เพศที่สาม

อะไรซ่อนอยู่หลังหน้ากาก

  • 22 ตุลาคม 2558 เวลา 16:14 น.
  • | เปิดอ่าน 1,349
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

อะไรซ่อนอยู่หลังหน้ากาก

โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ ไจ๋ ซีร่า มาดอนน่า เมืองไทย/ปันปัน

ในกลุ่มสนทนาของบ่ายวันหนึ่ง นอกจากผู้เขียนแล้วประกอบด้วย ไจ๋ ซีร่า มาดอนน่า เมืองไทย หรือแดร็กควีนพันหน้า อีกคนคือปันปัน แดร็กควีนน้องใหม่ไฟแรงร้อน ปันปัน นาคประเสริฐ หรือ ปัน จีน่า ฮิลล์ จุดมุ่งหมายของเรายามนี้คือแดร็กควีน อะไรและสิ่งใดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังใบหน้าที่ฉาบเต็มด้วยเครื่องสำอางของพวกเธอ เครื่องสำอางที่หนาหนักราวกับหน้ากากเหล่านั้น เหมือนกับอนุญาตให้พวกเธอทำอะไรก็ได้ที่อยากจะทำ เป็นอะไรก็ได้ที่อยากจะเป็น...จริงหรือเปล่า

แดร็กควีน (Drag Queen) คือเกย์ที่ยังคงเป็นผู้ชาย แต่จะแต่งหญิงเนื่องในโอกาสและงานแสดงต่างๆ แตกต่างจากกะเทย หรือทรานส์เจนเดอร์ ที่ข้ามเพศหรือผ่าตัดแปลงเพศแล้ว ซึ่งเมื่อพูดถึงแดร็กควีนแล้ว เราต้องนึกถึงภาพการแต่งหน้าแต่งตาแบบจัดเต็ม แรง แซ่บ เวอร์ และดุโหด

สำหรับวงการแดร็กควีนในไทย ไจ๋ ซีร่า มาดอนน่า เมืองไทย ให้ความเห็นว่า ยังไม่เปิดกว้างและเฟื่องฟูเท่าที่ควร เมื่อเปรียบเทียบกับแดร็กควีนในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นฟิลิปปินส์ มาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย ซึ่งเปรี้ยงปร้างกว่ามาก ทั้งในแง่ของสไตล์ของตัวแดร็กควีนเอง ทั้งในแง่ของการยอมรับ หรือในแง่มุมอื่นใด

“แดร็กควีนในเมืองไทยยังไม่เป็นที่รู้จัก หรือถ้าจะโด่งดังก็อยู่ในวงแคบๆ สำหรับไทยซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องความสวยของสาวประเภทสอง เลยกลายเป็นทัศนคติและค่านิยมของแดร็กควีนรุ่นใหม่ๆ ว่า อยากสวย อยากดูละมุน อยากดูเป็นผู้หญิง นั่นหมายความว่า ตัวแดร็กควีนเองก็ไม่เข้าใจความเป็นแดร็กควีนของตัวเอง” ไจ๋ ซีร่า เล่า

ใช่! แม่แบบคือวัฒนธรรมแดร็กควีนที่หลั่งไหลมาจากทางฝั่งยุโรป หากประเทศต่างๆ ต่างก็มีรูปแบบเฉพาะของแดร็กควีนในประเทศของตัว ในความเห็นของมาดอนน่า เมืองไทยแล้ว หัวใจของแดร็กควีนคือ การตีความ ตีโจทย์ หรือแม้กระทั่งสร้างโจทย์ใหม่ๆ ให้ตัวเอง คือการท้าทายตัวเอง และนำพาตัวเองออกมาจากกรอบ แดร็กควีนเพอร์ฟอร์มเมอร์ต้องไม่อยู่ในกรอบ

