สัมภาษณ์คนดัง

ธนนท์ จำเริญ 'เด็กติดเกมก็มีดีนะครับ'

  • 06 กรกฎาคม 2560 เวลา 17:00 น.
  • | เปิดอ่าน 9,037
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

ธนนท์ จำเริญ 'เด็กติดเกมก็มีดีนะครับ'

เรื่อง มัลลิกาภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

แชมป์เดอะ วอยซ์ ซีซั่นแรก นนท์-ธนนท์ จำเริญ ถึงตอนนี้เขายังอยู่บนเส้นทางศิลปิน ในสังกัดค่ายไอ แอม (I am) แม้ผลงานเพลงจะไม่ออกมาบ่อยนัก แต่เสียงของนนท์ไม่เคยหายไปจากแฟนๆ เพราะแต่ละเพลงที่ปล่อยมาก็ฮิตติดลมบนอยู่นาน

ล่าสุดกับซิงเกิ้ล "ฝืนตัวเองไม่เป็น" มีซาวด์กลิ่นใหม่ของดนตรีป๊อป โมเดิร์น ที่แปลกไปจากทุกเพลงของนนท์ที่ผ่านมา

"ผมห่างจากการทำเพลงของตัวเองไปค่อนข้างนาน เพราะก่อนหน้านี้ก็จะเป็นเพลงละคร เพลงซีรี่ส์ และโปรเจกต์พิเศษต่างๆ รอบนี้มีโอกาสได้กลับมาทำเพลงของ ตัวเอง ผมได้มีส่วนร่วมในการเขียนท่อนอิมโพรไวส์เองด้วย แถมได้นักดนตรีคุณภาพระดับสากลอีกหลายๆ ท่านมาร่วมงานเป็นอีกประสบการณ์ที่ดีมากในการทำเพลงนี้

เพลงฝืนตัวเองไม่เป็น เป็นอีกหนึ่งงานที่ผมชอบมาก เพราะได้ลองทำอะไรหลายอย่าง ได้พัฒนาตัวเองหลายๆ ด้าน ที่สำคัญเลยคือแนวเพลงที่ผมอยากทำมานานมากแล้ว พอได้ทำก็รู้สึกดีใจมาก

ตอนที่ได้คุยกับพี่ๆ ทีมงาน ทั้งดนตรี คอนเซ็ปต์ ทุกอย่างมันคลิกพอดี เพลงนี้เป็นแนวป๊อป โมเดิร์น มีการร้องสไตล์อาร์แอนด์บี นิดๆ ซึ่งพี่ๆ บอกว่านี่แหละคือสไตล์นนท์ ที่อยากให้ทุกคนได้ฟัง

เพลงนี้ผมให้เป็นตัวแทนความรู้สึกในใจของคนคนหนึ่งที่บังเอิญว่าเป็นคนฝืน ตัวเองไม่เป็น พอถึงจุดหนึ่งก็ไม่รู้จะเก็บไว้ทำไม เพราะความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้ เลยขอบอกออกไปดีกว่า และมันคือตัวตนของผมด้วย เพลงนี้ฟังแล้วเข้าใจเนื้อหาเพลงได้ง่ายด้วย ทำให้คนสัมผัสกับเพลงได้ง่ายขึ้น"

ทุกวันนี้นนท์มีงาน มีเงิน และสามารถเป็นเสาหลักของครอบครัวได้ หากย้อนไปในอดีต นนท์เคยเป็นเด็กติดเล่นเกมมาก เคยเล่นอดหลับอดนอนจนเลือดกำเดาไหลคาร้านเกม ทุกวันนี้ก็ยังชอบเล่นเกม แต่สามารถจัดสรรเวลาได้ดีกว่าเมื่อก่อน

"เรียกว่าสนใจเกมดีกว่าครับ เพราะผมเล่นมาตั้งแต่อายุ 5 ขวบ เล่นเกมเยอะมาก เล่นตั้งแต่ยุคเกม FPS ตอนนี้ก็จะดูทุกความเคลื่อนไหว มีอะไรมาใหม่ในเรื่องของเกม

ตอนเด็กๆ ก็แบ่งเวลาไม่เป็น เป็นยุคแรกที่จับคอมพิวเตอร์มีเละเทะกันไปบ้าง แต่เราโชคดีที่มีหลายกิจกรรม ทั้งร้องเพลง เล่นกีฬา แต่ชอบเล่นเกมมาก แล้วที่บ้านสอนให้รู้จักรับผิดชอบ ตอนเด็กไม่เข้าใจหรอกว่าคืออะไร แต่สัญญาว่าจะทำก็ทำ ไม่เคยโดดเรียนไปเล่นเกม

เคยเล่นแบบเลือดกำเดาไหล เส้นเลือดฝอยแตก ไหลลงคีย์บอรด์ดจนเจ้าของร้านเกมไล่ให้ไปพัก ตอนนั้นน่าจะ 6 ขวบ ผมก็เล่นเกมมาตลอด มีช่วง ม.3 จะสอบเข้า ม.4 หยุดเล่นเกม เพราะเราจัดการตัวเอง โอกาสแค่ครั้งเดียวเราไม่แลก หยุดเล่นเกม ซึ่งผลการเรียนของผมก็ 3 กลางๆ ไม่ได้ตกต่ำ"

