คมคิด

"ปู" หนีศาลปิดตำนาน นโยบายน้ำเน่าการเมืองไทย

  • 28 สิงหาคม 2560 เวลา 21:36 น.
  • | เปิดอ่าน 13,966
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

"ปู" หนีศาลปิดตำนาน นโยบายน้ำเน่าการเมืองไทย

โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย

กรณีอดีตนายกรัฐมนตรีไม่มาฟังคำพิพากษาศาลอาญาคดีนักการเมืองเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยอ้างว่าป่วยและขอเลื่อนการฟังคำพิพากษา แต่ศาลไม่เชื่อออกหมายจับกลายเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ เพราะแต่เดิมเธอส่งสัญญาณมาโดยตลอดว่าจะมารับฟังคำพิพากษา เพราะถึงอย่างไรยังสามารถยื่นอุทธรณ์ได้

ส่วนที่บอกว่าคนในรัฐบาลรู้เห็นเป็นใจกับเรื่องนี้ ทางรองนายกฯ ออกมาบอกปัดว่าหากรู้ว่าใครทำต้องได้รับโทษสถานหนัก

เรื่องนี้ขนาดคนที่เคยเชียร์ยิ่งลักษณ์ยังผิดหวังเพราะอยากให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมจะได้รู้ว่าผิดหรือถูก ส่วนกองเชียร์ที่เตรียมดอกไม้ก็เลยมาเก้อ

ขณะนี้อดีตนายกฯ จะอยู่ในประเทศหรือจะหนีออกไปประเทศใดคงไม่ใช่ประเด็นและไม่ใช่เรื่องที่จะไปซ้ำเติมเพราะส่วนที่ดีเธอก็มี ส่วนที่ไม่ถูกต้องก็ว่าไปตามหลักยุติธรรม

แต่ถึงตรงนี้ ยิ่งลักษณ์กลายเป็นผู้หลบหนีโดยศาลได้ออกหมายจับเป็นจำเลยหลบหนีหรือจงใจไม่มาฟังคำพิพากษา

โดยหมายศาลสั่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติไปดำเนินการติดตามจับตัว ส่วนผลคดีถึงแม้ว่าศาลจะเลื่อนอ่านคำพิพากษาไปปลายเดือนหน้า ซึ่งคงคาดเดาได้ว่าจะออกมาอย่างไร เพราะการที่ผู้ต้องหาหลบหนีคงแสดงได้ชัดเจนถึงผลคดีอยู่แล้ว

คดี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นกรณีตัวอย่างแรกของไทยซึ่งมีการนำตัวอดีตนายกรัฐมนตรีมาขึ้นศาล ในความผิดการออกนโยบายสาธารณะโดยหวังคะแนนเสียงเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้แทนราษฎรและหรือการจัดตั้งเป็นรัฐบาล

นโยบายที่นำมาใช้เป็น “ประชานิยม” โดยไม่ใส่ใจผลเสียหายต่อชาติบ้านเมือง โครงการรับจำนำข้าว ซึ่งราคารับจำนำสูงกว่าราคาตลาดเกือบครึ่งทำให้ข้าวขายไม่ออก แถมปล่อยปละละเลยให้มีช่องโหว่ทั้งเวียนเทียน ซื้อโควตา ข้าวตกเกรด เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นทอดๆ จนทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท

วิบากกรรมของเธอและผลตัดสินของศาลกรณีบุญทรง ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ถูกตัดสินจำคุก 42 ปี ในฐานะทำให้รัฐเสียหายเป็นการใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทำให้เกิดการเสียหาย

อีกทั้งศาลยังจำคุกสถานหนักกับผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจมีส่วนทำให้ยิ่งลักษณ์หลบหนีไปก่อน คงไม่ออกความเห็นมากไปกว่านี้ เพราะปรากฏอยู่ในสื่อและโซเชียลมีเดียมากมาย

แต่อยากให้คดีนี้เป็นตัวอย่างของผู้บริหารประเทศในอนาคต ไม่ว่าจะมาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยหรือจะเข้ามาด้วยช่องทางพิเศษ ได้พึงรู้และตระหนักถึงผลที่จะตามมาจากนโยบายที่ออกมาโปรโมทในช่วงหาเสียง

