สังคมทั่วไป

ไทย-คิวบาร่วมผลิตยาไบโอฟาร์มาต้านมะเร็ง

  • 06 ตุลาคม 2560 เวลา 14:30 น.
  • | เปิดอ่าน 734
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

ไทย-คิวบาร่วมผลิตยาไบโอฟาร์มาต้านมะเร็ง

สยามไบโอไซเอนซ์ ลงนามความร่วมมือกับ บริษัท CIMAB S.A. จากคิวบา ร่วมผลิตยาไบโอฟาร์มาต้านมะเร็ง

เมื่อวันที่ 6 ต.ค.2560 มีพิธีลงนามสัญญาความร่วมมือระหว่างบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ และบริษัท CIMAB S.A. จากประเทศคิวบา เพื่อร่วมก่อตั้งบริษัทเอบิเนส จำกัด ที่เป็นบริษัทร่วมทุนด้านนวัตกรรมการวิจัยพัฒนา และผลิตยาไบโอฟาร์มา โดยการลงนามความร่วมมือครั้งนี้ มีนายเสนาะ อูนากูล ประธานกรรมการบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ และนายเอกเตอร์ กอนเด อัลเมย์ดา เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคิวบา ประจำประเทศไทย ร่วมเป็นประธานลงนามสัญญาความร่วมมือ

นายเอกเตอร์ กอนเด อัลเมย์ดา เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคิวบา ประจำประเทศไทย ที่ร่วมในพิธีลงนามความร่วมมือครั้งนี้ด้วย กล่าวว่า นับเป็นความร่วมมือทางการวิจัยและพัฒนายาไบโอฟาร์มาครั้งสำคัญระหว่างประเทศไทยและคิวบา ที่มีความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันโดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านต่างๆ มาร่วม 60 ปี และความสัมพันธ์ที่สำคัญนี้ของทั้งสองประเทศ จะยิ่งเติบโตขึ้นและร่วมกันพัฒนาในหลายด้าน ทั้งการศึกษา สุขภาพ วิทยาศาสตร์ การท่องเที่ยวและวัฒนธรรม

นอกจากนี้ การพัฒนาและวิจัยร่วมกันเพื่อผลิตยาไบโอฟาร์มา จนทำให้บริษัทเอบิเนส เป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่ได้รับการอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ ภายใต้พ.ร.บ.เพิ่มขีดความสามารถ เนื่องจากเป็นโครงการทีเ่กี่ยวกับการวิจัยพัฒนายาที่มีความสำคัญต่อการดูแลสุขภาพของคนไทย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0

นายเสนาะ อูนากูล ประธานกรรมการบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์  กล่าวว่า บริษัท เอบิเนส ที่ก่อตั้งขึ้นมีเป้าหมายเพื่อวิจัยพัฒนาและผลิตยาไบโอฟาร์มา ที่จะช่วยรักษาโรคมะเร็งและโรคภูมิต้านตนเองรวม 6 ชนิด ซึ่งจะมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงในการรักษาโรค อย่างไรก็ตาม ขณะนี้โรงงานผลิตที่ตั้งอยู่จ.นนทบุรีใกล้ก่อสร้างจะเสร็จสิ้นแล้ว และคาดว่าจะเปิดผลิตได้อย่างเป็นทางการในต้นปี 2561

ทั้งนี้ ยาไบโอฟาร์มา ถือเป็นยาที่ผลิตทางชีวะภาพ ขณะที่ความร่วมมือทั้งด้านผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีจากประเทศคิวบา จะทำให้บริษัทเอบิเนส ถือเป็นบริษัทแรกในภูมิภาคอาเซียนที่สามารถผลิตยาไบโอฟาร์มาได้

นายทรงพล ดีจงกิจ กรรมการผู้จัดการบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ กล่าวว่า มีการพูดคุยความร่วมมือมาแล้วกว่า 7 ปี โดยเราไปดูเทคโนโลยี จากนั้นจึงมีความร่วมมือด้านไลเซนส์และโปรดักส์ไปบ้างแล้ว คือยากระตุ้นเม็ดเลือดแดง และกระตุ้นเม็ดเลือดขาว อย่างไรก็ตาม ทั้งสองบริษัทได้ช่วยกันผลักดันจนประสบความสำเร็จในแง่ธุรกิจ กระทั่งเมื่อถึงจุดหนึ่ง บริษัทCIMAB S.A. จากประเทศคิวบา ต้องการปรับทิศทางของธุรกิจ จึงหาพาร์ทเนอร์ในภูมิภาคนี้ที่จะส่งผลดีในด้านการขนส่ง เราจึงลงนามความร่วมมือกันผ่านการพูดคุยเป็นเวลากว่าสองปี กระทั่งมีการผลักดันจนสำเร็จขึ้นมา

"การร่วมมือครั้งใหม่นี้ที่วงเงินประมาณ 3 พันล้านบาท จะเน้นไปที่โบโอฟาร์มา ที่สามารถรักษาโรคได้จำเพาะเจาะจงรวม 6 ชนิด โดย 3 รายการจะเป็นการรักษามะเร็ง ที่จะยาไบโอฟาร์มา เข้าไปทำลายเฉพาะเซลล์มะเร็ง อีก 3 รายการคือยารักษาโรคภูมิแพ้ตนเอง โดยผู้ป่วยสามารรับยาไปฉีดที่บ้านเองได้โดยไม่ต้องไปโรงพยาบาล และเป้าหมายคือการเข้าถึงของผู้ป่วยที่ง่ายขึ้น และส่งออกยาไปทั่วโลก” นายทรงพล กล่าว 

ทั้งนี้ บริษัทเอบิเนส ที่มีโรงงานผลิตยาในประเทศไทย จะผลิตยาไบโอฟาร์มาต้นแบบที่บริษัท CIMAB S.A.เป็นเจ้าของสิทธิบัตรทั่วโลก และจะอนุญาตให้บริษัทเอบิเนส ใช้สิทธิบัตรดังกล่าวในการผลิตยา นอกจากนี้ ยังมีแผนจะผลิตยาไบโอซิมิลาร์ 5 ชนิด ซึ่งเป็นยาไบโอฟาร์มาที่สิทธิบัตรได้หมดอายุลงแล้ว โดยยาไบโอซิมิลาร์ เป็นยาที่มีมูลค่าการใช้สูงในระดับโลก และจะบริษัทเอบิเนสจะเริ่มผลิตและจำหน่ายได้ในช่วงปลายปี 2563

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดสังคมในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์
switch