ผู้ชาย

จุดเปลี่ยน จังหวะ ความพอดี พิชญ์ ศรีมหาวงษ์

  • 16 มีนาคม 2559 เวลา 10:37 น.
  • | เปิดอ่าน 4,641
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

จุดเปลี่ยน จังหวะ ความพอดี พิชญ์ ศรีมหาวงษ์

โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ... ทวีชัย ธวัชปกรณ์

ในช่วงชีวิตของเรา ความสำคัญของสิ่งหนึ่งสิ่งใดเปลี่ยนไปตามวัยและช่วงเวลา พิชญ์ ศรีมหาวงษ์ ก็เช่นกัน

กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคเอสบี พั๊มส์ ในวัย 43 ปี เจ้าของประสบการณ์ความสำเร็จบนเส้นทางอันยาวนานในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานของไทยในช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา หากเมื่อไม่นานมานี้ เรื่อง “ธรรมดาสามัญ” เรื่องหนึ่ง ก็ได้เปลี่ยนชีวิต การงาน และความสุขของเขา สูตรผสมของคำ 3 คำ 1.จุดเปลี่ยน 2.จังหวะ 3.ความพอดี

เมื่อก่อนของพิชญ์คืองาน งานคือสิ่งที่มาเป็นอันดับหนึ่ง ชีวิตครอบครัวเป็นเรื่องรอง ภรรยาคลอดลูกได้ 20 วัน ขณะกำลังขับรถออกนอกเมืองเพื่อไปสังสรรค์กับครอบครัวในวันสุดท้ายของปี 31 ธ.ค. 2552 นั้นเอง การเจรจาเซ็นสัญญาระหว่าง บริษัท จีอี เอ็นเนอร์จี ซึ่งขณะนั้นพิชญ์ดำรงตำแหน่งเป็นเซลส์ไดเรกเตอร์ กับบริษัท ปตท.เคมิคอล (พีทีที โกลบอล เคมิคอลในปัจจุบัน) ที่คาดว่าจะจบทันคริสต์มาสก็กลับเกิดปัญหา เขาถูกเรียกตัวด่วนกลับบริษัทเพื่อเจรจาต่อรองขั้นสุดท้าย ทิ้งลูกแบเบาะและภรรยาให้เดินทางไปที่หัวหินเพียงลำพัง

การเจรจาที่คาดจะจบแต่ย้วยออกมาจนถึงคืนสิ้นปี ได้ลากทุกสิ่งและทุกคนที่เกี่ยวข้องให้ต้องล้มลุกคลุกคลาน ทุกคนผิดแผนหัวคะมำ คู่สัญญาของพิชญ์เดินทางมาถึงในเวลาไล่เลี่ยกัน ด้วยชุดที่ไม่เคยเห็นกัน ต่างคนต่างอยู่ในชุดลำลองเตรียมไปเที่ยวพักผ่อนปีใหม่ การเจรจาที่เกือบต้องเริ่มต้นใหม่คุกรุ่นขึ้นเรื่อยๆ เดือดจัดจนเกือบระเบิดก็หลายครั้ง ก่อนจะจบลงและเซ็นสัญญากันได้ทันได้ยินเสียงพลุฉลองปีใหม่ตอนเที่ยงคืนนั้นเอง

“นี่ไม่ใช่ดีลที่ใหญ่ที่สุดของผม แต่เป็นดีลสำคัญที่ทำให้ผมรู้ว่า ผมเลือกอะไร การขับรถกลับไปบริษัทในครั้งนั้นทำในทันที ทำแบบไม่คิด ไม่เสียใจ และไม่รู้สึกผิด รู้สึกดีและสนุกที่จะกลับไปลุยต่อให้จบ ไม่ใช่เสียสละด้วยนะ คืนนั้นเมื่อเซ็นสัญญาแล้วแหงนดูพลุปีใหม่ที่ออฟฟิศของจีอี ตึกออลซีซั่นส์ ถนนวิทยุ ลูกเพิ่งคลอดและภรรยาถูกทิ้งไว้ที่หัวหิน”

พิชญ์บอกว่า ชีวิตย้อนเวลากลับไปไม่ได้ สำหรับเขาแล้วคือมุมๆหนึ่งของคน มุมๆหนึ่งของชีวิต ที่เราจะหมกมุ่นกับเรื่องบางเรื่อง หรือหมกมุ่นกับอะไรบางอย่าง สำหรับเขาแล้วคืองาน ณ อายุหนึ่งงานคือความสนุกและความท้าทาย หากเมื่อเลยช่วงวัยหนึ่งไปงานคือความสมดุลที่ต้องจัดให้ลงตัวกับชีวิต

