บันเทิงไทย

โอบนิธิ เล่าวีรกรรมวัยเด็ก เกือบถูกส่งเข้าค่ายดัดสันดานเพราะน้ำเต้าหู้

  • 11 สิงหาคม 2560 เวลา 18:03 น.
  • | เปิดอ่าน 1,790
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

โอบนิธิ เล่าวีรกรรมวัยเด็ก เกือบถูกส่งเข้าค่ายดัดสันดานเพราะน้ำเต้าหู้

พูดคุยเรื่อง(ไม่)ลับกับ โอบ โอบนิธิ เล่าวีรกรรมวัยเด็กเกือบถูกส่งเข้าค่ายดัดสันดานเพราะน้ำเต้าหู้ สู่ความพร้อมเป็นหัวหน้าครอบครัว


นักแสดงหน้าใหม่ในวงการบันเทิงไทยผุดขึ้นมาเยอะและไวกว่าดอกเห็ด ไม่ว่าจะผ่านผลงานซีรีส์รักคู่จิ้นชายรักชาย ซีรีส์วัยรุ่น หรือ หนังละคร ซึ่งแต่ละคนก็พยายามที่จะทำโอกาสที่ตัวเองได้รับอย่างเต็มความสามารถเพื่อเป็นนักแสดงที่ดี และเป็นที่จดจำของคนดูอยู่ในวงการให้ได้นานที่สุดอย่างมีคุณภาพ

 โอบ โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์  เป็นอีกหนึ่งนักแสดงวัยรุ่นที่เผลอแปปเดียวอยู่ในวงการมา 5 ปีแล้ว ซึ่งทุกครั้งที่เขาได้รับบทบาทไหนก็จะใส่มันเต็มที่ไม่กลับมาเสียดายทีหลัง จากโอกาสในวันนั้นทำให้เขากลายเป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่มีแฟนคลับรักและเอ็นดูมากคนหนึ่ง

วันนี้ทางโพสต์ทูเดย์บันเทิงจะพาไปทำความรู้จักกับ โอบนิธิ ว่าที่บัณฑิตคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ความสามารถไม่เป็นสองรองใคร ซึ่งจะมาพูดคุยแบ่งปันประสบการณ์เรียน-ทำงาน และชีวิตวัยเด็กให้ได้ฟังกันที่นี่ที่เดียว

 

 

โอกาสในการก้าวสู่วงการบันเทิงเต็มตัว

ผมได้เล่นเอ็มวีตัวหนึ่งเพราะมีแคสติ้งดึงผมออกมาจากบีทีเอส ขณะที่เราเดินทางไปเรียนพิเศษที่สยามในวันหยุด เขาอยากได้เราไปแคสโฆษณา แต่มีเอ็มวีตัวหนึ่งเขายังไม่มีพระเอกผกก.รู้จักกันเลยเลือกเราไปเล่นเอ็มวีและโฆษณาด้วยเลย ได้เขามาทำงานจริงจังเพราะฮอร์โมนมีทีมจากนาดาวบางกอกไปดูที่โรงเรียนแล้วเจอผมอีกทีครับ

 

 

เรียนเศรษฐศาสตร์กับการทำงานในวงการบันเทิง

จริงๆแล้วความชอบส่วนตัวของผมเป็นคนชอบเรียนเลข ผมอยากเข้าคณะนี้เพราะผมต้องใช้เลขยื่นสอบแกทแพทและคิดว่าเราจะทำได้ดี ซึ่งที่บ้านผมเป็นพนักงานธนาคารหมดเลยทำงานเกี่ยวกับตัวเลข แต่ถ้าถามว่าผมอยากทำงานธนาคารไหม ก็คงไม่ทำ แต่ก็เรียนเผื่อเป็นแผนในอนาคตช่วยธุรกิจที่บ้าน

เรื่องเรียนพ่อแม่ ให้อิสระในการตัดสินใจทุกอย่าง ขอให้ได้เกรดโอเคแล้วจบ 4 ปีก็พอ ซึ่งผมภูมิใจมากที่จบสี่ปีมาได้สำเร็จ เพราะเวลารับงานเราก็จะพยายามไม่ให้ตรงเวลาเรียน สมมติเลี่ยงไม่ได้ก็คุยกรณีพิเศษ ส่วนใหญ่คณะผมไม่ต้องไปเข้าห้องเรียนก็ได้ ซึ่งเราต้องมีเพื่อนช่วยได้เยอะเลย เพราะเขาคอยอัดคลิปเสียงมาให้ ก่อนนอนผมก็มานั่งฟังเทปเยอะมากหลายวิชามาก ทสุดท้ายแล้วมันอยู่ที่ตัวเรามากกว่า ถ้ากลับมาแล้วไม่ฟังไม่ทบทวนก็ช่วยอะไรเราไม่ได้อยู่ดี

