ไลฟ์

ฉัตรฤดี ศุขตระกลู สร้างธุรกิจพร้อมรับผิดชอบสังคม

  • 06 มกราคม 2561 เวลา 09:51 น.
  • | เปิดอ่าน 157
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

ฉัตรฤดี ศุขตระกลู สร้างธุรกิจพร้อมรับผิดชอบสังคม

โครงการ “เซ็นทรัลอาสาพัฒนาชุมชน” เป็นหนึ่งในหลายๆ โครงการที่ทาง “มูลนิธิเตียง จิราธิวัฒน์” ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2553 โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั่วทุกพื้นที่ และได้มีการศึกษาหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมกับน้อมนำพระราชดำรัสความพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาเป็นหลักในการดำเนินการรับผิดชอบของธุรกิจต่อสังคม เพราะเชื่อว่าการช่วยสนับสนุน “ด้านเศรษฐกิจพอเพียง” ให้แข็งแรง ก็จะทำให้บ้านหลังใหญ่ยืนอยู่ได้อย่างมั่นคง

ทางมูลนิธิจึงเล็งเห็นความสำคัญของการสร้างอาชีพที่มั่นคงให้แก่ชุมชนในด้านผลผลิตทางการเกษตร เพื่อเป็นการพัฒนาอาชีพของชุมชนอย่างยั่งยืน สามารถเพิ่มรายได้และพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต โดยการช่วยเหลือสนับสนุนชุมชนสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตผลทางการเกษตรในรูปแบบต่างๆ โดยมีแบรนด์ “เดอะ เทอเรส” ร้านอาหารในเครือเซ็นทรัล เรสตอรองส์ เป็นส่วนหนึ่งที่มีส่วนร่วมสนับสนุนพี่น้องเกษตรกรไทย

ฉัตรฤดี ศุขตระกูล ผู้อำนวยการอาวุโส แบรนด์ เดอะ เทอเรส บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป เปิดเผยว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ที่เราได้ร่วมในการสนับสนุนโครงการเซ็นทรัลอาสาพัฒนาชุมชน โดยการนำผลิตภัณฑ์เกษตรชุมชนมาแปรรูปและจำหน่ายภายในร้าน อาทิ สับปะรดนางแล จ.เชียงราย ผลิตภัณฑ์ข้าวสังข์หยดจาก จ.พัทลุง ผลิตภัณฑ์ข้าวไรซ์เบอร์รี่ จ.ชัยนาท ข้าวเหนียวลืมผัวจาก จ.ตาก ซึ่งทุกโครงการถือว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

โดยเฉพาะเมนูไอศกรีมกะทิ-ข้าวเหนียวลืมผัว ที่ลูกค้าถามถึงจนต้องนำมาเป็นเมนูประจำของทางร้าน

“ทั้งนี้ เพื่อเป็นการต่อยอดโครงการในปีนี้ทางมูลนิธิได้ส่งเสริมให้ชุมชนนำผลิตภัณฑ์ข้าวมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เส้นหมี่และอื่นๆ อีกทั้งทางแบรนด์เองก็ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์บางตัวที่ใช้ส่วนผสมของข้าว เช่น การทำครีมข้าวและการทำนมน้ำข้าว

ขณะเดียวกัน เราก็ร่วมคิดและพัฒนาเมนูมาเป็นรายการอาหารใหม่ๆ แทนการบริโภคเป็นเมล็ดข้าวเท่านั้น โดยมีทั้งอาหาร ขนมหวาน ให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลอง ไม่ว่าจะเป็นเส้นหมี่ข้าวสังข์หยด+แกงเขียวหวานปลากะพงทอด หรือจะเป็นอาหารจานเดียว ข้าวสังข์หยดผัดแจ่ว+ไก่ย่าง สเต๊กปลากะพงเพสโต้ไรซ์+ข้าวสังข์หยดผัดกระเทียม และเมนูทานเล่นอย่างลาบวุ้นเส้น+แครอททอดกรอบ อีกทั้งขนมหวาน กล้วยไข่สาคูครีมข้าวสังข์หยด และเครื่องดื่มสมูทตี้สังข์หยดไรซ์ เป็นต้น”

นอกจากนี้ ฉัตรฤดี บอกว่า เดอะ เทอเรส ยังได้เข้าร่วมโครงการ “Food 4 Good พี่อิ่มท้อง น้องอิ่มด้วย” ซึ่งเกิดจากความตั้งใจในการช่วยแก้ไขปัญหาทุพโภชนาการของเด็กไทย ที่ขาดแคลนให้ได้รับประทานอาหารที่มีโภชนาการที่ดีและครบถ้วนอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของบริษัทได้แบ่งปันรายได้จากการขายอาหาร 6 เมนูพิเศษ โดยตัด 10 บาท/จาน ไปสนับสนุนค่าอาหารให้กับเด็กๆ ภายใต้การดูแลของโครงการใน 3 มูลนิธิ ได้แก่ สหทัยมูลนิธิ มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ และมูลนิธิบ้านนกขมิ้น โดยที่ผ่านมาสามารถระดมเงินเข้าโครงการได้ 2,500 มื้อ

