ประเด็นเด็ด

สาววัย 14 ปี เปิดประสบการณ์เลวร้ายเป็น "โรคคลั่งผอม" น้ำหนักเหลือ 33 กิโลกรัม

  • 07 กันยายน 2560 เวลา 14:23 น.
  • | เปิดอ่าน 85,987
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

สาววัย 14 ปี เปิดประสบการณ์เลวร้ายเป็น "โรคคลั่งผอม" น้ำหนักเหลือ 33 กิโลกรัม

เด็กหญิงวัย 14 ปีเผยประสบการณ์เป็นโรคคลั่งผอม ลดน้ำหนักอย่างหนักเพราะถูกเพื่อนล้อว่าอ้วน

เมื่อวันที่ 7 ก.ย. สังคมออนไลน์ให้ความสนใจเรื่องราวของคนอยากผอมแต่ลดความอ้วนอย่างผิดวิธี ซึ่งถูกเผยเเพร่โดยเฟซบุ๊กชื่อ Kultiwa Youdee

เธอเล่าว่า ตัวเองชื่อเกรซ อายุ 14 ปี เคยเป็นโรคคลั่งผอม น้ำหนักต่ำสุด 33.3 กิโลกรัม ตอนนั้นสูง161 เซนติเมตร

"เราเคยอ้วนมาก่อนค่ะ คือ BMI เราอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่โดนคนที่โรงเรียนล้อบ่อยมากว่าอ้วน ไอ้เราก็ไปฟังคำเขามาแล้วมาคิดว่าแบบ เออ ฉันอ้วนจริงๆ ต้องลดน้ำหนักแล้ว และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ savage เป็นอันดับต้นๆของชีวิตเราค่ะ"

เกรซ เล่าต่อว่า ช่วงนั้นเราออกกำลังกายทุกวันเลย ทั้งเวทเทรนนิ่ง คาร์ดิโอ และออก T25 ทุกวัน ทุกวัน บางวันกระโดดเชือกสี่ชั่วโมงติดต่อกัและยังลดน้ำหนักด้วยวิธีที่หักโหมเกินไปอีก เช่น วิ่งขึ้นบันไดตั้งแต่ชั้น1ถึงชั้น9ที่โรงพยาบาล วิ่งขึ้นลงประมาณ 6 รอบทุกครั้งที่แม่ไปทำธุระที่รพ.

ส่วนเรื่องการกินไม่ต้องพูดถึงเลย เรานับแคลอรี่ทุกอย่างที่เรากินเข้าไป ปกติฝรั่ง 1 ลูก60แคลอรี่ เรากินแค่เสี้ยวมันเสี้ยวเดียวแล้วกรอกไปว่า160แคลอรี่ และในหนึ่งวันเราจะกินไม่เกิน1200-1300แคลอรี่ค่ะ ช่วงนั้นเราไม่กินข้าวเช้าเลย ไม่กินข้าวโรงเรียนด้วย และไม่กินของเหลวที่มีแคลอรี่มากกว่า 0 ทุกชนิด รวมถึงนม

"น้ำหนักเราลงมาเรื่อยๆ จาก 49 ไป 45..ไป 43..ไป 40 ตอนหนัก40 เราคิดว่าเราจะพอแล้วนะคะ แต่สุดท้ายเรากลับเรือไม่ทันค่ะ อะนอเร็กเซียครอบงำเราแล้ว เราจึงทำloopเดิมมาซ้ำๆตลอดทุกวันเลยค่ะ จนเราหนัก34 ตอนนั้นพ่อแม่เราจึงบังคับให้เรากินค่ะ ทุกครั้งที่เรากินข้าวเราจะร้องไห้ เราร้องไห้ทุกวันค่ะ บางทีเราก็กินเสร็จแล้วไปล้วงคออ้วกออกหมดในห้องน้ำค่ะ

