ข่าวภูมิภาค

36แรงงานไทยถูกแก๊งต้มตุ๋นไปทำงานเกาหลี

  • 24 มกราคม 2561 เวลา 11:26 น.
  • | เปิดอ่าน 643
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

36แรงงานไทยถูกแก๊งต้มตุ๋นไปทำงานเกาหลี

สมุทรปราการ-รอเก้อ! 36 แรงงานไทยถูกหลอกให้ไปทำงานเกาหลีสูญเงินกว่า 3.2 ล้านบาท ไม่มีทั้งหนังสือเดินทางและตั๋วเครื่องบินโดยสาร

ประชาชนจากจังหวัดนครราชสีมากว่า 30 คน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนสถ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อแจ้งความร้องทุกข์เพราะถูกหลอกให้จ่ายเงินเพื่อไปทำงานที่ประเทศเกาหลีซึ่งมีกำหนดการบินเมื่อกลางดึกของคืนวันที่24ม.ค.61

นายสมใจ ชอบสวน อายุ 39 ปี หนึ่งในผู้เสียหายเล่าว่า ทั้งหมด36คนเดินทางมาเหมารถตู้จากจ.นครราชสีมา มีเพียงกระเป๋าเดินทางและสัมภาระที่เตรียมไปเท่านั้นไม่มีตั๋วเครื่องบิน และพาสปอร์ตเดินทางหรือเอกสารใดๆ เกี่ยวกับการเดินทางก่อนมาถึงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้เสียค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้าไปแล้วคนละ 7 หมื่นบาท รายใดที่เคยมีประวัติก่อคดีอาชญากรรมต้องเสียค่าลบประวัติเพิ่มอีก2 หมื่นบาท รวมแล้วประมาณ 9 หมื่นบาทแต่กลับไม่มีวี่แววที่จะได้เดินทางแต่อย่างใด

ด้านนางประพิศ คำมา อายุ 50 ปี ซึ่งรับเป็นนายหน้าจัดหางาน กล่าวว่าได้รู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ ออยในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา อ้างว่าเป็นน้องสาวของเจ้าของสวนที่ไปแต่งงานกับคนเกลาหลีและต้องการหาคนงานไทยไปทำงานที่สวนแห่งนี้ มีการนำเอารูปถ่ายสวนและคนงานที่อ้างว่าเคยได้ไปทำงาน มาให้ดู จนเกิดความเชื่อ จึงตกลงจะช่วยหาคนงานเพื่อหวังหัวคิวและได้เดินทาง หลังจากที่ได้คนงานและเงินมาแล้วได้โอนเงินทั้งหมดผ่านบัญชีของนางสาวละมัย ซึ่งอ้างว่าเป็นพนักงานด้านบัญชีของทางบริษัทในประเทศเกลาหลี เพื่อใช้ทำเอกสารด้านการเดินทาง เมื่อผ่านไปกว่า 4 เดือน สามารถหาคนไทยได้และยินยอมจ่ายเงินผ่านตนเองเพื่อโอนให้กับกลุ่มของนางออย รวมแล้วจำนวน 47 คน รวมเป็นเงินแล้วกว่า 3,290,000 บาท

"หลังจากโอนเงินเสร็จ กลุ่มของนางออยก็จะให้พาคนไทยที่จะประสงค์เดินทางไปทำงานให้ไปทำพาสปอร์ตที่จ.นครราชสีมาและหลังจากได้พาสปอร์ตมาแล้วก็จะให้จัดส่งพาสปอร์ตทั้งหมดผ่านไปรษณีย์ไปยังบุคคลท่านหนึ่งในจ.ปทุมธานี วันนี้ หลังจากที่ติดต่อนางออยผ่านทางแชทไลน์แจ้งว่าให้พากลุ่มคนไทยทั้งหมดเดินทางเหมารถตู้เพื่อเตรียมตัวไปทำงานที่ประเทศเกลาหลี แต่ก่อนเดินทางยังอ้างว่าต้องเก็บเงินค่าตั๋วเครื่องบินเพิ่มอีกคนละ 2,000 บาท เนื่องจากค่าตั๋วขึ้นราคาจึงจำเป็นต้องเก็บเงินเพิ่มกระทั่งพากันเดินทางมาถึงยังสนามบินสุวรรณภูมิแต่ไร้วี่แววของนางออยแต่อย่างใด"นางประพิศ กล่าว

ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบึกทึกประจำวันและแนะนำให้เข้าแจ้งความท้องที่เกิดเหตุคือที่จังหวัดนครราชสีมา และประสานเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางาน และเจ้าหน้าที่ด่านกักตรวจแรงงานที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศประจำด่านตรวจที่สนามบินสุวรรณภูมิ เข้ามารับเรื่องและให้ความช่วยเหลือก่อน

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!