“ต้องเข้าใจก่อนว่า จุดเริ่มต้นของแดร็กควีนเริ่มจากความสนุก เกิดจากแนวคิดที่ต้องการจะแต่งกายล้อเลียนเพศตรงข้าม เส้นบางๆ ที่คั่นอยู่ระหว่างความตลกขบขันกับความสนุก คือศิลปะและการตีความของตัวแดร็กควีนเอง คือศิลปะและการตีความของคนดู เรื่องแบบนี้เติบโตไปด้วยกัน”

ไจ๋ ซีร่า มองว่า แดร็กควีนไทยยังไม่ก้าวข้ามผ่านกรอบที่สังคมกำหนดให้ เช่น ความสวยความละมุนเหมือนหญิง ที่ครอบแดร็กควีนไว้เป็นส่วนใหญ่ กลายเป็นการแสดงแบบครึ่งๆ กลางๆ จะแซ่บก็ไม่แซ่บ จะดุก็ไม่ดุ รวมทั้งการไม่แม้แต่จะพยายามตีความโจทย์ทางศิลปะในฐานะนักแสดง เพราะฉะนั้นก็ได้แต่ความสวย หากไม่มี “ความเก๋” อย่างที่นักแสดงแดร็กควีนควรมีควรเป็น

“คือแม้แต่ความเก๋ แดร็กในไทยก็ยังก๊อบปี้เลย เพราะฉะนั้นก็เป็นข้อจำกัดอยู่เหมือนกัน แล้วเมื่อไหร่ล่ะถึงจะดูเก๋อย่างเขา เมื่อไหร่ล่ะภาพของยูถึงจะไม่เป็นตัวตลก” ไจ๋ ซีร่า เล่า

เวทีแดร็กควีนในไทยเปิดกว้าง แต่ไม่มีใครที่จะทำให้ภาพของแดร็กควีนชัดเจนขึ้นมาได้ แดร็กควีนตัวแม่ เล่าว่า แอบมองแดร็กเจนรุ่นใหม่ๆ คนใหม่ๆ ที่ขึ้นมา “ยูหลุดกรอบออกมาให้ได้สิ” ส่วนใหญ่ยังคงตีกรอบตัวเอง ถูกครอบด้วยสังคมและความต้องการเห็นแดร็กแต่งหญิงแบบสวยหวาน จะ “เก๋” ได้ต้องใส่ความคิดสร้างสรรค์ ต้องกล้าที่จะตีความด้วยตัวของตัวว่า การแสดงควรเป็นอย่างไร การแสดงควรจะมีลักษณะอย่างไร

มองให้ทะลุหน้ากากของเครื่องสำอางที่โปะอยู่ แดร็กควีนที่แท้คือรูปแบบและสไตล์ของตัวเอง คือการสร้างสรรค์ คือการแต่งหน้า คือการแต่งตัว คือการแสดง รวมทั้งทักษะพิเศษที่ต้องใช้ในการแสดง เช่น การเต้น คือการสร้างไอเดนทิตี้ หรือตัวตนของคนคนหนึ่งขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่แค่แต่งหน้าแรงๆ และลิปซิงก์ได้ แต่ต้องมีความสามารถในการแต่งหน้าและการจัดการลุคที่เสร็จเด็ดขาด

ด้าน ปันปัน หรือ ปัน จีน่า ฮิลล์ แดร็กควีนรุ่นน้อง เล่าว่า ทำงานเป็นแดร็กควีนก็เพราะสนุก มีความสุขกับการทำให้คนอื่นมีความสุข ได้ยินเสียงหัวเราะของคนดูเหมือนได้เยียวยาตัวเอง การเป็นแดร็กควีนนั้น คุณสมบัติที่ต้องมีเป็นลำดับแรกคือ ความสามารถในการแต่งหน้า เรื่องนี้เป็นเรื่องยากและเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝน ต้องพัฒนาความเชี่ยวชาญ

