สัมภาษณ์คนดัง

ปรางค์ทิพย์ อนันตวิภาต กฎหมายเป็นเรื่องที่ทุกคนควรรู้

  • 14 พฤศจิกายน 2560 เวลา 14:00 น.
  • | เปิดอ่าน 983
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

ปรางค์ทิพย์ อนันตวิภาต กฎหมายเป็นเรื่องที่ทุกคนควรรู้

 

ทนายสาวหน้าตาสวยเก๋ที่คร่ำหวอดในแวดวงกฎหมายมากว่า 20 ปี ในฐานะทนายสาวแกร่งแถวหน้าด้านกฎหมายภาษีอากรที่มีเพียงไม่กี่คนในประเทศไทยปรางค์ทิพย์ อนันตวิภาต ผู้อำนวยการ บริษัท ลอว์อัลลายแอนซ์ บริษัทกฎหมายอันดับต้นในด้านภาษีธุรกิจของประเทศไทย

ทางด้านการศึกษานั้น เธอจบปริญญาตรี นิติศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับ 2 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำงานที่บริษัทกฎหมายอยู่ 3-4 ปี ก็ได้รับทุนไปเรียนปริญญาโท ที่ประเทศอังกฤษ ด้านภาษีที่ University College London (UCL) ได้รับทุนจาก Shell Centenary Scholarship เป็นเวลาปีกว่าก็กลับมาทำงาน บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ และบริษัท ลิ้งค์เลเทอร์ส (ประเทศไทย) จนกระทั่งมาร่วมงานกับบริษัท ลอว์อัลลายแอนซ์ เป็นเวลาเกือบ 10 ปี

เธอเล่าถึงภาพรวมการทำงานที่ผ่านมาในปีนี้ว่า ช่วงปีสองปีที่ผ่านมา เข้ามาทำงานที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทระหว่างผู้ถือหุ้นเดิมและผู้ถือหุ้นใหม่ในบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับพลังงานทดแทน ทำให้มีประสบการณ์ใหม่ๆ ในการทำงานด้านกฎหมายและทำให้เรียนรู้ว่าหากมีความมุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้ก็จะมีโอกาสที่ดีต่างๆ กลับเข้ามาในชีวิตได้ ซึ่งเรื่องธุรกิจนั้นมีเรื่องตัวเลขและความซับซ้อนมากมายโดยเฉพาะคดีใหญ่ๆ ที่มีมูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้านบาทนั้น จะต้องใช้เวลาในการทำงานนานหลายปีต้องใช้พลังใจอย่างมาก

“สิ่งที่โชคดีก็คือปัจจุบันนี้การค้นคว้าหาข้อมูลต่างๆ มีความสะดวกสบายมากขึ้นสามารถหาข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งต่างจากตอนทำงานใหม่ๆ ที่การจะเข้าถึงข้อมูลเป็นเรื่องยุ่งยากที่จะต้องไปตามห้องสมุดหรือหน่วยงานต่างๆ การค้นคว้าหาข้อมูลในการทำงานด้านกฎหมายลำบากกว่าปัจจุบันเยอะมาก เช่น แต่ก่อนหากจะค้นหาคำพิพากษาฎีกาหรือหนังสือตอบข้อหารือของหน่วยงานต่างๆ ต้องค้นด้วยมือ ไปค้นข้อมูลทางธุรกิจที่กระทรวงพาณิชย์ ไปหาการจดทะเบียนบริษัท หนังสือบริคณห์สนธิ ต่างๆ ใช้เวลานานมาก แต่ระยะ 3-4 ปีหลังใช้เวลาน้อยลงมาก ในแง่แหล่งข้อมูลหาง่ายขึ้น แต่ความยากของงานไม่ได้น้อยลงเลย แต่ละคดีใช้เวลานานเป็นปี ดูดพลังแรงงานมาก แต่เมื่องานสำเร็จลุล่วงเราก็จะภาคภูมิใจเป็นอย่างมากหายเหนื่อยเหมือนยกภูเขาออกจากอก” เธอกล่าวอย่างจริงจัง

ในส่วนของทิศทางการทำงานนับจากนี้ต่อไปนั้น เธอมีเป้าหมายการทำงานว่าจะเริ่มทำงานด้านกฎหมายให้น้อยลงและอยากมีเวลาส่วนตัวเพื่อทำโครงการต่างๆ ที่ตั้งใจ เช่น มูลนิธิที่จัดตั้งขึ้นเพื่อหาเงินทุนมาใช้เป็นประโยชน์กับโครงการเพื่อส่วนรวมเนื่องจากเธอเคยได้ทุนให้เปล่าไปเรียนปริญญาโท ที่อังกฤษ มีหน่วยงานที่ดีให้ทุนการศึกษาเธอ ตอนใกล้จะเรียนจบจากประเทศอังกฤษเธอมีเงินเหลืออยู่ก้อนหนึ่ง เธอก็นำเงินนั้นไปมอบให้เป็นทุนการศึกษากับรุ่นน้องที่ขาดแคลน

