เยี่ยมบ้านคนดัง

นพ.นพรัตน์ รัตนวราห บ้านที่ครบทุกไลฟ์สไตล์

  • 27 กรกฎาคม 2560 เวลา 14:20 น.
  • | เปิดอ่าน 4,422
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

นพ.นพรัตน์ รัตนวราห บ้านที่ครบทุกไลฟ์สไตล์

เรื่อง มัลลิกา นามสง่า ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

เปิดบ้าน นพ.นพรัตน์ รัตนวราห หรือ "หมอสอง" แพทย์ศัลยกรรมตกแต่ง เจ้าของนพรัตน์ คอสเมติก คลินิก (Nopparat Cosmetic Clinic-NCC) ที่ใช้งบประมาณก่อสร้างกว่า 100 ล้านบาท

เข้ามาในซอยพระรามเก้า 57 ซ้ายมือจะเห็นตึกสีฟ้าอมเทา 5 ชั้น ซึ่งมีดีไซน์น่าสนใจมากกว่าแท่งปูนก่อตัวเป็นตึก เพราะมันคือ "บ้าน" และ "ที่ทำงาน" ที่ต้องหาความลงตัวให้เจอ

เรียกว่า อาณาจักรของหมอสองก็ได้ เพราะที่ดิน 369 ตารางวา มีพื้นที่ใช้สอย 2,000 ตารางเมตร แต่ละชั้นแต่ละมุมล้วนบ่งบอกถึงตัวตน รสนิยม กิจกรรมสันทนาการของหมอสอง

"ผมตั้งใจให้เป็นตึก แต่ไม่ได้ต้องการให้เป็นสี่เหลี่ยมตั้งสูงขึ้นไป เราสร้างเกือบเต็มพื้นที่ก็จริง แต่มีดีไซน์ ออกแนวกึ่งๆ โมเดิร์น ให้ตึกมีส่วนเว้า โล่ง ดูแล้วให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ไม่รู้สึกเหมือนออฟฟิศ"

นอกจากเป็นศัลยแพทย์ความงามแล้ว หมอสองยังมีดีกรีเป็นนักกีฬาว่ายน้ำ อดีตตัวแทนภาคเหนือ ดังนั้นเข้ามาจึงเห็นสระว่ายน้ำประดับบารมีแชมป์เก่า

"สระผมต้องการว่ายจริง จึงทำขนาด 18 เมตร ผมเคยไปเล่นที่สปอร์ตคลับขนาดเท่านี้กำลังดี เพราะถ้าทำขนาดมาตรฐานจะไม่เหลือพื้นที่ไว้ทำบ่อบำบัดน้ำเสีย น้ำที่ออกจากตึกผมสะอาดกว่าครัวเรือนทั่วไปถึง 3 เท่า เพราะเราเป็นคลินิกด้วย ตรงบ่อบำบัดก็ลงต้นไม้หญ้าให้เป็นสวนหย่อม"

ชั้น 1 ยังมีโซนห้องพักเจ้าหน้าที่ ห้องพักฟื้นคนไข้ ด้านในมีพูลบาร์ ไว้สำหรับปาร์ตี้กับเพื่อนๆ และมีห้องเซาน่า

มีบันไดขึ้นไปยังชั้น 2 เปิดเข้าไปเจอสนามแบดมินตัน 2 สนาม โซนนี้ยังมีห้องฟิตเนส มีเครื่องออกกำลังกายให้เล่นครบทุกส่วนของร่างกาย แต่ที่โดดเด่นคือ แชนเดอเลียร์

"เป็นความชอบส่วนตัว ทุกห้องจะมีแชนเดอเลียร์ ผมมองว่า ต่อให้เป็นห้องธรรมดาๆ แต่ถ้ามีแชนเดอเลียร์ ก็ทำให้ห้องดูสวย ผมชอบคริสตัล มันให้อารมณ์ทั้งเรียบและหรู นำเข้าเยอะสุดจากออสเตรีย"

อีกฝั่งหนึ่งของชั้น 2 และชั้น 3 เป็นคลินิก ในส่วนของโซนบ้านขึ้นลิฟต์มาชั้น 4 กับ 5 โดยชั้น 4 เข้ามาเจอห้องนั่งเล่น เป็นโถงขนาดใหญ่ ตรงกลางเปิดโล่งสูงถึงชั้น 5 ถัดเข้าไปด้านซ้ายเป็นห้องครัวไทย-ฝรั่ง และโต๊ะรับประทานอาหาร ผนังกระจกให้ความโล่งและรับแสงสว่างจากธรรมชาติ

"โซฟาตรงโถงกลางเป็นชุดใหญ่ เพราะในอนาคตผมอยากมีครอบครัว มีแม่ผม มีภรรยา มีลูก 2 คน ก็เลยเลือกชุดหนังจากยุโรป ซึ่งหาค่อนข้างยาก มีทีวี 85 นิ้ว อยากให้เป็นจุดศูนย์รวมนั่งพักผ่อนของครอบครัว

ด้านเคาน์เตอร์ครัวฝรั่ง เป็นหินโปร่งแสง เปิดไฟแล้วจะสวย ผ้าม่านสไตล์อังกฤษ สีขาวมีขีดดำหน่อย พอรูดขึ้น ดูสะอาด ทำให้รู้สึกไม่อึดอัด เปิดหน้าต่างรับลมได้"

อีกฝั่งมีโฮมเธียเตอร์ ระบบเสียง Atmos ให้เสียงรอบทิศทาง ห้องนี้เชื่อมกับระเบียงด้านนอกที่ยาวทั้งฝั่ง มีซุ้มให้นั่งรับลมธรรมชาติ และใช้เป็นสถานที่จัดปาร์ตี้ได้ทั้งแบบเอาต์ดอร์-อินเดอร์

ชั้น 5 เป็นส่วนของห้องนอนของสมาชิกในอนาคต และฝั่งขวาเป็นห้องนอนหมอสอง ซึ่งทุกห้องเปิดประตูเชื่อมถึงกัน ทั้งห้องน้ำ วอล์กอินโคลเซ็ต ห้องนั่งเล่น ห้องประชุมที่กึ่งๆ ห้องเก็บของสะสม ห้องพระ และเปิดไปสู่ระเบียงได้หมด

"เป็นห้องคอมเพล็กซ์ เชื่อมกันเป็นรูปตัวแอล ห้องนั่งเล่นเป็นห้องที่ผมใช้บ่อยที่สุด ทำงานก็ตรงนี้แหละ ส่วนห้องนอนไม่มีอะไรเลย มีทีวี อยากให้โล่งที่สุด"

บ้านหลังนี้รวมตกแต่ง ราคา 100 กว่าล้านบาท ซึ่งหมอสองใช้เงินสดทั้งหมด "เราทำงานมาระยะหนึ่ง อยากมีบ้านของเรา ที่มีของทุกอย่างครบในบ้าน เป็นคอมเพล็กซ์ เพราะปัจจุบันการออกไปไหน ปัญหาจราจรเยอะ

ผมโชคดีที่พอเรามีเงินมาก้อนหนึ่ง ไม่ได้กู้อะไร ใช้เงินของเราจ่ายไปเรื่อย ค่าตกแต่งแพงกว่าค่าก่อสร้าง ซึ่งก็เป็นความภูมิใจของเรามาก คือดีที่สุดของเราแล้ว ได้บ้านอย่างที่ใจคิดเลย"

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!