“ไม่ใช่การแต่งหน้าให้ดูสวย แต่เป็นการแต่งหน้าที่เปลี่ยนชายให้กลายเป็นหญิง เป็นทักษะชั้นสูง ที่ต้องพัฒนาไปพร้อมกันทั้งเทคนิคและมุมมองทางศิลปะ หลักการคือ การลบหน้าของตัวเองให้เป็นกระดาษหนึ่งแผ่น จากนั้นก็วาดหรือระบายเพื่อสร้างโครงหน้าใหม่ หน้าต้องเปลี่ยนแบบสิ้น อันนี้คือความสามารถที่แดร็กควีนต้องมี”

แดร็กควีนต้องรู้จักหน้าตัวเอง ก่อนแต่งหน้าต้องรู้วิธีลบหน้า ใบหน้าเรียบว่างเหมือนกระดาษเปล่าแล้ว จึงค่อยวาดหรือระบายหน้าให้กลายเป็นใครที่อยากเป็น เรื่องใส่เต็มหรือโบ๊ะด้วยเครื่องสำอาง สำหรับปันปันแล้วเหมือนได้ใส่หน้ากากให้ตัวเอง เป็นหน้ากากที่ทำให้ได้โลดเล่นแสดงเป็นคนอื่น หมื่นร้อยพันบนเวทีตั้งแต่ แองเจลินา โชลี สาวผมบลอนด์ หรือเทพธิดางู ขณะเดียวกันก็เป็นหน้ากากที่ทำให้เป็นตัวของตัวเองได้มากที่สุด

“เมื่อใบหน้าได้ซ่อนอยู่หลังหน้าฉากเครื่องสำอาง เราก็ไม่ใช่เราอีกต่อไป ขณะเดียวกันเราก็เป็นเราอย่างที่สุด เรากลายเป็นเราที่แข็งแรง เราเต็มไปด้วยความแซ่บ ความดุ ความโหด เบื้องหลังหน้ากากนี้ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ เพราะเราจะกล้าขึ้น เราจะสูงขึ้น พอใส่ส้นสูงปุ๊บ เราก็กลายเป็นไดโนเสาร์ยักษ์ ที่มองเห็นทุกอย่าง เห็นทะลุคนทุกคนที่ดูการแสดงของเรา” ปันปัน เล่า

ตบท้ายด้วย ไจ๋ ซีร่า ที่เล่าว่า แดร็กควีนที่ได้รับการยอมรับในวงการบ้านเรามีน้อย สำหรับไจ๋ ซีร่า แล้ว ชื่นชมเป็นพิเศษกับแดร็กควีนร่วมวงการ ทั้งปันปัน หรือ ปัน จีน่า ฮิลล์, พัทยา ฮาร์ท และก็อต ซูซี่ ขณะเดียวกันก็แอบเป็นกำลังใจให้รุ่นน้องอีกหลายคนที่ก้าวตามมา ปัจจุบันนอกจากจะเป็นแดร็กควีนตัวแม่ผู้รักในการตีโจทย์ทางศิลปะแล้ว ไจ๋ ซีร่า ยังคงแสดงในงานอีเวนต์ต่างๆ รวมทั้งทำธุรกิจวิกผมนำเข้าคุณภาพสูงจากออสเตรเลีย ส่วนปันปันแสดงในหลายเวทีและงานอีเวนต์เช่นกัน

“แดร็กควีนต้องเข้าใจตัวเอง ต้องเข้าใจโจทย์ในชีวิต จะไปถึงจุดนั้นได้ ต้องเห็นความจริงมากพอ การวิ่งตามความสุขแบบโลกๆ ถ้ายังมีความสุขอย่างนั้น ก็ไม่แปลกที่จะวิ่งต่อไป โลดแล่นต่อไป ใช่! เมกอัพช่วยให้เราเป็นใครก็ได้ ช่วยให้เราทำอะไรก็ได้ ยิ้มกว้างที่สุดให้คนดูของเราแล้วตอนถอดหน้ากากหรือเช็ดเครื่องสำอางออก อย่าลืมรู้สึกถึงตัวเราที่อยู่ข้างใน ยิ้มให้ตัวเองได้ แค่นี้”

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!