ผู้หญิง

ธิติมา มหาชัย ปั้นสมุนไพรไทย ดังไกลทั่วโลก

  • 17 มีนาคม 2559 เวลา 12:06 น.
  • | เปิดอ่าน 7,795
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

ธิติมา มหาชัย ปั้นสมุนไพรไทย ดังไกลทั่วโลก

โดย...อณุสรา ทองอุไร-วนิชชา ตาลสถิตย์ ภาพ... วิศิษฐ์ แถมเงิน

สมุนไพรไทยนั้นถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ใช้ดีมาแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ขึ้นชื่อหลายอย่างในเรื่องสรรพคุณดีและราคาไม่แพง เพียงแต่ไม่ค่อยมีใครหยิบไปใช้ต่อยอดเท่าที่ควร แต่เธอคนนี้เห็นถึงคุณค่าและประโยชน์ จึงนำของดีของไทยไปต่อยอดให้ดูทันสมัยน่าใช้ ผสมผสานกลิ่นดอกไม้ สร้างบรรจุภัณฑ์ให้น่าใช้ ผสมความเชื่อแบบแนวตะวันออกเข้าไปได้อย่างลงตัว อย่างการนำน้ำมนต์ใส่ลงในส่วนผสมของยาหม่องยาน้ำสมุนไพร

จิ๊ฟ-ธิติมา มหาชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ครีมเดอลาเทกซ์ ผู้ผลิต จำหน่าย และส่งออกเครื่องสำอางเดอลาเทกซ์ แบรนด์เครื่องสำอางจากน้ำนมยางพารา ส่งออกไปในหลายประเทศ ใช้เวลาเพียง 3 ปี ก็สามารถทำตลาดได้เป็นอย่างดี มีรายได้ปีละหลายสิบล้าน กับการขายยาหม่องขวดละไม่ถึง 100 บาท เธอเริ่มธุรกิจด้วยวัยเพียง 27 ปี ตอนนี้อายุ 30 ปี เธอมีเงินหมุนเวียนในธุรกิจกว่า 100 ล้านบาท มีบริษัทในเครือ 4 บริษัททีเดียว

ธิติพร สาวรุ่นใหม่ที่สนใจเกี่ยวกับสมุนไพรไทยอย่างจริงจัง ก่อนหน้านี้เธอทำยาหม่องสมุนไพรแพ็กเกจทันสมัยขายให้กับนักท่องเที่ยวในรูปแบบของที่ระลึก โดยใช้สีสันกลิ่นหอมของดอกไม้ไทยให้เข้ากับวันทั้งเจ็ด ภายใต้ชื่อแบรนด์ 8 มงคล ที่มียาหม่อง น้ำมันหอมสมุนไพรขวดละ 70 บาท ถ้าเป็นแพ็กก็ 390 บาท รวมทั้งผลิตภัณฑ์เครื่องหอมจากสมุนไพรไทยอีก 2-3 ชนิด เปิดตลาดในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน อาหรับ ยุโรป จนมียอดขายถึงปีละกว่า 20 ล้านบาท เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาและได้ผลตอบรับเกินคาด สามารถต่อยอดธุรกิจให้มีเงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้านบาท และล่าสุดเธอขยับทำแบรนด์เครื่องสำอางจากน้ำนมยางพาราที่มีการวิจัยและทดลองมากว่า 20 ปี

เธอเชื่อว่ามีความเชื่อมั่นในคุณภาพของสมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณมากมาย มีหลากหลายชนิด ราคาไม่แพง ถ้านำมาพัฒนาคุณภาพให้ดี ทำบรรจุภัณฑ์ให้สวยงามน่าใช้ มีการตลาดรองรับ ของไทยก็ไม่แพ้ชาติใดในโลก เพียงแต่คนไทยต้องเชื่อมั่นยอมรับและสนับสนุนสินค้าไทยด้วย ต้องช่วยสนับสนุนกินของไทย ใช้ของไทย

ทางด้านการศึกษา เธอจบปริญญาตรีจากคณะนิเทศศาสตร์ภาคอินเตอร์ ด้านการบริหารจัดการสื่อ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโท ด้านสื่อสารการตลาด จากประเทศอังกฤษ จบมาทำงานด้านการตลาดอยู่ 2 ปีกว่า จึงเริ่มหาธุรกิจทำเป็นของตัวเองเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา โดยเธอเริ่มจากการไปอบรมหลักสูตรการทำเครื่องสำอางจากสมุนไพรที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง และไปอบรมหลักสูตรนักธุรกิจรุ่นเยาว์กับธนาคารหลายแห่ง จนแน่ใจก็ออกมาลุยธุรกิจเองเลย

จนกระทั่งมาทำเครื่องสำอางเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งกำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเดือนหน้านี้ คือผลิตจากน้ำนมยางพารา (Delatex Cream) ลงทุนด้วยยอดเงินกว่า 20 ล้านบาท เป็นผลิตภัณฑ์ที่คิดค้นขึ้นมากว่า 20 ปี พิถีพิถันเรื่องความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจารย์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิจัยเรื่องนี้มานานมากแล้ว แต่ยังไม่มีใครพัฒนาต่อยอดออกมาเป็นสินค้า เธอจึงไปซื้องานวิจัยนั้นมาพัฒนาต่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพรูปลักษณ์สวยงาม