“เพราะเรามองว่าเรื่องโภชนาการถือเป็นความจำเป็นและความสำคัญอันดับแรกในการพัฒนาเด็กที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคตได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนจะทำโครงการดังกล่าวในปีหน้าซึ่งเป็นการรวมกลุ่มพนักงานและพาร์ตเนอร์ของบริษัท

เดอะ เทอเรส ร้านอาหารไทยที่ให้บริการมากว่า 40 ปี พนักงานส่วนใหญ่อยู่กับเรามานาน มีความผูกพันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การทำให้พนักงานรักองค์กรในท่ามกลางการแข่งขันสูงเป็นหัวใจหลักในการบริหาร โครงการเหล่านี้ถือว่าบริษัทมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการดำเนินกิจการภายใต้หลักจริยธรรมและการจัดการที่ดี อันนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์กรต่อไป นั่นคือบทบาทในฐานะผู้บริหารเดอะ เทอเรส” ฉัตรฤดี กล่าว

ขณะเดียวกัน ความเป็นตัวตนของฉัตรฤดีเอง ก็มีจุดมุ่งมั่นน้อมนำแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ในการดำเนินชีวิตและทำงาน พร้อมนำความรู้ความสามารถที่มีไปช่วยเหลือผู้อื่น

ฉัตรฤดี กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยตนเองจบจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้มีการรวมกลุ่มตั้งแต่สมัยที่เป็นประธานนักศึกษาจนถึงปัจจุบันจัดกิจกรรมมอบอุปกรณ์การเรียนและกีฬาให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลนในต่างจังหวัด มองว่าเป็นการเปิดโอกาสในการช่วยเหลือเด็กผู้ยากไร้ เป็นการช่วยเหลือสังคมร่วมกัน ซึ่งในแต่ละปีจะจัด 1-2 ครั้ง ซึ่งในเดือน ธ.ค. 2560 ที่ผ่านมา ได้ไปที่ จ.สระบุรี

สำหรับในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ ทางร้านได้จัดโปรโมชั่นพร้อมออกเมนูใหม่ช่วง Let's Celebrate รับเทศกาลปีใหม่ อีกทั้งจัดเซตน้ำพริก 3 ขวด จำหน่ายราคา 299 บาท มาพร้อมคูปองส่วนลดมากกว่า 300 บาท ปกติจำหน่ายขวดละ 105 บาท และพันช์น้ำทับทิมขนาด 1 ลิตร จำหน่ายขวดละ 95 บาท ซึ่งผู้บริโภคนอกจากจะได้บริโภคของอร่อยแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนผลิตผลทางเกษตรที่นำมาผลิตเป็นอาหารคาวหวานไปในตัวอีกด้วย

..........ล้อมกรอบ..........

โครงการ FOOD 4 GOOD

สมทบทุนค่าอาหารเด็กมื้อละ 20 บาท เพื่อโภชนาการที่ดีสมวัย ธุรกิจร้านอาหารชั้นนำและโรงแรมที่ต่างมีความหลากหลาย จับมือร่วมแก้ปัญหาการขาดแคลนการอาหารในเด็กและเยาวชนในประเทศไทย เพราะมั่นใจว่าธุรกิจสายอาหารย่อมมีความเชี่ยวชาญด้านโภชนาการและสามารถใช้ธุรกิจเป็นกลไลในการแก้ปัญหาได้ จึงริเริ่มโครงการ FOOD 4 GOOD พี่อิ่มท้อง น้องอิ่มด้วย

จากสถิติขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ในปี พ.ศ. 2556 จากประชากรทั้งหมดกว่า 64 ล้านคน คนไทย 5.8% ขาดสารอาหารและนอกเหนือจากนี้ ยังมีคนไทย 13% ที่ไม่ได้รับอาหารเพียงพอ จากที่องค์การ FAO สำรวจสถานการณ์ขาดแคลนอาหารเด็กไว้ล่าสุด โดยเฉพาะในเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี พบว่า มีถึง 4.7% หรือ 178,600 คน ที่อยู่ในภาวะขาดสารอาหารรุนแรงและ 15.7% หรือ 596,600 คน อยู่ในภาวะขาดอาหารจนทำให้การเติบโตต่ำกว่าเกณฑ์

