สัมภาษณ์คนดัง

พิมจันทร์ วิมุกตานนท์ สมดุลคือความสุข

  • 05 เมษายน 2560 เวลา 10:03 น.
  • | เปิดอ่าน 2,799
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

พิมจันทร์ วิมุกตานนท์ สมดุลคือความสุข

โดย...กองทรัพย์ ภาพ กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

อยู่ในแวดวงธุรกิจมาร่วม 20 ปี “พิมจันทร์ วิมุกตานนท์” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) ผ่านงานระดับโกลบอล ทำงานกับคนมาแล้วหลากหลาย แต่เธอยังมีความสุขและสนุกที่จะเรียนรู้กับสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ในวัยหนึ่งการเดินทางแบบแบ็กแพ็กคือความชื่นชอบ แต่วันหนึ่งเธอก็เลือกที่จะหยุดและสนุกกับสิ่งตรงหน้าคือการทำงาน

แม้จะเรียนจบปริญญาตรีภาคดุริยางคศิลป์ตะวันตก เอกเปียโน จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่สิ่งที่พิมจันทร์มองหาขณะนั้นไม่ใช่งานด้านดนตรี เธอมองหาสิ่งที่แตกต่างออกไป

“โดยปกติเราเป็นคนชอบสังเกตคน ใส่ใจผู้คน บวกกับชอบการทำงานเชิงสร้างสรรค์ และการวางแผน ตอนนั้นลองไปทำงานด้านการขายและการตลาด โชคดีที่บริษัทให้โอกาสคนที่ไม่มีประสบการณ์ด้านนี้ได้ศึกษาวิธีการทำงานด้านนี้ ยิ่งทำงานด้านการตลาดยิ่งสนุกทำให้เห็นทางของตัวเอง เห็นจุดแข็งตัวเอง

จากนั้นประมาณ 2-3 ปี ก็ไปเรียนต่อปริญญาโทในสาขาการบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยนิวเม็กซิโก สเตต (New Mexico State University) สหรัฐอเมริกา กลับมาทำงานกับลอริอัลประเทศไทย แล้วก็ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศจนรู้สึกว่าคุ้มแล้วพอแล้ว อยากกลับมาทำงานที่บ้าน เพราะอยากดูแลคุณพ่อคุณแม่ด้วย สุดท้ายก็เลยมาดูแลงานด้านการตลาดให้โฟร์โมสต์ได้ 4 ปีแล้ว”

ด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบขณะนี้ คือการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด การดูแลผู้บริโภค “ทีมงาน” จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้งานต่างๆ บรรลุเป้าหมาย “ก่อนหน้านี้เราทำงานร่วมกับคนหลากหลายเชื้อชาติ พอกลับมาทำงานที่เมืองไทยคิดว่าจะเป็นปัญหา สรุปว่าไม่ใช่ ทุกครั้งที่เรามีการเปลี่ยนแปลง มีการได้ทำงานที่ใหม่ หรือเปลี่ยนประเทศใหม่ ก็ทำให้เรามีความสามารถในการปรับตัว มีความยืดหยุ่น และมีความสามารถในการทนรับความเสียดทานได้ดี

มาอยู่ที่โฟร์โมสต์แรกๆ ก็ไม่ต้องปรับมาก แต่เพราะเราอยู่กับองค์กรระดับโลกมานาน อยู่กับคนต่างชาติมาเกือบ 10 ปี พอมาอยู่ที่นี่เรามาดูแลประเทศไทย น้องๆ ในทีมและเพื่อนร่วมงานก็คนไทยทั้งหมด แต่ว่าเนื่องจากที่นี่เป็นอินเตอร์เนชั่นแนลอยู่แล้ว ก็มีความลงตัวมีความเป็นไทย นอบน้อม เคารพซึ่งกันและกันแบบไทยๆ ขณะเดียวกันก็มีประสิทธิภาพในการทำงาน มีการเรียนรู้ต่างๆ ที่เป็นของต่างประเทศ ฟรีสแลนด์คัมพิน่ามีความอินเตอร์สูง ทำให้เราไม่ต้องปรับตัวเยอะ