“เรารู้ว่าการได้รับโอกาสนั้นมันช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตเราให้ดีขึ้นได้อย่างไร ถ้ามีโอกาสเราก็อยากส่งต่อโอกาสดีๆ แบบนั้นให้คนอื่นบ้าง เพราะตัวเราเองก็ไม่ได้มาจากครอบครัวที่สุขสบาย เราก็ยากลำบากกว่าจะมาถึงตรงนี้ได้ โชคดีที่ตั้งใจเรียนแล้วได้โอกาสจึงมีวันนี้ เรารู้ถึงคุณค่าของการให้”

สำหรับความท้าทายของการทำงานคืออะไร เธอตอบว่าลูกความส่วนมากที่ติดต่อเข้ามาเป็นกรณีที่มีประเด็นหรือปัญหาที่ยุ่งยากและหลายๆ ครั้งไม่สามารถให้คนอื่นช่วยเหลือได้ แต่พอเรามาดูปัญหาต่างๆ เหล่านั้น ส่วนมากจะคิดให้เป็นระบบและจึงสามารถแก้ไขปัญหาให้ลูกความได้ และเมื่อเรามีความตั้งใจและทำงานให้ลูกความด้วยใจแล้ว ความสำเร็จทางอ้อมที่ได้รับจากการทำงานและทำให้เรามีความสุขที่สุดคือ การที่ลูกความหลายคนกลายมาเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก คติที่ใช้ยึดเป็นแนวทางการทำงานคือ No pain no gain

“ขณะเดียวกัน แม้จะเป็นเพื่อนสนิทหากมาให้ช่วยเลี่ยงหรือหนีภาษีอะไรแบบนั้น เราก็จะไม่ช่วย พลเมืองที่ดีมีหน้าที่เสียภาษีเพื่อให้รัฐเอาไปพัฒนาประเทศ คุณไม่มีสิทธิหนีภาษี แต่ถ้าคุณมาขอคำแนะนำการใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อลดภาษี ซื้อประกัน กองทุน LTFI RMF แบบนี้โอเค เพราะเป็นสิ่งที่กฎหมายให้สิทธิคุณทำได้ ทุกคนควรเคารพกฎหมาย”

หลักในการทำงานก็คือทุกอาชีพมีจรรยาบรรณเป็นเครื่องกำกับควบคุมการทำงาน ต้องทำงานด้วยความสุจริตตามหน้าที่ของนักกฎหมายที่ดีพลเมืองที่ การรู้กฎหมายเบื้องต้นเป็นเรื่องที่ทุกคนควรจะต้องมีความรู้เพราะกฎหมายเกี่ยวข้องกับชีวิตของทุกคนตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายครอบครัว เรื่องสามีภรรยา กฎหมายอาญา จะอ้างว่าไม่รู้ภาษีไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องการเสียภาษีนั้นคนที่หนีภาษีตอนนี้กฎหมายมีบทลงโทษควบคุมเข้มข้นขึ้น จากเดิมแค่เพียงปรับเงินเพิ่ม กฎหมายใหม่ให้มีการเพิ่มเติมจำคุกด้วย เพิ่มจากคดีแพ่ง เป็นคดีอาญา ถ้าถูกจับจะได้ไม่คุ้มเสีย เสียเวลา เสียประวัติ เสียชื่อเสียง” เธอให้ความรู้

สำหรับแบบอย่างในชีวิตการทำงานของเธอก็ คือ ศ.พิเศษ ดร.พล ธีรคุปต์ เพราะเป็นผู้ใหญ่ที่ให้ความรู้ทางด้านภาษีและให้คำแนะนำในการใช้ชีวิต เป็นข้าราชการที่ทำงานโดยมีหลักการ ทำทุกอย่างตามความถูกต้อง ถึงแม้จะทำให้ตัวท่านเองมีปัญหากับผู้ใหญ่และระบบการทำงานในราชการก็ตาม แต่ท่านไม่เคยท้อถอย อีกท่านคือ ศ.พิเศษ พิภพ วีระพงษ์ เพราะเป็นเจ้านายที่ทำงานด้วยตั้งแต่เรียนจบและเป็นนักกฎหมายที่เก่ง มีจิตใจดีและเป็นเหมือนพี่ที่ให้ความรู้และทำให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและมีความมั่นคงทางด้านการเงิน

แม้จะเป็นสาวแกร่งทุ่มเทกับการทำงานตั้งแต่เช้ายันค่ำ แต่เธอก็พยายามบาลานซ์ชีวิตด้วยการหายามว่างมีกิจกรรมอะไรเป็นตัวช่วยผ่อนคลายและสร้างไอเดียการทำงานบ้าง ดังนั้นวันหยุดเธอจะอยู่บ้านกับน้องหมาสุดเลิฟ 2 ตัว พักผ่อนด้วยการฟังเพลง ดื่มไวน์ และนวดแผนโบราณ เพราะกิจกรรมเหล่านี้ทำแล้วรู้สึกผ่อนคลาย สมองปลอดโปร่ง เป้าหมายในชีวิต มีเวลาท่องเที่ยวทั่วโลก

ผลงานที่ภูมิใจ ก็คือช่วยบริษัทต่างๆ ในการต่อสู้คดีกรณีที่ถูกกรมสรรพากรและกรมศุลกากรตรวจสอบประเมินเกินจริง เช่น บริษัทที่ประกอบธุรกิจการธนาคารและธุรกิจปิโตรเลียม

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดบันเทิงในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์