18 ธุรกิจร้านอาหารชั้นนำของกรุงเทพฯ ที่เป็นสมาชิกโครงการ จึงใช้ธุรกิจของตนเป็นกลไกในการช่วยแก้ปัญหานี้ โดยการคัดสรรเมนูอาหารพิเศษ ยอดฮิต ที่มีคุณภาพและเป็นประโยชน์อย่างน้อย 1 เมนู/ร้าน เข้ามาร่วมเป็นเมนูในโครงการ FOOD 4 GOOD และแบ่งปันรายได้ส่วนหนึ่งจากเมนูอาหารร่วมโครงการ ไปสนับสนุนค่าอาหารให้แก่องค์กรที่ทำงานเพื่อเด็กยากไร้ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการแบ่งปันไปสู่เด็กและเยาวชนผู้ขาดแคลนอาหาร ได้แก่ สหทัยมูลนิธิ มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ และมูลนิธิบ้านนกขมิ้น ซึ่งดูแลเด็กและเยาวชนอยู่กว่า 1,000 คน และหวังว่าจะสามารถกระจายไปยังองค์กรอื่นๆ อีกหลายแห่งทั่วประเทศไทยในอนาคต

วัตถุประสงค์โครงการ

1.เพื่อสร้างความร่วมมือของเครือข่ายร้านอาหาร เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคมไทย

2.เพื่อช่วยเหลือเด็กไทยให้ได้รับประทานอาหารที่มีโภชนาการที่ดีและสามารถเติบโตอย่างสมวัย

3.เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประทานอาหารที่อร่อยและดีต่อสุขภาพ

วิธีการดําเนินงาน

1.ลูกค้าสั่งเมนู Food 4 Good จากร้านอาหารที่ร่วมโครงการ

2.ร้านอาหารยินดีบริจาค 10 บาท/จาน/ออร์เดอร์ ให้กับโครงการ

3.ร้านอาหารลงบันทึก และโอนเงินสนับสนุนให้แก่ทางโครงการตามวันที่กําหนด

4.โครงการรวบรวมเงินสนับสนุนทั้งหมด เพื่อทําการสนับสนุนต่อไปยังมูลนิธิที่ร่วมโครงการ

5.โครงการรายงานยอดเงินสนับสนุนรวมให้แก่ร้านอาหารทุกเดือน ตามวันที่กําหนด

6.โครงการรวบรวมรายงานผลการดําเนินงานจากมูลนิธิ ส่งให้ร้านอาหารทราบ ตามวันที่กําหนด

หลักเกณฑ์การคัดเลือกมูลนิธิ หรือองค์กรเพื่อสังคม

1.เป็นหน่วยงาน/มูลนิธิ/องค์กรเพื่อสังคม/โรงเรียน ที่ให้การดูแลเด็กและเยาวชนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

2.มีการดูแลเรื่องอาหารและการทํางานด้านโภชนาการ เพื่อให้เด็กในความดูแลเจริญเติบโตอย่างสมวัย

3.สามารถรายงานผลการทํางานตามโครงการได้อย่างต่อเนื่องและตรงตามเวลา

4.มีความพร้อมในการทํางานร่วมกัน อาทิ การเข้าร่วมประชุม การรายงานผลการดําเนินการอย่างต่อเนื่อง และพร้อมได้รับการตรวจสอบ เป็นต้น

5.มีความจําเป็นเร่งด่วนที่ต้องได้รับการช่วยเหลือ

หลักเกณฑ์ในการจัดสรรงบประมาณ เพื่อให้การสนับสนุนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ทางโครงการได้พิจารณา ดังนี้

1.สมทบทุนค่าอาหารตามโครงการทุกเดือน

2.สมทบตามยอดเงินบริจาคจริงโดยหัก 5% เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดําเนินงาน (สนับสนุนโครงการเทใจดอทคอม taejai.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์การระดมทุนเพื่อช่วยเหลือโครงการเพื่อสังคมในประเทศไทย)

3.สมทบตามจํานวนจริงของเด็กที่เข้าร่วมโครงการและอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงาน

..........โปรย1...........

“เพราะเรามองว่าเรื่องโภชนาการถือเป็นความจำเป็นและความสำคัญอันดับแรกในการพัฒนาเด็กที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคตได้”

..........โปรย2...........

“พนักงานส่วนใหญ่อยู่กับเรามานาน มีความผูกพันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การทำให้พนักงานรักองค์กรท่ามกลางการแข่งขันสูงเป็นหัวใจหลักในการบริหาร โครงการเหล่านี้ถือว่าบริษัทมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการดำเนินกิจการภายใต้หลักจริยธรรมและการจัดการที่ดี อันนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์กรต่อไป”

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดไลฟ์สไตล์ในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์