เพศที่สาม

สวยเว่อร์วัง อลังการ พวกเธอเท่านั้น (ที่ทำได้)

  • 15 ตุลาคม 2558 เวลา 16:48 น.
  • | เปิดอ่าน 1,442
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

สวยเว่อร์วัง อลังการ พวกเธอเท่านั้น (ที่ทำได้)

โดย...โจนาสเตเชีย  ภาพ : มาดามมด-แม่บ้านมีหนวด

มาพร้อม “ความเว่อร์วังและอลังการ” จนชวนให้เหลียวหลังไปมองเสื้อผ้าหน้าผมเสียทุกครั้ง จัดน้อยไม่เป็น ต้องเยอะและเต็มเข้าไว้ยามเมื่อปรากฏกาย ไม่มีครั้งไหนที่จะเรียกว่าธรรมดา ทั้งๆ ที่เบื้องหลังพวกเธอก็ไม่ได้มาจากดาวอังคาร แต่เพราะแฮปปี้และสนุกที่จะสร้างสรรค์ จึงนำมาซึ่งภาพลักษณ์แซ่บๆ ให้ผู้คนได้จดจำถึงบัดนี้

ใครกันที่ทำได้ ใครน้าที่กล้าทำ ถ้าไม่ใช่ “ตัวแม่” ที่ทำเอาทุกคนร้องอ๋อ สองดาวเด่นที่โลกต้องจารึก “แม่บ้านมีหนวด” กับ “มาดามมด” ให้เกียรติมาเปิดใจถึงสิ่งที่เห็น กว่าจะเป็น “แฟชั่นไอคอน เว่อร์วังอลังการ”

ทำไมต้องใหญ่ ต้องเยอะ ต้องแปลก ต้องแหวก สองสาวให้คำตอบคล้ายกัน ล้วนมาจากรสนิยมที่ชื่นชอบการแต่งตัวอยู่ในสายเลือด เป็นมาตั้งแต่เด็ก พอแตกเนื้อสาว เมื่อมีโอกาสและจังหวะเหมาะ หัวใจพวกเธอก็เลยเพลิดเพลินเกินจะมานั่งแคร์สายตาชาวบ้าน อยากทำก็ทำ อยากแต่งก็แต่ง แต่กฎเหล็กคือไม่เดือดร้อนแก่คนรอบข้าง ไม่สร้างความรำคาญแก่คนที่รัก

แม่บ้านมีหนวด : “ชอบแฟชั่นค่ะ ชอบแต่งตัวอยู่แล้ว ก็เลยแต่ง ซึ่งน้องก็แต่งแบบว่าเยอะ (หัวเราะร่วน) แต่พอดีในแบบของน้องนะคะ”

มาดามมด : “ส่วนใหญ่จะแต่งตามใจค่ะ ที่เห็นหนูจัดเต็มนี่เพราะใจมันอยากแต่ง แล้วก็มีการใส่ความครีเอทีฟเข้าไปด้วยบวกกับจินตนาการ”

แม่บ้านมีหนวด

ออกงานต้องเต็ม ไม่เต็มออกไม่ได้ อีเวนต์ไหนไม่เต็มถือว่าเป็นตัวปลอม ไม่ใช่เพราะทั้งคู่กลัวว่าหน้าเปลือยไม่สวย แต่ด้วยอยากให้คนที่กำลังจับจ้องได้ยลความงามและความสร้างสรรค์ในแบบฉบับพวกเธอเป็น เห็นแล้วประทับใจจิต ขณะที่เวลาอยู่บ้านพวกเธอก็ไม่ขนาดนั้น ขอพักหน้าและพักร่าง เป็นคนธรรมดาน่ารัก ไม่ต้องมีขนตา ผ้าพลิ้ว ทรงผมจานบิน

