เพศที่สาม

นลิน เจริญพิทักษ์ชัย ชีวิตคิดบวก

  • 15 ตุลาคม 2558 เวลา 09:07 น.
  • | เปิดอ่าน 2,896
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

นลิน เจริญพิทักษ์ชัย ชีวิตคิดบวก

โดย...ภาดนุ ภาพ ประกฤษณ์ จันทะวงษ์

นลิน เจริญพิทักษ์ชัย หรือ อู๋ สาวหล่อบุคลิกดี เล่าถึงเส้นทางชีวิตในแบบของเธอให้เราฟัง แม้จะไม่ดราม่าจนทำให้ชีวิตยากลำบากมากนัก แต่เชื่อว่าเรื่องราวของเธอน่าจะเป็นแนวทางและเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิตให้กับหลายคนได้

“ตอนเด็กๆ อู๋เรียนโรงเรียนหญิงล้วนมาโดยตลอด ฉะนั้นการมีแฟนเป็นผู้หญิงด้วยกันจึงถือเป็นเรื่องค่อนข้างปกติมาก อู๋เป็นเด็กผู้หญิงที่นิสัยห้าวๆ มาตั้งแต่เด็กแล้ว ด้วยความที่เราเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลของโรงเรียน ก็จะมีเพื่อนนักเรียนหญิงมากรี๊ดและมีคนเข้ามาหาเยอะ ซึ่งตอนนั้นเราก็รู้สึกว่ามันเท่ดีนะ

พอขึ้น ม.1 อู๋ก็เริ่มมีแฟนเป็นครั้งแรก แต่เป็นความรักแบบปั๊ปปี้เลิฟมากกว่า ซึ่งตอนนั้นเรายังไม่ค่อยรู้ว่าความรักคืออะไร เห็นเพื่อนมีแฟนกัน เราก็อยากมีบ้าง พอมีรุ่นพี่ ม.6 ในโรงเรียนมาชอบ ก็เลยคุยกันมาเรื่อยๆ และตกลงคบเป็นแฟนกัน”

อู๋ เผยว่า เธอรู้ตัวว่าชอบผู้หญิงด้วยกันมาตั้งแต่เรียนอยู่ ป.5 ที่โรงเรียนประจำ ซึ่งตอนนั้นเธอรู้สึกว่าเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งน่ารักดี แม้จะมีเพื่อนนักเรียนชายจากโรงเรียนอื่นมาเล่นด้วย แต่เธอกลับรู้สึกว่าไม่อยากยุ่ง ไม่อยากอยู่ใกล้

“ด้วยความที่อู๋เป็นลูกสาวคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง 4 คน ซึ่งเป็นผู้ชายทั้งหมด การอยู่กับพี่ชายมากๆ ก็มีส่วนทำให้อู๋เบี่ยงเบนเหมือนกันนะ (หัวเราะ) เพราะแทนที่อู๋จะได้เล่นอะไรแบบที่เด็กผู้หญิงทั่วไปเล่นกัน ก็กลายเป็นว่าต้องเล่นยิงปืน ขับรถแข่ง หรือต่อยมวยกับพวกพี่ๆ แทน เลยคิดว่าสภาพแวดล้อมก็น่าจะมีส่วนนิดๆ แต่พอโตขึ้นอู๋กลับคิดว่าจริงๆ แล้วมันอยู่ที่จิตใจมากกว่า สภาพแวดล้อมและสังคมก็แค่เป็นตัวช่วยบีบเท่านั้น แต่ถ้าเราชอบผู้ชายซะอย่าง ก็ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนใจเราได้” (ยิ้ม)