จุดเปลี่ยนมาถึงในอีกไม่ถึงหนึ่งปีต่อมา เมื่อพิชญ์ลาออกจากจีอี ตำแหน่งสุดท้ายเซลส์ไดเรกเตอร์ผู้ดูแลในประเทศไทยและเวียดนาม เขารับตำแหน่งใหม่ในบริษัทร่วมทุนเยอรมัน กลุ่มบริษัท ชัฟเลอร์ (Schaffler) โดยเป็นคันทรี แมเนเจอร์ (Country Manager) และกรรมการผู้จัดการในบริษัท ชัฟเลอร์ (ไทยแลนด์) และชัฟเลอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ไทยแลนด์) ขณะนั้นลูกสาวคนแรก น้องโมนา ป่วยไข้ขึ้นสูงครั้งแรก

จำได้ว่าเป็นเดือน พ.ค.ของปี 2553 พิชญ์เพิ่งเข้ารับตำแหน่งใหม่ที่ชัฟเลอร์ ในระหว่างช่วงทดลองงานซึ่งเจ้านายกำลังบินมาจากต่างประเทศเพื่อประเมินผลในวันรุ่งขึ้น หากในคืนนั้นทารกเจ็บป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลเป็นครั้งแรก คุณพ่อมือใหม่รู้สึกกลัวจนหัวใจระรัว เพราะเจ้าตัวน้อยมีไข้สลับขึ้นสลับลงตลอดทั้งคืน ได้รู้ในคืนนั้นว่า อะไรหรือใครกันแน่ที่สำคัญในชีวิตของเรา

“ผมรู้ในคืนนั้นว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผมเปลี่ยนไปแล้ว” พิชญ์เล่า

ในใจคิดว่า ถ้าบริษัทแม่ในต่างประเทศทำการประเมินผลงานแล้วไม่ผ่าน ก็ไม่เป็นไร อาจเพราะรู้ตัวเองแล้วความสำคัญในชีวิตเปลี่ยนถ่ายจากเรื่องงานมาเป็นเรื่องครอบครัว ลูกสำคัญที่สุดและชีวิตต้องหาจุดสมดุล ลดเวลาทำงาน จากคนที่เคยชอบเอนเตอร์เทนลูกค้าเวลาค่ำ เปลี่ยนเป็นไม่ไปเลย ถ้าไปก็ไปกลางวัน เวลาส่วนใหญ่อยู่กับลูกและครอบครัว

ต่อมาในปี 2558 พิชญ์รับตำแหน่งใหม่เป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท เคเอสบี พั๊มส์ กลุ่มบริษัทผู้ผลิตและผู้นำในตลาดปั๊มและวาล์วรายใหญ่ของโลก แม้ในปี 2557 ยอดขายจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเมืองในประเทศ แต่ในปี 2558 ที่ผ่านมาผลประกอบการปรับตัวสูงขึ้นอย่างน่าพอใจ 15% ส่วนปีนี้ตั้งเป้าการเติบโต 10% คิดเป็นยอดขายประมาณ 800 ล้านบาท

สำหรับเคเอสบี พั๊มส์ ก่อตั้งในปี 1871 ที่ประเทศเยอรมนี เป็นผู้ผลิตและผู้นำในเรื่องปั๊ม วาล์ว และระบบที่เกี่ยวข้อง ผลประกอบการต่อปีสูงกว่า 2,300 ล้านยูโร ในประเทศไทยเป็นการร่วมทุนระหว่างเคเอสบี เอจี, บริษัท บีกริมม์ และกลุ่มซีพี โดยผลิตภัณฑ์เป็นนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะวิศวกรรมไฮดรอลิก เทคโนโลยีด้านวัสดุและระบบขับเคลื่อนทันสมัย

โลดแล่นอยู่ในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม และพลังงานมานานกว่า 20 ปี มองย้อนกลับไปคือความภูมิใจ พิชญ์ให้คำจำกัดความชีวิตของตัวเขาเองว่า คือชีวิตของคนชั้นกลางธรรมดาๆ คนหนึ่ง หน้าที่การงานและความสำเร็จได้มาจากการเติบโตตามครรลองและพระประสงค์ของพระเจ้า ชีวิตนี้ไม่มีดราม่า ไม่ขึ้นลงหวือหวา แม้ช่วงฟองสบู่วิกฤตต้มยำกุ้งแตกจะเจ็บบ้าง ก็เป็นอาการเจ็บที่กลับมาได้ ปรับตัวได้