ไม่ว่าจะเรียกว่า นโยบายประชานิยมนโยบายประชารัฐ นโยบายลดความเหลื่อมล้ำ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจหรือนโยบายให้นู่นให้นี่เพื่อแลกกับคะแนนเสียงมุ่งหวังให้ตนเองหรือพรรคการเมือง ซึ่งตนเป็นกรรมการพรรคหรือเจ้าของพรรคจะได้เป็น สส.เยอะๆ เพื่อที่จะได้อำนาจรัฐหรือได้เป็นรัฐบาลนานๆ

นโยบายดังกล่าวเป็นการนำเงินภาษีของประชาชนมาเป็นเครื่องมือโดยผลประโยชน์ส่วนใหญ่ตกไปอยู่กับกลุ่มมวลชนเป้าหมายซึ่งอยู่ในพื้นที่หาเสียง ผลประโยชน์ที่ได้กับความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ไม่คุ้มกับเสีย กรณีเช่นนี้เป็นความผิดทั้งติดคุก ยึดทรัพย์ เหมือนอย่างกรณีทุจริตนโยบายข้าว

ขณะเดียวกัน นโยบายถึงแม้สวยหรูดูดี แต่มีช่องโหว่อาจทำให้เกิดการทุจริต โดยตนเองอาจไม่ได้เกี่ยวข้องแต่เอื้อให้พรรคพวก พ่อค้า หรือฐานคะแนนได้ผลประโยชน์โดยไม่ดำเนินการใดๆ ในการป้องกันถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบซึ่งต้องได้รับโทษตามกฎหมาย ซึ่งน่าจะเป็นการป้องปรามนักการเมืองห่วยๆ ได้ในระดับหนึ่ง

กรณีที่เกิดขึ้นในประเทศไทยละม้ายคล้ายกับที่เกิดขึ้นที่ประเทศเกาหลีซึ่ง ฮันเมียงซุก อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก ถูกศาลสั่งจำคุก 2 ปี ก่อนไทยเพียง 6 วัน ในฐานความผิดมีส่วนสนับสนุนการทุจริตและรับเงินจากพ่อค้าเพื่อสนับสนุนการเลือกตั้ง

สำหรับไทยนายกฯ ปู ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกเหมือนกันอยู่ในตำแหน่ง 2 ปีเศษ เพียงแต่ของเกาหลีเธออยู่สู้คดีต่อสู้ว่าไม่ผิดจนนาทีสุดท้าย ส่วนอดีตนายกฯ หญิงของไทยเธอเลือกการหายตัวไปก่อน

กลับมาเรื่องของไทยคงเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะต้องไปติดตามผู้หนีคดีศาลตามหมายจับ ส่วนวันที่ 27 ก.ย.ที่ศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษาคงต้องอดใจรอ แต่มาถึงตรงนี้อาจเดาได้ว่า ปูคงไม่มามอบตัวเพื่อฟังคำพิพากษา

ประเด็นคือผลการตัดสินคดี หากนำเหตุการณ์แวดล้อมคงพอเห็นเป็นเค้าว่าคำพิพากษาน่าจะออกมาอย่างไร น่าจะเป็นอุทาหรณ์สำหรับนักการเมือง ผู้นำประเทศ รัฐมนตรี ฯลฯ คงจะต้องคิดให้รอบคอบ

หากจะออกนโยบายน้ำเน่าเล็งผลเพียงเพื่อให้ได้คะแนนเสียง หรือเป็นนโยบายมอมเมาให้ประชาชนเสพติดได้ใช้สาธารณูปโภคฟรีๆ หรือนโยบายแจกเงินให้ประชาชนรัก โดยเงินเหล่านั้นล้วนเป็นภาษีของชาติ หรือออกนโยบายทุจริตเชิงนโยบายเพื่อผลประโยชน์ให้ธุรกิจตนเอง และหรือพวกพ้องเพียงเพื่อจะได้เป็นรัฐบาลนานๆ ส่วนประเทศชาติจะเสียหายอย่างไรช่างมัน...อย่างนี้จับติดคุกให้เข็ด

ติดตามบทความของ ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างฯ ที่ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดสังคมในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์