ส่วนเรื่องงานในวงการบันเทิงพ่อกับแม่ไม่เคยพูดไม่เคยตัดสินว่าบทไหนดีไม่ดี ส่วนใหญ่ที่บ้านจะไม่ชมกันอยู่แล้วจะแซวมากกว่า เหมือนเด็กๆผมแข่งเทนนิส พ่อก็จะบอกว่าไม่น่าจะชนะเลยนะ เป็นการชมแบบอ้อมๆมากกว่า อย่างเช่น บทนี้คนสนใจเยอะ ไม่น่าดังเลยเนอะ ก็จะเป็นแนวๆนี้มากกว่า เขาดูผลงานตลอดแต่จะแอบดูครับ

 

ใส่เต็มทุกๆผลงานไม่ให้ตกจากมาตรฐานเดิม

ผลงานเพิ่งออนแอร์จบไป มี โปรเจ็กต์เอส spike ที่เพิ่งจบไป ส่วนที่กำลังจะออนแอร์ในเดือนนี้ก็คือ secret seven เธอคนเหงากับเขาทั้งเจ็ด  ผมเล่นเป็น เจนท์ หนุ่มสุภาพบุรษ เป็นคาแรกเตอร์ที่แตกต่างที่ผมเคยได้รับ เป็นคนรวยผู้ดีมีสกุล ชอบช่วยเหลือเอาใจใส่คนรอบข้าง มีชมรมของตัวเอง 

ผมอยู่ในวงการมาตั้งแต่อายุ 18 ปี  เอาจริงๆผมแทบจะชอบทุกงานที่ผมได้เป็นหลากหลายคาแร็กเตอร์ ซึ่งผมสามารถเปลี่ยนหน้ากากไปเรื่อยๆไม่เคยซ้ำเดิมเลย ทำให้มันมีพัฒนาการและศักยภาพมากขึ้นเรื่อยๆ ผมรู้สึกว่ามันสนุกมากกับการได้เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ผมใส่เต็มทุกๆเรื่องพยายามไม่ให้ตกจากมาตรฐานเดิม จริงๆแล้วบทที่ซ้ำก็ไม่เกี่ยงเพราะว่าแต่ละบทจะมีมิติที่แตกต่างกันไปอยู่ดี

ส่วนปัญหาในการทำงานที่เจอผมมักจะเครียดมาก เวลาสอบของช่วงมหาวิทยาลัย ผมเหนื่อยแล้วงานชอบมาเยอะช่วงสอบเราก็ไม่มีเวลาอ่านหนังาสือเราต้องใช้เวลามากกว่าคนอื่น ผมกลายเป็นผู้ใหญ่ก่อนวัยที่ควรจะเป็นตั้งแต่ปี1 เอาจริงๆก็มีเวลาไปหาเพื่อนแต่ไม่มีเวลาไปสังสรรค์อะไรมากนัก ซึ่งทั้งหมดนี้เราก็ผ่านมาได้แล้ว

 

 

ย้อนวันวานของเด็กชายสายกีฬา โอบนิธิ

ตอนเด็กๆผมตัวดำหัวเกรียนๆ ผอมมาก ตีเทนนิส ผมมีพี่สาวกับน้องสองแบ่งไปทางสายดนตรีเล่นเปียโนอยู่ในบ้าน ส่วนผมจะแนวสปอร์ตแมนเล่นได้ทุกกีฬา พ่อผมก็จะคอยสนับสนุนอยากเล่นกีฬาอะไรก็พาไป ซึ่งผมมีพี่ภราดร ศรีชาพันธ์ เป็นไอดอลก็ไปตีเทนนิสจริงจังถึงขนาดลงแข่งจนได้แชมป์รายการเล็กๆ รวมถึงเคยติด 1 ในร้อยของประเทศไทย อายุไม่เกิน 14 ปีด้วย

ผมไม่ค่อยเล่าเรื่องอะไรให้พ่อแม่ฟังเลย จะว่าเก็บกดก็เก็บกดนะ ซึ่งมันทำให้ผมโตเป็นผู้ใหญ่เร็วขึ้น เพราะเผชิญปัญหาด้วยตนเองมาตลอด โตมาก็สนิทกับพ่อแม่มากขึ้นคุยเรื่องปัญหาชีวิตมากกว่า อยากทำอยากลงทุน ไม่คุยปัญหาส่วนตัวก็มีบ่นเรื่องสอบบ้างเล็กน้อย ผมจะเป็นแนวรักแต่ไม่แสดงออกมากกว่า ไม่ได้เข้าไปกอดไปหอมเราเขิน ><


น้ำเต้าหู้พาซวย เกือบถูกส่งเข้าค่ายดัดสันดาน

ผมเป็นเด็กดื้อมากมีความคิดเป็นของตัวเอง ไม่ฟังใครเลย สิ่งที่ทำให้พ่อกับแม่กลุ้มใจก็จะมีแค่เรื่องติดเพื่อนกลับบ้านสองสามทุ่ม ส่วนใหญ่ที่ติดเพื่อนผมก็ไม่ได้เกเรอะไรแค่ไปเล่นสเก็ตบอร์ดซึ่งแม่ไม่อยากให้เล่นกลัวอันตราย ผมเคยทะเลาะกับแม่จะหนีออกไปอยู่กับเพื่อนเพราะเรื่องนี้ แต่ท่านร้องไห้เพราะเป็นห่วงผมก็เลือกที่จะไม่ไป โตมาก็พยายามอธิบายไปจนแม่เข้าใจเอง เพราะเป็นสิ่งที่ผมชอบเขาก็หลวมๆให้