น้ำหนักเราลงมาอยู่ที่ 33.3 กิโลกรัม เราพยายามจะลดลงไปอีกแต่สุดท้ายเราก็ทำไม่ได้ค่ะ ระบบเผาผลาญเราพังหมดแล้ว เราไม่กินอะไรเลยทั้งวันและออกกำลังกายทั้งวันมันก็ลดไปแค่ 0.01-0.02 โลเท่านั้นค่ะ เราจึงตัดสินใจเลิก T25 แต่ไปเวทเทรนนิ่งแทน เราเกือบตายเลยค่ะ ที่เกือบตายเพราะเวลาเรายกของหนัก ความดันในปอดเราจะเพิ่มค่ะ ซึ่งเรามีชั้นไขมันไม่มากพอจะกั้นระหว่างซี่โครงเรากับปอดค่ะ ถ้าความดันในปอดสูงมากๆ ซี่โครงอาจทิ่มปอดเราทะลุได้เลยค่ะ

รูปที่เราถ่ายมาทั้งหมดเป็นรูปตอนเราหนักระหว่าง 38.5-39 ค่ะ ตอนเราหนักน้อยกว่านั้นไม่ได้ถ่ายไว้เพราะโดนยึดโทรศัพท์ค่ะ(พ่อแม่บอกว่าต้องกินข้าวเยอะๆถึงจะให้คืน ตอนนั้นนี่แค่0.01กิโลกรัมก็มีค่ามากสำหรับเราเลยค่ะ แค่เพิ่มมาแค่นั้นเราร้องไห้จะเป็นจะตายเลยค่ะ

เกรซบอกว่า สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป คือ

1.อารมณ์แปรปวนมาก และประจำเดือนไม่มาด้วย คือฮอร์โมนไม่คงที่มาก ส่วนฮอร์โมนเพศชื่อก็บอกอยู่ว่าต้องใช้ไขมันสร้าง แล้วนี่ไม่มีไขมันเลยจะเอาที่ไหนไปสร้าง

2.ผมร่วงเยอะมาก ร่วงแบบร่วงทั้งวัน บางทีเดินๆอยู่ผมร่วงเป็นทางเลย

3.หนาวง่ายมากเนื่องจากไม่มีชั้นไขมันปกคลุม

4.มีรานูโก้แฮร์(ขนที่พบในเด็กแรกเกิด)ขึ้นตามตัว

5.เป็นโลหิตจางและโรคอีกหลายๆโรค

6.เป็นแผลกดทับได้ง่าย นั่งเก้าอี้แข็งๆไม่ได้เลย

7.ร้องไห้คนเดียวทุกวัน มีอาการซึมเศร้า

8.ความดันโลหิตต่ำมากๆ คือถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้อีกนิดเราอาจไหลตายหรือตายได้ คือความดันเราแค่ 73/44

9.สมองประมวลผลช้ากว่าปกติมากอย่างเห็นได้ชัด คือพอขาดสารอาหารสมองเลยผิดปกติ

10.เหนื่อยง่าย

11.ท้องผูก วันๆกินแต่ไฟเบอร์มันก็ไปแพ็คกันในลำไส้เพราะไม่ได้กินอาหารชนิดอื่นเข้าไป(ไฟเบอร์ช่วยทำให้อาหารพวกนี้ออกง่ายขึ้น

12.กลัวการกินอาหารนอกบ้านมาก

ปัจจุบันเกรซเข้ารับการรักษาเเละหายขาดจาก anorexia ซึ่งเป็นสับเซ็ตของ eating disorderแล้ว เเละสัญญากับตัวเองว่าจะไม่กลับไปเป็นแบบนั้นอีก พร้อมกับนี้เธอยังบอกด้วยว่า ถ้าเกิดคุณสังเกตว่ามีใครก็ตามจะหลุดเข้าไปในวงจรอุบาทว์นี่ หยุดเขาไว้ โรคนี้มันร้ายแรงกว่าที่คิด ไม่อยากให้มีคนเสียชีวิตหรือเกือบเสียชีวิตเพราะโรคนี้

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเกรซเป็นโรคซึมเศร้าและกำลังรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดสังคมในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์