แม่บ้านมีหนวด : “ถ้าอยู่บ้านก็ขอดูแลผิวค่ะ ร่างกายจะพยายามไม่เอาของอะไรมาใส่เยอะ ถ้าจะใส่ก็ให้น้อยที่สุด บางทีก็ไม่ใส่เลยค่ะ อันนี้เป็นเรื่องปกติของน้อง (หัวเราะร่วน) แต่พอจะต้องออกงานต้องขอใหญ่ขอเต็ม เพราะน้องก็อยากให้เกียรติกับงานและเจ้าของงานด้วย แต่งให้ถูกกาลเทศะ แต่งให้เหมาะกับตัวเอง น้องว่ามันสำคัญและจำเป็นมากนะคะ”

มาดามมด : “จริงๆ หนูเป็นคนเรียบร้อยนะ (หัวเราะร่วน) จริงๆ คร้าาา (ย้ำเสียงสูง) อยู่บ้านไม่เปรี้ยวอย่างนี้หรอก แต่ก็ไม่ใช่ผู้หญิงหวาน ยิ่งไปวัด เพราะหนูชอบไปวัดไง ก็จะแต่งเป็นสาวเรียบร้อย ต้องสุภาพ ต้องให้เหมาะกับสถานที่ ถ้าจะออกงานก็ต้องเปลี่ยนคาแรกเตอร์ หนูว่าบทบาทและหน้าที่นำมาซึ่งคาแรกเตอร์ต่างๆ แล้วแต่งานว่าเป็นงานอะไรมากกว่าค่ะ”

มาดามมด

สองสาวก้าวมาถึงจุดนี้ได้ สร้างคาแรกเตอร์เด่น ต้องปรบมือให้ รัว รัว รัว แค่สามรัวอาจไม่พอ คงต้องรัวยาวๆ ในความกล้าบ้าบิ่นและความหลงใหลในแฟชั่นที่พวกเธอก็เน้นคนละสไตล์ แต่มาบรรจบกันคือความเว่อร์วังอลังการ เบื้องหลังการทำงาน นานนนนนค่ะ ทั้งคู่พูดตรงกัน กว่าจะสำเร็จร่างเป็นแม่บ้านมีหนวดกับมาดามมด เหนื่อยและหนักบ้างไปตามอารมณ์ ถึงอย่างนั้นสองสาวก็มิหวั่น ขอจัดให้และต้องจัดเต็ม

แม่บ้านมีหนวด : “เร็วสุดคือ 15 นาที เสร็จค่ะ แต่ปีแรกๆ นะคะ เอ๋! ปีนี้ก็เข้าปีที่ 4 แล้วนะ (หัวเราะเอิ๊กอ๊าก) เพราะเคยบอกกับแม่ว่าจะแต่งแบบนี้แค่ 2 ปี แต่วันนี้ก็ยังไม่หยุดค่ะ (หัวเราะต่อ) หลังๆ ก็ใช้เวลานานมากขึ้น บางงานก็อาจกินเวลา 3 วัน ต้องเตรียมทุกสิ่งอย่างไว้ เพราะชุดน้องก็จะต้องทำเอง ออกแบบเอง เย็บเอง อยากสวยก็ต้องทำเองค่ะ ของน้องจะเน้นผ้าเป็นหลัก ใช้ผ้าเยอะและเปลืองมากกก แหล่งซื้อของก็สำเพ็ง ไปเดินซื้อเอง ของเหลือใช้ที่สามารถเอามาประยุกต์ก็มี ประเภทแพงๆ ก็มี แต่ไม่บ่อย นานๆ ก็ใช้ผ้าดีเลย แอกเซสซอรี่ก็ซื้อที่สำเพ็ง ซื้ออะไหล่มาประกอบเอง เป็นต่างหูเป็นสร้อยคอ ไปซื้อจนซี้กับแม่ค้า แม่ค้าก็ลดราคาให้