อู๋ บอกว่า ครอบครัวของเธอเป็นครอบครัวคนจีน แถมเธอยังเป็นลูกสาวคนเดียว พ่อแม่จึงทนุถนอมมากเป็นพิเศษ ตอนเด็กๆ แม่มักจะชอบจับเธอใส่กระโปรงให้ดูน่ารักฟรุ้งฟริ้งอยู่เสมอ จนขึ้น ป.5 เธอก็เริ่มรู้สึกว่าไม่ชอบใส่กระโปรงเอาซะเลย เพราะใส่แล้วรู้สึกตลกและไม่มั่นใจ เธอจึงเลิกใส่กระโปรงในชีวิตประจำวันมาตั้งแต่นั้น แต่ทว่าชีวิตในรั้วโรงเรียนและรั้วมหาวิทยาลัยก็ต้องทำตามระเบียบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“อู๋เรียนจบปริญญาตรีทางด้านบัญชีจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พอเรียนจบปุ๊บก็สมัครงานเป็นบาริสต้าที่ร้านกาแฟชื่อดังแห่งหนึ่งเลย ซึ่งคุณพ่อไม่เห็นด้วยอย่างแรง เพราะท่านส่งให้เราเรียนบัญชีก็เพื่อหวังจะให้มาช่วยกิจการที่บ้าน ซึ่งทำโรงงานผลิตพลาสติก แต่อู๋ก็รั้นมาทำงานเป็นบาริสต้าจนได้ เนื่องจากชอบทำขนมมาตั้งแต่เด็กและใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งจะต้องมีร้านกาแฟเป็นของตัวเอง”

สาวหล่อเข้าไปทำงานและเรียนรู้การเป็นบาริสต้า ฝึกฝนการทำลาเต้อาร์ต พร้อมกับเรียนหลักสูตรบาริสต้าและเรียนทำขนมอบเพิ่มเติมที่ สถาบัน เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิตธานี ไปด้วย ซึ่งช่วงที่เริ่มทำงานนี่แหละที่ทำให้เธอรู้จักความรักจริงๆ เป็นครั้งแรกกับสาวที่เรียกว่าแฟนได้แบบเต็มปาก แต่แล้วก็มีเหตุให้ต้องเลิกรากันไปด้วยความไม่เข้าใจกัน ซึ่งเจ้าตัวบอกว่ารู้สึกเสียใจไม่น้อย

“อู๋ทำงานที่ร้านกาแฟแห่งนั้นปีครึ่งได้ เรียกว่าทำลาเต้อาร์ตและชงกาแฟได้ทุกชนิดเลย จริงๆ แล้วอู๋อยากจะทำต่อนะ แต่ด้วยความที่งานหนักมาก ต้องยืนทั้งวัน วันละ 10 ชั่วโมง ก็ทำให้เกิดอาการเอ็นร้อยหวายอักเสบขึ้นมาจนต้องหยุดทำไปเลย”

หลังจากออกมาพักฟื้นร่างกายสักพักใหญ่ๆ จนหายดีแล้ว สาวหล่อจึงคิดที่จะเปิดร้านกาแฟและเบเกอรี่ของตัวเองขึ้น ซึ่งโชคดีที่คุณพ่อของเธอได้ช่วยหาสถานที่ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

“ร้านกาแฟของอู๋ชื่อ คาเฟ่ โอ เลต์ (Cafe au Lait) เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่า กาแฟใส่นม ร้านอยู่ใต้ตึกคอนโด ศุภาลัย พรีเมียร์ ราชเทวี นอกจากเปิดร้านกาแฟแล้ว อู๋ยังทำเบเกอรี่ส่งให้ที่อื่นด้วย บางครั้งก็รับจัดเคเทอริ่งในงานอีเวนต์เล็กๆ บ้าง พูดได้ว่าการเปิดร้านกาแฟและเบเกอรี่นั้นเป็นความฝันของอู๋เลยละ เมื่ออู๋สามารถพัฒนาจากการทำงานและการเรียนรู้จนเปิดร้านได้ก็รู้สึกภูมิใจมาก”