“วิธีการคือการเอาน้ำยางพารามาปั่น ซึ่งทำให้เกิดน้ำนมยางพาราออกมา แล้วก็เอาน้ำนมยางพารามาสกัดอีกที โดยในน้ำนมยางพาราจะมีวิตามิน ซิงก์ แร่ธาตุ Super Antioxidant ที่อยู่ในน้ำนมยางพารา หรือที่เรียกว่าน้ำเซรั่มค่ะ นำมาใช้เป็นส่วนผสมหลักในครีม ตอนนี้ส่งออกก่อนเพราะว่าเราจะเปิดตลาดให้กับชาวต่างชาติก่อน แล้วก็จะเริ่มขายในเมืองไทยในเดือน เม.ย.นี้

ที่ไม่เปิดตัวในไทยก่อนเพราะว่าคนไทยไม่ค่อยใช้สมุนไพรไทย ความเป็นไทยขายไม่ได้เลย แต่เราจะทำแบรนด์ให้เหมือนเมืองนอก ให้ดูทันสมัย น่าเชื่อถือ ถ้าฝรั่งหรือต่างชาติยอมรับก่อน คนไทยถึงจะเชื่อถือ (หัวเราะ) เรื่องคุณภาพนั้นเรามีงานวิจัยรองรับ เราก็พัฒนาเรื่องแพ็กเกจให้ดูดีน่าใช้ ยางพาราไทยมีคุณภาพดี นำมาทำถุงมือยางที่แพทย์ใช้ในห้องผ่าตัด ใช้ทำถุงยางอนามัยแบบนั้นละค่ะ”

หลักการทำงานของเธอก็คือ ต้องเอาใจใส่ในคุณภาพของสินค้าให้ดี สมราคา ใส่ใจผู้บริโภค เรื่องความซื่อสัตย์ นึกถึงจิตใจของผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์เสมอ และที่สำคัญเธอเป็นนักธุรกิจยุคใหม่ที่ดูแลพนักงานโดยยึดหลักความเป็นธรรม

ธิติพร ฝากข้อคิดดีๆ ถึงเด็กรุ่นใหม่ที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เพียงแค่คิดบวกและต้องมีแผนสำรองเสมอ และอย่าลืมแบ่งปันเพื่อสังคมทุกครั้งที่มีโอกาส เช่น ช่วยเด็กกำพร้าบ้าง ช่วยปลูกป่าบ้าง การสร้างงานให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนชาวบ้าน

เธอว่าทุกคนย่อมอยากเป็นเจ้านายตัวเอง คิดว่าปัจจุบันสังคมเปลี่ยน ในมุมมองของเศรษฐกิจ ถ้าเป็นธุรกิจที่แบ่งออกเป็นธุรกิจย่อย จะสามารถทำให้เศรษฐกิจของประเทศชาติขับเคลื่อนได้ แต่ถ้าเป็นธุรกิจใหญ่ๆ สมมติว่ามีธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งล้ม ก็จะทำให้เศรษฐกิจในประเทศทรุดลง ประเทศที่เจริญแล้วส่วนใหญ่จะมีธุรกิจขนาดกลางกับขนาดย่อมเยอะ ทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจดี

“อยากให้มองหาในสิ่งที่ชอบให้เจอ หาตัวเองให้เจอก่อนที่จะเริ่มทำอะไร ถ้าคิดว่าทำแล้วต้องได้เงินอย่างเดียว การที่เราได้เงินมา สักวันหนึ่งมันจะต้องมีการสิ้นสุด เพราะเราไม่มีความสุขในการทำงาน ถ้าใส่ใจในสิ่งที่ตัวเองทำให้มากขึ้น แน่นอนว่าผลต้องออกมาดี ก่อนทำอะไรต้องคิดให้ดี ต้องคิดในแง่บวกเข้าไว้ การทำอะไรก็แล้วแต่เราต้องมีพลัง และต้องมีแผนสำรองในการทำธุรกิจเสมอ”

เธอมองถึงแนวโน้มธุรกิจเครื่องสำอางว่า แม้การแข่งขันจะสูงขึ้นเรื่อยๆ มีทั้งแบรนด์นำเข้า และแบรนด์ไทยหน้าใหม่ๆ เข้ามาสู่ตลาด แต่ถ้าของดีมีคุณภาพจริงๆ รูปแบบบรรจุภัณฑ์สวย มีความสดมีความใหม่คือสิ่งสำคัญ มีการตลาดที่ดี ราคากับคุณภาพเหมาะสมก็เชื่อว่าผลิตภัณฑ์นั้นจะอยู่ได้

ที่สำคัญในการทำธุรกิจก็ต้องมีแผนสำรองเผื่อขาดเผื่อเหลือรองรับไว้ด้วย และอย่าทำธุรกิจเพียงอย่างเดียว ควรขยายไลน์ในธุรกิจที่ใกล้เคียงกันเพื่อให้ครบวงจร “เผื่ออันไหนซบ อีกอันจะพอช่วยกันได้ คือกระจายๆ ออกไปบ้าง ความไม่แน่นอนคือความแน่นอน อย่าผูกมัดอะไรเพียงสิ่งเดียว เพราะอะไรมันไม่แน่นอน ต้องทำอะไรที่มีเผื่อขาดเผื่อเหลือไว้ด้วยป้องกันความเสี่ยง” เธอกล่าวทิ้งท้ายด้วยความรอบคอบ

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดไลฟ์สไตล์ในรอบ 7 วัน