ถูกมองเด็กติดเกม คือ เด็กไม่ดี ไม่มีอนาคต หรือโทษเกมที่ทำให้เด็กก้าวร้าว นนท์จากเด็กเคยติดเกม แต่ชีวิตไม่ได้ล้มเหลวใดๆ เลย ขอชี้แจงในบางมุมที่เกมไม่ได้เลวร้ายเสมอไป

"ผมเล่นเกม ผมว่าได้เรื่องของจินตนาการ อย่างตอนนี้ผมเล่นเกมปลูกผัก ก็ได้เรียนรู้การอยู่รอด หรืออย่างเกมแอ็กชั่นฆ่าฟัน ผมว่ามันไม่ใช่สิ่งที่กระตุ้นให้คนก้าวร้าว ผมว่าตอนนี้คนเราเป็นผู้ตามที่เร็วมาก เกมอะไรมารู้หมด เล่นได้หมด แต่เราคิดช้า คิดน้อยมาก ซึ่งมันทำให้บางทีเราอาจจะไม่เข้าใจในความหมายที่ผู้พัฒนาเกมต้องการจะสื่อว่า เกมนี้ให้อะไรกับเรา

สิ่งที่ผมได้จากเกม ตอนนี้ผม 21 ปี ผมก็ทำงานไปด้วยเล่นเกมไปด้วย ได้เรื่องการวางแผน การต่อยอด ยกตัวอย่าง เกม Portal Knights เป็นเกมเอาชีวิตรอด เป็นสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ มีเด็กหลายคนเรียนต่อวิศวะก็มาจากเกมนี้ เคยออกแบบ ได้แรงบันดาลใจจากเกมนี้ ของผมก็คล้ายกัน

ก่อนหน้านี้ได้เล่นเกมแอ็กชั่น เกมที่เล่นผิดแล้วผิดเลย ทำให้เรารู้สึกยั้งคิดยั้งทำ ซึ่งเกมไม่มีการแก้ไข ผิดรอเล่นจบเล่นใหม่ ซึ่งทำให้เราระวังในการตัดสินใจมากขึ้น เกมที่ผมเล่นมันยาก ทำให้เรารู้เลย หลายคนก้าวร้าวไม่ใช่จากเกม แต่มาจากความยากในสิ่งที่ทำ เหมือนเวลาเราทำงาน มันยากจังเลยว่ะ หงุดหงิด มันคือแอ็กชั่นของมนุษย์ต่อสิ่งที่เราสู้ไม่ได้

อย่างเกมแอ็กชั่น Dark Soul มีข่าว ผู้เล่นปาจอยเกมเยอะที่สุด เพราะมันยาก เล่นแล้วหงุดหงิด มันเป็นเกมผู้ใหญ่ เด็กหลายคนเล่นยอมแพ้ให้กับมัน อย่างผมแรกๆ ก็ยาก ยิ่งเราแพ้เราจะเข้าใจตัวเกมมากขึ้น เพราะมอนสเตอร์ทุกอย่างในเกม เราต้องเข้าใจแอ็กทีฟกลับไปในจังหวะไหน อย่างชีวิตจริงเราก็มีจังหวะ ผมว่าเป็นเรื่องของจังหวะที่เราหยิบจากเกมมาได้ว่าเกมมันให้อะไรกับชีวิตเราได้

ไม่ได้บอกว่าการเล่นเกมดียังไง ผมมองว่าเกมมันช่วยทำให้จินตนาการในหัวเราจับต้องได้ เราต้องเลือกเกมที่เหมาะกับเรา เด็กหลายคนก็เล่นเกมด้วยค่านิยมผิดๆ เล่นโดยไม่ดึงประโยชน์จากเกมไปใช้"

นนท์ บอกว่า แม้จะชอบเล่นเกม แต่ก็ชอบในสิ่งอื่นมากกว่า เช่น การร้องเพลง "ผมร้องเพลงหาเงินตั้งแต่เด็ก มีเงินผมก็เอาไปเล่นเกม แต่โชคดีที่พ่อแม่ดูแลเราอย่างใกล้ชิด คอยประคับประคองให้เราอยู่ในทิศทางที่ดี แต่เด็กที่ติดเกมหลายคนไม่ได้โชคดีอย่างเรา นี่คือความน่ากลัวในปัจจุบัน

ตอนเด็กๆ เรายังไม่รู้หน้าที่ของตัวเอง ชอบเล่นเกม ก็เอาแต่เล่มเกม แต่พอโตขึ้น เราจะรู้ว่าชีวิตเรามีอะไรสำคัญ เช่น การเรียน การทำงาน และเราต้องมีสังคมอื่น ตอนนี้ผมก็ยังเล่นเกม แต่มันไม่ได้สำคัญที่สุดในชีวิตผม" n

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดบันเทิงในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์