ประชาสัมพันธ์

ชีวิตอยากสบาย...จ่ายเงินให้ตัวเอง แต่เก็บเพื่อคนอื่น แล้วหรือยัง???

  • 09 สิงหาคม 2560 เวลา 09:27 น.
  • | เปิดอ่าน 137
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

ชีวิตอยากสบาย...จ่ายเงินให้ตัวเอง แต่เก็บเพื่อคนอื่น แล้วหรือยัง???

 

"ทำงานมา 8-9 ปีแล้วตั้งแต่เรียนจบ ยังไม่มีเงินเก็บสักก้อนเลย"

"ไหนจะค่าบ้าน ค่ารถ ค่าเรียนลูก ไหนจะส่งให้พ่อแม่อีก จะเหลือเงินไหนไปออมหรอ"

"ก็แข็งแรงดี ประกันออฟฟิศก็มี จะเอาเงินออมไปซื้อประกันชีวิตทำไม"

ก็เพราะว่าช่วงอายุ 20 ปีต้นๆ เพิ่งเริ่มทำงาน ยังสนุกกับการใช้ชีวิตเต็มที่จากรายได้ แต่แค่ชั่วพริบตาเดียวมาถึงวัย 30 ปี มีความจริงจังกับเป้าหมายชีวิต ต้องการสร้างเนื้อสร้างตัว เพราะเริ่มมีครอบครัว มีการงานที่เริ่มจะมั่นคง เผลอแป็บเดียวมาถึงวัย 40 ปี การงานมั่นคง ชีวิตมั่นคงยาวไปจนถึงวัยเกษียณ 60 ปี คราวนี้ละจะถึงช่วงไม่มีรายได้จะเป็นอย่างไร

ดังนั้นใครรู้ตัวก่อน วางแผนก่อน จ่ายเงินให้ตัวเองด้วยการเก็บเงินก่อน เตรียมตัวก่อนตั้งแต่อายุยังน้อย เรียกว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง คนรวยไม่ใช่ไม่มีหนี้นะ แต่แค่มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินเท่านั้น

มาเช็คลิสต์กันดีกว่า ในอนาคตชีวิตคุณจะเป็นอย่างไร...

ชีวิตแบบ ก. ถ้าทุกวันนี้ เงินเดือนออกปุ๊บ ก็ต้องจ่ายหนี้ มากกว่า 30% ของรายได้จนกระเป๋าแทบแฟ่บ แถมยังมีรายจ่าย 60 – 70% จนเหลือเงินเก็บไม่ถึง10%

ชีวิตแบบ ข. ถ้าเงินเดือนออกปุ๊บ มีรายรับเข้ามาปั๊บ ต้องจ่ายหนี้บัตรเครดิต หนี้บ้าน หนี้รถ และอีกสารพัดไม่ถึง 40% ของรายรับ มีรายจ่ายประมาณ 50-70% แต่ยังมีเงินเหลือเก็บไม่เกิน 20%

ชีวิตแบบ ค. ถ้าแต่ละเดือนมีรายรับ จ่ายหนี้แบบชิลๆไม่เกิน 20% ของรายรับ มีรายจ่ายต่อเดือนประมาณ 40-70% ของรายรับ และที่สำคัญมีเงินเหลือเก็บมากกว่า 20%

เฉลย...ถ้าคุณเป็นชีวิตแบบ ก. อนาคตบอกได้เลยว่า จน เพราะหนี้และค่าใช้จ่ายที่ค้ำคออยู่ เป็นภาระกับลูกหลานแน่ ยิ่งถ้าเกิดอะไรไม่คาดฝันจนไม่มีรายรับเข้ามา เดือดร้อนกันเป็นโดมิโน่แน่นอน ชีวิตแบบ ข. เรียกว่าพอมีพอกินพอเก็บ เพราะเงินเก็บที่ดีควรมีมากกว่า 10%ก็จริง แต่หนี้ก็ไม่ควรเยอะกว่าเงินเก็บ ไม่อย่างนั้นจะมีเงินออมได้ไง ส่วนชีวิตแบบ ค. ชีวิตสุขสบายแบบไม่ต้องดูโหง้วเฮงเลย เพราะชีวิตชิลแน่นอน ไม่เป็นภาระลูกหลาน เหลือเงินไปสร้างรายได้อีก