ดีไซน์ก็สร้างสรรค์ของน้องไปเรื่อย อาศัยความชอบบวกกับความรู้ด้านภาพยนตร์ที่เรียนมา ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเอามาใช้ได้จริงหรือเปล่ามั้ย (หัวเราะชอบใจ) เทรนด์แฟชั่นก็อัพเดทค่ะ แต่ก็แค่ดูเป็นความรู้ งานแฟชั่นวีกในเมืองไทยที่ได้ไปเพราะรู้จักกัน เชิญมาน้องก็ต้องไป ไปดูว่างานเขาเป็นยังไง เป็นเกียรติแก่ตัวเองและเจ้าของงานด้วย อย่างไปงานแบบนี้น้องก็ต้องเต็ม คนเห็นชุดเราแล้วยิ้ม น้องก็แฮปปี้แล้วนะ”

แม่บ้านมีหนวด

มาดามมด : “ส่วนตัวจะชอบสัตว์กับการ์ตูนเป็นพิเศษ ชุดที่ออกมาจะมาแนวๆ นี้ ก็มีหมา แมว ปลาหมึกก็ชอบ ใส่ความคิดสร้างสรรค์เข้าไป กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดชุดที่หลายๆ คนเห็นกัน เสื้อผ้าก็ใช้วิธีมิกซ์แอนด์แมตช์ค่ะ ออกแบบเอง มีบ้างที่เป็นของแบรนด์ ก็อยู่ที่งานว่าใครเป็นสปอนเซอร์ แต่ส่วนใหญ่จะออกแบบเอง หาจากสิ่งที่มีอยู่นี่แหละ ตามใจอยากแต่งบวกกับแรงบันดาลใจและจินตนาการจัดเต็มไปเลยค่ะ แนวแฟนซีก็มีนะ เวลาในการแต่งตัว ถ้าไม่รีบก็ไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง หรืออาจจะนานกว่านี้ ถ้างั้นไม่พร้อมและไม่สวย (หัวเราะ) แบบที่รีบและไม่เยอะก็ประมาณครึ่งชั่วโมง ทุกอย่างต้องเตรียมล่วงหน้าค่ะ ยิ่งงานไหนรู้ธีมงานเนิ่นๆ ก็จะเตรียมไว้ก่อน

หนูว่าการอินกับสิ่งที่เรากำลังทำและกำลังคิดมันช่วยให้เราไปถึงจุดหมายได้ ทุกครั้งที่หนูแต่ง หนูก็จะรู้สึกอินกับมัน พออินมันก็จะกลายเป็นความรักและความสุข เหนื่อยมั้ย เหนื่อยค่ะและหนักหัว (หัวเราะร่วน) แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรค เพราะมันเป็นสิ่งที่หนูแฮปปี้ อย่างข่าวว่าหนูป่วย ก็เป็นธรรมดาของคนที่ใช้ร่างกายและใบหน้าเยอะ ใช้บ่อยๆ ก็ต้องป่วยกันได้ ตอนนี้ไปหาหมอเรียบร้อย อยู่ในความดูแลของหมอ แฟนๆ สบายใจได้ค่ะ”

เชื่อหรือยังละว่าพลังแห่งความสร้างสรรค์ของสองสาวไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน มิหนำซ้ำยังส่งต่อพลังตัวแม่ไปถึงรุ่นน้องที่อยากจะลุกขึ้นมาแต่งตัวในแบบตัวเอง “ม๊าเดี่ยว” ซึ่งเราพยายามติดต่อขอสัมภาษณ์ แต่ท่าทางน้องจะยุ่งและวุ่นกับการเตรียมแฟชั่นเซตสาวบ้านนา ใครอยากยลโฉมแฟชั่นที่เกิดจากพลังสร้างสรรค์ทางบวกก็ส่องไปที่เฟซบุ๊กของสาวน้อยคนนี้ได้ ส่วนอีกหลายๆ คน ไม่ว่าจะมีเพศสภาพอย่างไร ที่ใจยังไม่กล้าปฏิวัติเรื่องการแต่งตัว สองสาวตัวแม่บอก อยากแต่ง แต่งเลย และไม่จำเป็นต้องแต่งตามพวกเธอ ขอแค่แต่งตามที่ตัวเองชอบและมันใช่ที่สุด เท่านี้ความสุขก็ล้นปรี่