มีเหตุการณ์หนึ่งที่ผมจำได้ดีตอนม.4 เปิดเทอมได้ 3 วันแรก ผมไปนั่งกับเพื่อนที่ร้านๆหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้มีคนแจ้งทางโรงเรียนว่ามีเด็กมามั่วสุมกินเบียร์ดูดบุหรี่กัน ซึ่งผมกับเพื่อนไปกินน้ำเต้าหู้กันเฉยๆพอครูมาก็โดนยกทีม แม้จะกินแค่น้ำเต้าหู้ ครูก็บอกจะรู้ได้ไงว่าไม่ดูดบุหรี่ไม่กินเบียร์เพราะนั่งอยู่ในนั้นด้วยกัน ไม่สามารถอ้างอะไรได้ ก็โดนไป 37 คะแนน ซึ่งห้ามโดนตัดคะแนนจิตพิสัยเกิด 40 ไม่งั้นจะถูกส่งเข้าค่ายดัดสันดาน

เรื่องนี้พ่อแม่ก็ไม่รู้เพราะปิดไว้ หลังจากนั้นเราก็ทำตัวดีมาตลอดปี เพราะว่าปีนั้นแม่ให้ไปเรียนต่อซัมเมอร์ด้วย ซึ่งมันจะตรงกับค่ายดัดสันดาน ถ้าเราพลาดอีก 3 คะแนนก็จะอดไป ตอนนั้นก็กลับบ้านเร็ว อ่านหนังสือแทนครับ

 

 

จากเด็นซนที่ติดเพื่อน กลายเป็นเด็กหอที่ติดบ้าน

พอมหาวิทยาลัยเราเรียนธรรมศาสตร์ รังสิต ผมได้อยู่หอทำให้เรารู้ว่าอย่างน้อยเราอยู่บ้านไหว้พ่อแม่เราแล้วเข้าห้องตัวเอง เราก็ยังอุ่นใจที่มีเขาอยู่ในบ้านดีกว่าอยู่หอแล้วไม่มีใครเลย อยู่หออิสระก็จริงแต่ไม่อบอุ่น มันเคยมีวันหนึ่งที่ต้องขับรถกลับไปหอวันอาทิตย์ เราเคยบอกแม่ไม่อยากกลับหอเลยซึ่งบ้านผมกับมหาวิทยาลัยไกลกันมาก

 

ความผูกพันธ์ระหว่างลูกชายกับแม่

สิงที่แม่ดูแลและห่วงเราเป็นพิเศษก็จะเป็นเรื่องเรียน แม่ผมตามให้ไม่ว่าจะคอร์สไหนแพงก็ให้หมด จะคอร์สละ7-8พันแล้วไม่ไปเรียนเลยก็มี (หัวเราะ) ส่วนเราเป็นห่วงคุณแม่มากที่สุดคงเป็นเรื่องสุขภาพ คือมันมีจุดเปลี่ยนตรงที่พ่อเพื่อนผมเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายเราเลยอยากดูแลเทคแคร์ท่านให้มากขึ้น พยายามผลักดันให้เขาไปออกกำลังกายมากขึ้น ดูแลสุภาพเป็นเรื่องสำคัญ

ก่อนหน้านี้ผมเพิ่งพาครอบครัวไปเที่ยวกระบี่ซึ่งผมออกค่าใช้จ่ายหมดเลย ผมอายุ 23 แล้วก็เริ่มจะก้าวเข้ามาเป็นหัวหน้าครอบครัว เวลาทำอะไรเราจะคิดถึงอนาคตเวลาพ่อแม่เราป่วยจะหาเงินที่ไหนมารักษา ก็เตรียมไว้ในระดับหนึ่ง

ส่วนวันแม่ที่จะถึงปีนี้ผมได้ปักคำว่า Love ลงบนเสื้อของลาคอสท์ที่มีความพิเศษ แล้วก็มีการ์ดพวงมาลัยในกิฟต์เซ็ทที่มีชื่อว่า "A Perfect Gift for a Perfect Mom" คือปกติที่บ้านไม่ค่อยเซอร์ไพร์สแค่มารวมตัวกันก็พอแล้ว ปกติผมก็เขียนการ์ดให้ท่านอยู่แล้วด้วยในวันสำคัญต่างๆ  

 ทั้งนี้หนุ่มโอบยังใช้บริการเซอร์ไพรส์ เดลิเวอรี่ บริการจัดส่งของขวัญแทนความรักในแบบฉบับของลาคอสท์ที่แปลงโฉมนายแบบสุดหล่อให้กลายมาเป็นเดลิเวอรี่แมนเรียกรอยยิ้มกว้างๆ จากคุณแม่ดวงพร ได้เป็นอย่างดี

 

 ภาพข่าวเพิ่มเติมจาก gdh559 ,duangdee02 ,oabnithi

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดบันเทิงในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์
switch