ดิฉันเข้ามาดูแลกลยุทธ์และดูแลทีมงานให้ได้ทีมที่ดีที่สุด เหนือกว่าวัฒนธรรมคือทัศนคติในการทำงานที่คล้ายคลึงกัน ความเก่งกาจของการทำงานก็เรื่องหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญสำหรับทีมเวิร์กก็คือทัศนคติ ดังนั้นถ้าหากเราจะรับคนเข้ามาร่วมทีมก็ต้องให้มั่นใจว่าคนใหม่ที่จะเข้ามาจะทำงานไปในทิศทางเดียวกัน มองเห็นสิ่งเดียวกันว่าเราได้ทำงานอยู่ในองค์กรที่อยู่แล้วมีคุณค่าต่อสังคม สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้คนก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งของการทำงาน”

พิมจันทร์ เล่าต่อว่า สภาพแวดล้อมในที่ทำงานกระตุ้นให้เธอสนุกและต้องหาความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ เพื่อนำมาแชร์ให้กับคนในองค์กร

“ดิฉันเชื่อว่าทำงานคือการใช้ชีวิตประจำวันของเรานี่แหละ เราต้องคิดเสมอว่าเราจะต้องเลือกคนที่มีนิสัยในการทำงานที่ดี ง่ายๆ คือเป็นคนนิสัยดี คือคนที่ควบคุมตัวเองได้ ควบคุมอารมณ์และทำงานร่วมกับคนอื่นได้ พอได้ทีมที่ดีการทำงานก็มีความสุขความสนุกอยู่ในนั้น ความเครียดจากงาน ซึ่งเป็นการแข่งขันก็จะลดลงไปครึ่งหนึ่ง แต่เมื่อมีทีมงานที่ดีมันหมดความกังวล

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคืออุปนิสัยในการเรียนรู้ การทำงานหลายคนคิดว่าสิ่งที่เราเรียนรู้มาเอามาใช้ได้เรื่อยๆ แต่จริงๆ แล้วคือไม่ใช่ เพราะเราก็เหมือนเราเป็นนักเรียน มีเรื่องใหม่ๆ ที่เราต้องเข้าใจตลอดเวลา ก็สนับสนุนให้น้องๆ ในทีมต้องออกไปเรียนรู้ หาสิ่งใหม่ๆ เข้ามาเติมในคลัง อ่านหนังสือ เทรนนิ่ง ทำให้คุณค่าของเราไม่หายไป

“น้องๆ ในทีมทำให้เราสดชื่นและเนื้องานที่ทำก็มีอะไรใหม่ๆ ให้ได้เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา จึงทำให้การมาทำงานในทุกวันไม่มีอะไรน่าเบื่อ หลังจากเข้ามาทำงานที่โฟร์โมสต์ได้ประมาณหนึ่งปี ก็คิดว่าน่าจะปรับเปลี่ยนบรรยากาศในออฟฟิศให้เป็นลักษณะเปิดโล่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานของการตลาดคืองานที่ต้องการความคิดสร้างสรรค์ และอีกหลายองค์ประกอบรวมกัน ดังนั้นไม่จำกัดความคิดสร้างสรรค์ด้วยฉากกั้น ทุกที่สามารถทำงานได้หมด สามารถใช้ห้องผู้บริหารเป็นห้องประชุมได้ ทุกคนสามารถเดินเข้าไปพูดคุยเรื่องงานได้ตลอดเวลา เมื่อบรรยากาศสนุก เราในทีมเป็นหนึ่งเดียวกัน การที่เราจะได้งานดีๆ ก็มีเปอร์เซ็นต์มากกว่า”

ตลอดเวลาของการสนทนา ตาเธอเป็นประกายเมื่อพูดถึงการทำงาน เธอบอกว่าในช่วงวัยหนึ่งการเดินทางคนเดียวคือความสุข แต่ในวันที่เป็นผู้บริหารและการได้กลับมาอยู่บ้านคือเมืองไทย สิ่งที่เธอยึดถือและทำมาตลอดคือ การมาทำงานคือการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

พิมจันทร์ยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะอธิบายว่าก่อนหน้านี้ชอบแบกเป้เที่ยวศึกษาผู้คนและธรรมชาติ “วันนี้พอเราหยุดเราพอกับสิ่งที่ต้องเดินทางก็มุ่งหน้าทำงาน แต่ทำโดยไม่เครียด ไม่ได้คิดว่ามันคือการทำงาน การทำงานนั้นเป็นการทำให้ตัวเองดีขึ้นในฐานะการเป็นมนุษย์ ถ้าไม่ทำงานเราก็ต้องทำอะไรบางอย่างอยู่ดี เพราะคงไม่ได้นั่งอยู่เฉยๆ ไปวันๆ แน่นอน

การทำงานคือการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเองและคนอื่น เป็นประโยชน์ต่อตัวเองยังไง คือเราต้องปรับปรุงตัวเองและปรับปรุงตัวเองทุกวัน วันนี้ในฐานะที่เป็นหัวหน้า เราเป็นหัวหน้าที่ดีหรือยัง เราเป็นพนักงาน เราดีต่อเพื่อนร่วมงานเราหรือเปล่า วันนี้เราสร้างความลำบากให้ใครบ้าง ถ้าเราคิดและตระหนักสิ่งเหล่านี้ตลอดเวลา เราก็จะเกิดการปรับปรุงทำให้ตัวเราเองดีขึ้น อารมณ์มั่นคงขึ้น โมโหน้อยลง บ่นน้อยลง คิดถึงคนอื่นมากขึ้น และมันสำคัญว่า การเป็นหัวหน้าคนต้องมีความมั่นคงทางอารมณ์ ถ้าเรามั่นคงทางอารมณ์เด็กๆ ก็จะไม่กลัว กล้าถาม กล้าเรียนรู้ บรรยากาศการทำงานก็ดีขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานก็สูงขึ้น แค่การทำงานและฝึกฝนตัวเองก็ส่งผลดีต่อคนอื่นทั้งลูกน้องและเพื่อนร่วมงาน”

ผู้บริหารฟรีสแลนด์คัมพิน่า บอกต่อว่า ถึงไม่ได้ทำงานก็ต้องคอยดูตัวเองตลอดเวลาว่าในฐานะเป็นลูกสาว เป็นพี่สาว เราเป็นยังไง “ก็เหมือนเป็นการใช้ชีวิตอยู่ทุกๆ วัน ทุกวันนี้เรามีความพอใจ รู้สึกว่ายังมีประโยชน์ต่อตัวเองและคนอื่นอยู่ ก็นับเป็นสิ่งที่ดีแล้ว เช่นเดียวกับปณิธานขององค์กรที่เกิดจากเกษตรกรโคนมเนเธอร์แลนด์ อยู่มานาน 60 ปี เพื่อพัฒนาสุขภาพของลูกค้าและพัฒนาเกษตรกรโคนมบ้านเราให้เป็นความยั่งยืนของการพัฒนา ดิฉันเข้ามาทำงานที่นี่ก็พยายามสานต่อความยั่งยืนต่อไป และพัฒนาให้มันดีขึ้นให้คนเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของเรามากขึ้น”

ชีวิตที่แสนจะพอดีและเรียบง่ายของผู้บริหารที่มีรอยยิ้มในใบหน้าเสมอ กว่าจะเดินทางมาถึงจุดที่เป็นที่รักของทุกคน พิมจันทร์ บอกว่าเพราะไม่เครียด

“การจัดสมดุลให้ตัวเองจะทำให้เราไม่จำเป็นต้องลาพักร้อนเพื่อหนีความวุ่นวาย เราจะอยู่ในความวุ่นวายได้อย่างพอดี (ยิ้ม) วันทำงานก็สนุกกับงาน วันหยุดก็ให้เวลาดูแลครอบครัว ดูแลต้นไม้ที่ปลูก สอนเปียโนให้หลาน ไปออกกำลังกาย และเจอเพื่อนฝูง

ความเรียบง่ายคือความสุข ก็เลยไม่ได้ตั้งเป้าหมายให้ตัวเองเพราะใช้ชีวิตทุกวันให้มีความสุข ดิฉันมองว่าทุกคนต้องผ่านการเรียนรู้ บางคนแก่แล้วก็ยังแสวงหาอยู่ก็เหนื่อย เป็นภาระกับตัวเอง ถ้าเราฝึกตัวเองให้อยู่กับปัจจุบันได้มันก็ไม่เป็นภาระกับตัวเอง เริ่มต้นเลยเราก็จะสบายใจ ไม่มีเรื่องเดือดร้อนใจ” พิมจันทร์ ทิ้งท้าย

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ที่สุดบันเทิงในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์