มาดามมด

แม่บ้านมีหนวด : “เรื่องการต่อยอดทำแบรนด์แฟชั่น ตอนนี้ก็เริ่มแล้วค่ะ น้องจะเริ่มด้วยกระเป๋ากับจิวเวลรี่ก่อน ส่วนเสื้อผ้าก็ไม่รีบ แต่น้องจะไปจับกลุ่มฝรั่งเลยนะ คนไทยและในเมืองไทยคงไม่ใช่ทาร์เก็ต เพราะฝรั่งเก็ตกับงานที่น้องทำมากกว่า เป็นงานทำมือที่ใส่ทั้งความคิดสร้างสรรค์และความเป็นศิลปะ ต้นทุนสูงหน่อย ส่วนคนที่อยากจะแต่งตัวก็ตามใจตัวเองชอบเลย ไม่ต้องของแพง ให้แนะนำเหรอคะ เมืองไทยหนึ่งวันมีสามฤดู เฟอร์สักชิ้น ชุดว่ายน้ำ เสื้อกันฝัน ร่มกันแดดไม่ต้อง

ชีวิตตอนนี้ก็แฮปปี้ค่ะ แต่ขอเปลี่ยนชื่อเป็นแม่หม้ายมีหนวด (หัวเราะชอบใจ) เพราะเป็นแม่หม้ายไงคะ เลิกกับสามี (หัวเราะร่วน) แต่ก็ไม่ซีเรียสนะ ทำงานอย่างเดียวก็แทบจะไม่มีเวลานอนแล้ว เป็นแม่หม้ายแต่ก็ยังไว้หนวดอยู่ ในชีวิตนี้น้องเคยโกนหนวดครั้งเดียวตอนรับปริญญา ก่อนนั้นและหลังจากนั้นก็ไว้หนวดตลอด โกนไม่ได้ โกนแล้วหน้าจะกลมแบนและโล้น ไม่โอเคมากกกกก (หัวเราะลั่น)”

มาดามมด : “ในหัวไม่มีความคิดจะทำแบรนด์แฟชั่นตัวเองเลยนะ เพราะหนูไม่ถนัด แต่จะให้ครีเอทีฟเป็นงานๆ ไปพอไหว น่าจะสนุกกว่า เรื่องการแต่งตัวต่อไปถ้ามันเดินทางถึงจุดอิ่มตัว หนูก็คงจะเปลี่ยนเป็นมินิมอลลิสต์ละ เพราะความเยอะความอลังการสำหรับหนูมันไม่รู้จะไปทางไหนละ ฉีกจนไม่รู้จะฉีกยังไงละ (หัวเราะร่วน) ตอนนี้ยังสนุกกับมันอยู่ก็ยังสามารถแต่งได้ ใครที่อยากแต่งก็ดูว่าตัวเองชอบอะไร ยังไง อยากหัวเด่นก็ต้องมีหมวก อยากปากกับตาเด่นก็เน้นสีปากกับขนตา แต่ขอให้ถูกกาลเทศะ หรือจะติดเฟอร์ไว้สักชิ้นก็ไม่เสียหาย แล้วอย่าด่วนไปตัดสินคนจากการแต่งตัว จนกว่าคุณจะรู้จักตัวตนของคนนั้นนะคะ

ความรักเหรอคะ ฟงแฟนไม่มีหรอกค่ะ (หัวเราะในลำคอ) เพราะหนูจะเป็นคนโฟกัสทีละอย่าง แรกๆ ก็มีสอนภาษานั่นนู่นนี่ แล้วก็ต้องเลิกสอนไป เพราะมีงานวงการบันเทิงอื่นเข้ามา ถ้ามีแฟน หนูก็อาจจะไปโฟกัสแฟนอย่างเดียว จนไม่อยากทำงานก็ได้นะคะ ตอนนี้เลยอยากโฟกัสกับงานแสดงและงานที่มีคนมาจ้างมากกว่าค่ะ”

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!