เคล็ดลับของการจ่ายเงินให้ตัวเองเป็นเงินออมคือ ต้องออมไม่ต่ำกว่า 10% และจะดีมากถ้าออมมากกว่า 30% ของรายได้ โดยแบ่งส่วนไว้เป็นทั้งเงินสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ซึ่งควรมีสำรองไว้เท่ากับรายจ่าย 6 เดือน รวมถึงนำไปเงินลงทุนให้เงินงอกเงย และที่สำคัญต้องนำเงินไปบริหารความเสี่ยง ที่อาจเกิดขึ้นแบบไม่คาดฝันได้

"ใครๆก็อยากมีชีวิตแบบ ค. ทั้งนั้นแหละ แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว ก็เก็บเงินไม่ได้แบบนั้น เพราะชีวิตชอบมีอะไรมาเซอร์ไพร์สเสมอ ที่สำคัญหากรุนแรงถึงขั้นเป็นอะไรไป มันไม่ใช่กระทบแค่เราคนเดียว แต่คนข้างหลังที่เรารับผิดชอบล่ะ จะอยู่ยังไง...นี่แหละคือ ชีวิตจริงที่เราไม่รู้อะไร ล่วงหน้าได้เลย"

หลายคนมักคิดว่า การจ่ายเงินเพื่อคนอื่น ในรูปแบบเงินออมที่บริหารความเสี่ยง หากไม่มีเรา คนข้างหลังเราจะมีเงินก้อนให้พวกเค้าไม่ลำบาก เงินออมแบบนี้ต้องใช้เงินเยอะ แต่จริงแล้วแค่วันละ 8 บาทแค่นั้น

ทุกวันนี้คุณใช้เงิน 8 บาทซื้ออะไรได้บ้าง...

ยกตัวอย่างแผนประกันชีวิต PRUwhole life 99/20 ของ Prudential สำหรับผู้ชายวัย 35 ปี จ่ายเบี้ยฯ วันละ 8 บาท ได้ทุนประกันภัย 100,000 บาท คิดเล่นๆ จ่ายเบี้ยฯ ทุกวันเป็นเวลา 20 ปี ได้เงินประมาณ 58,040 บาท แต่นี่ได้ทุนประกันภัยสูงถึง 100,000 บาท มันเหมือนเป็นการเอาเงินก้อนเล็ก แลกเงินก้อนใหญ่เก็บไว้เป็นมรดกให้กับครอบครัวของเรา ถ้าสนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:

พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต ประเทศไทย http://bit.ly/PRUwholelife , Facebook Prudential Thailand https://www.facebook.com/PrudentialThai/ หากท่านสนใจแผนประกันอื่นๆ สามารถติดต่อได้ที่ตัวแทนฯ และธนาคารพันธมิตรของเรา: ธนาคารธนชาต http://bit.ly/TPerfectlife และธนาคารยูโอบี http://bit.ly/PRUFamilyGuard หรือโทร. 1621

จริงอยู่ที่ว่าเอาเงินไปทำอย่างอื่นก็ได้ เพราะซื้อแผนประกันชีวิตอาจไม่คุ้มค่า เพราะไม่ได้ใช้เอง แต่เอาจริงๆ แผนประกันชีวิตทำไว้เพื่อคนข้างหลังมากกว่า และเชื่อเหอะ ร้อยทั้งร้อยเจ้าตัวก็ไม่มีใครอยากใช้ แต่อะไรก็ไม่แน่นอน ทำดีกว่าไม่ทำ เพราะเมื่อเกิดการสูญเสียขึ้นมา จะมาบอกว่า รู้งี้ทำดีกว่า หรือถ้าอยากย้อนเวลากลับมา ก็ทำไม่ได้ด้วย…ดังนั้น ชีวิตคุณๆเลือกเอง

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดสังคมในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์
switch