“ผมภูมิใจหน้าที่การงานและความเชื่อถือที่ได้รับจากคนในแวดวง สิ่งที่เป็นตัวเราสะท้อนจากมุมมองที่คนอื่นมองเรา สุดท้ายแล้วเขาพูดถึงเราว่ายังไง ความซื่อตรงสำคัญที่สุด ทุกสนามที่ผมเล่นไม่มีตุกติก ผมออกเต็มหมัดแต่ไม่ต่อยใต้เข็มขัด ทำเต็มที่ในบทบาทที่ได้รับมอบหมาย”

แบรนดิ้งของพิชญ์คือความน่าเชื่อถือ เขาบอกว่าสำคัญที่คนมองเราว่าเชื่อถือได้ ความโปร่งใสในการทำธุรกิจสำคัญ One Strike You Out! ครั้งเดียวก็ไม่ได้ ชีวิตไม่มีพื้นที่ให้เรื่องทุจริต ไม่ว่าขนาดโครงการจะใหญ่หรือมีมูลค่ามหาศาลปานใด ทุกขั้นตอนคือความสะอาดบริสุทธิ์ที่พิสูจน์ได้ด้วยระยะทางหรือเส้นทางการทำงานที่ผ่านมา

คนธรรมดาๆ คนนี้ดีลสัญญามูลค่ามหาศาลในธุรกิจพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานและในอีกหลายอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นโครงการอัพเกรดโรงไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โครงการบำรุงรักษาระยะยาวโรงงานไฟฟ้าราชบุรี มูลค่าสัญญาคิดเป็นหลักหลายร้อยล้านเหรียญขึ้นไป เรื่องราวของเขาพิสูจน์ได้จากผลงานที่น้อยคนที่จะทำได้

ความคิดเรื่องงานและความอยาก นึกคิดออกมาเป็นความใฝ่ฝันที่เดิมอยากจะเกษียณหรือรีไทร์ตัวเองเมื่ออายุ 45 ปี การรีไทร์ตัวเองไม่ใช่การเลิกทำงาน แต่เป็นการทำงานที่มีวาระสอดร้อยกับตัวเองให้มากขึ้น สิ่งที่อยากทำคือการใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ต่อไป ดำเนินธุรกิจเป็นที่ปรึกษาด้านวิศวกร จุดแข็งคือความเป็นคนธรรมดาของตัวเอง ที่ก็เหมือนกับคนส่วนใหญ่ 80-90% ในสังคม ใช้จุดแข็งในความเหมือนเพื่อสร้างความแตกต่าง เหมือนกับที่เขาได้ทำมาแล้ว

นอกเหนือจากความธรรมดา แพตเทิร์นชีวิตของพิชญ์คือการเป็นคริสตศาสนิกชนที่เคร่งครัด ความคิดความอยากในเรื่องอื่นที่ไม่ใช่การงานคือการแสวงบุญ ล่าสุดปีที่ผ่านมาได้เดินทางไปยังเมืองรูท หรือเมืองแม่พระประจักษ์ หมายถึงเมืองที่พระแม่มารีได้มาปรากฏ ณ ประเทศฝรั่งเศส

“ผมขึ้นเครื่องบินไปลงเครื่องที่ปารีส จากนั้นก็มุ่งตรงไปยังรูท เมืองเล็กๆ ที่มีความสงบเรียบง่าย กิจกรรมของเมืองและคนในเมืองคือการไปสวดมนต์ฟังเทศน์ ผู้แสวงบุญจากทั่วโลกเดินทางมาที่นี่”

การแสวงบุญที่ใช้เวลาประมาณ 3-4 วัน ของพิชญ์สร้างความสงบในใจให้แก่เขาอย่างประหลาด นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ตั้งใจจะเดินทางไปสวดมนต์แสวงบุญ ณ ที่แห่งนี้ทุกปี

สุดท้ายแล้วพิชญ์บอกว่า เขาคือนักขอที่ขอพรจากพระเจ้ามาแล้วชั่วชีวิต สิ่งที่เขาได้น้อยกว่าสิ่งที่เขาขอมากมายนัก แต่ทั้งสิ่งที่ได้และสิ่งที่ไม่ได้คือพรของพระองค์ ภายใต้จังหวะชีวิตและความพอดี พระเจ้าได้อวยพรและนำเขามา ณ จุดที่เขามีความสุขที่สุดในวันนี้แล้ว

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดไลฟ์สไตล์ในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์