตาเฉย แต่คนฟังหัวเราะน้ำตาไหลท้องแข็งตายไปแล้ว 555+) 

เราต้องเข้าใจกฎ กติกา มารยาทในการเล่นเกมนี้ ผู้ชายในเกมนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากปลาคาร์ป เวลาเราโยนขนมปังลงไปก็จะว่ายกรูเข้ามาตอดแก้มป่องหนุบหนับน่าเอ็นดู คนเขวี้ยงขนมปังกับปลาก็มีความสุขกันตรงนั้น กินอิ่มก็แยกย้ายค่ะ เหมือนเล่นการพนันสล็อตแมชีน ทุกคนมีความสุขกับการลุ้น แต่แล้วก็ต้องจบ ไม่เดือดร้อนใคร

การเสี่ยงดวงเลือกซื้อหวย และการเลือกสามี เป็นสองเรื่องที่ดิฉันไม่มีดวงทางด้านนี้จริงๆ ไม่มีโชคทั้งแทงเอง และถูกแทงค่ะ (คนฟังหัวเราะท้องแข็งอีกแล้ว) เดินผ่านแผงลอตเตอรี่แม่ค้ากวักมือเรียก พี่คะ พรุ่งนี้รวยค่ะ ดิฉันหันไปบอกเลย พี่รวยตั้งแต่วันนี้แล้วค่ะน้องคะ

ทุกอย่างในโลกใบนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ ทุกอย่างต้องมีเงื่อนไข สัญญากับตัวเองไว้แล้วว่า ฉันจะไม่รักผู้ชายคนไหนมากกว่าตัวเอง เราสามารถทำความมั่นคงให้การงานการเงินได้ดี ได้ง่ายกว่า ความมั่นคงทางความรัก มีเท่านี้ก็ต้องมีอีก ทำให้มุ่งอยู่แต่กับงาน ซึ่งการที่ต้องการความมั่นคงทางการเงินนี่ก็เพราะพื้นฐานเรามาจากบ้านอากงตรอกสลักหิน เปิดบ่อนไพ่นกกระจอกแล้วพ่อก็สานกิจการต่อ การพนันก็คือมีได้กับเสียๆๆ แต่ละวันคือความไม่มั่นคงเลยในชีวิต ทุกวันนี้เลือกสะสมความมั่นคงคือเงิน ทำอย่างไรให้ทำงานได้เงินเยอะๆ ที่สุด ไม่เคยคิดหยุดทำงานเพื่อเพิ่มเงิน ใช้เงินไปลงทุนในหุ้น ที่ดิน ทองคำ โชคดีมีหลานชายลูกพี่สาวเป็นที่ปรึกษาที่ดีเรื่องนี้ค่ะ เขาเรียนจบด้านการเงินมา ซึ่งก็ช่วยดูแลดิฉันในเรื่องนี้ได้อย่างดีเลยค่ะ" เจนนิเฟอร์ คิ้ม ทิ้งท้ายในแบบสาวสตรองวัยเข้าสู่เลขห้าที่มีความมั่นคงเกินร้อย

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ที่สุดบันเทิงในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์
switch