อู๋ บอกว่า ทุกวันนี้การที่เธอเป็นสาวห้าวที่ชัดเจนในตัวเอง เมื่อก่อนคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ค่อยอยากจะยอมรับสักเท่าไหร่ เพราะเธอเป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัว ท่านจึงคาดหวังว่าเธอจะต้องแต่งงานมีครอบครัวออกเรือนไป ซึ่งเธอก็ได้ลองพยายามแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จ

“ตอนเรียน ม.ปลาย อู๋เคยย้ายไปเรียนโรงเรียนสหศึกษา ตอนนั้นเห็นเพื่อนๆ มีแฟนเป็นคู่หญิงชายปกติ อู๋ก็เริ่มสับสนว่าตัวเองควรจะมีแฟนบ้างไหม ประกอบกับมีผู้ชายมาจีบ ซึ่งเป็นผู้ชายสะอาดสะอ้าน นิสัยดี อู๋ก็เลยลองคบดู แต่ก็ไปไม่รอด จนปัจจุบันนี้เราก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ และเขาได้กลายเป็นเกย์ไปเรียบร้อยแล้ว” (หัวเราะ)

อู๋ เสริมว่า หลังจากนั้นเธอก็ไม่คิดจะลองคบกับผู้ชายอีกเลย ซึ่งแต่ก่อนพ่อกับแม่ก็ยังไม่เลิกหวัง แต่ช่วง 2-3 ปีมานี้พวกท่านก็เลิกถามถึงเรื่องนี้ไปเลย และยอมรับได้ในตัวตนที่แท้จริงของเธอ

“ปัจจุบันนี้อู๋ทำแต่งาน ก็มีสาวที่คุยๆ ด้วยอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่ได้คบใครเป็นแฟนจริงจัง เพราะรู้สึกว่าตัวเองยังไม่พร้อม และอยากทำร้านกาแฟและทำเบเกอรี่ของตัวเองให้ประสบความสำเร็จเสียก่อน ถ้าเจอคนที่ใช่จริงๆ แล้วค่อยว่ากัน อู๋ชอบผู้หญิงสวยนะ ผมยาวด้วยยิ่งดี (หัวเราะ) แต่เหนือสิ่งอื่นใดความเข้าใจกันคือสิ่งสำคัญที่สุด”

อู๋ ทิ้งท้ายว่า สำหรับหลายคนที่ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แถมยังต้องเจอกับอุปสรรคชีวิตมากมาย ก่อนอื่นต้องยอมรับให้ได้ว่าคนเราเกิดมาไม่เหมือนกัน ฉะนั้นจงอย่าน้อยใจในโชคชะตาของตัวเองเลย ถ้าตัวเองทุกข์อยากให้มองย้อนไปดูว่ายังมีคนอื่นที่ทุกข์มากกว่าเราอีกเยอะ จงพัฒนาตัวเองต่อไปให้ดีทุกวัน อย่าคิดไปแข่งกับใคร ให้แข่งกับตัวเราเอง และทำให้ดีที่สุดก็จะเกิดผลดีในด้านต่างๆ ขึ้นเอง

“ทุกวันนี้มีคนรวยระดับพันล้านหลายคนที่เริ่มจากศูนย์หรือติดลบก็มี แต่เขาไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเองทุกวัน พวกเขาจึงมีวันนี้ได้ อย่างเราชาวเพศที่สามเองก็เหมือนกัน สมัยก่อนอาจจะลำบากที่จะเปิดเผย แต่สมัยนี้สังคมค่อนข้างที่จะเปิดรับเยอะมาก บางคนเป็นคนดังซึ่งสังคมยอมรับและให้เกียรติ ดังนั้นให้คิดว่าแม้เราจะเป็นเพศไหนก็ตาม แต่ถ้าเราเป็นคนเก่ง เป็นคนดี อู๋เชื่อว่าสังคมสมัยนี้ต้องให้การยอมรับอย่างแน่นอน เพียงแต่คุณต้องตั้งใจและกล้าที่จะพิสูจน์ตัวเองเท่านั้น”

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!